แนวคิดการจัดตั้งและดำเนินการ

ด้วยความเชื่อที่ว่า ผลงานการออกแบบไม่สามารถดำรงอยู่ได้โดยปราศจากรากฐานทางวัฒนธรรมและการสั่งสมทางปัญญาของสังคม

TCDC ก่อตั้งขึ้นเพื่อผนวกความเก่งฉกาจของสังคมและวัฒนธรรมไทยเข้ากับความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่ TCDC จึงไม่ใช่โรงเรียนหรือสถาบันวิจัย แต่มุ่งเน้นการเป็น “มหรสพทางปัญญา” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นในสังคมไทยผ่านกระบวนการให้ความรู้แบบสากล ตั้งแต่การจัดนิทรรศการ การบรรยาย สัมมนาเชิงปฏิบัติการ ไปจนถึงการเป็นแหล่งค้นคว้าที่ให้ทั้งความรู้และความบันเทิงเพื่อสร้างเสริมประสบการณ์ที่หลากหลายมิติ อันจะเป็นพื้นฐานสำคัญของกระบวนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ

Dance with your imagination
and change your life

โลดแล่นไปกับจินตนาการ
เพื่อเปลี่ยนชีวิตคุณ

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2548 พิธีเปิดศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบอย่างเป็นทางการ ที่ชั้น 6 อาคารเอ็มโพเรียมชอปปิ้งคอมเพล็กซ์ และเปิดให้บริการแก่ประชาชนตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548 เป็นต้นมา

ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบเปิดให้บริการและดำเนินงานในฐานะหน่วยงานเฉพาะด้านของสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ สบร. ประกอบด้วย 7 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (สอร.) ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (ศสบ.) สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (สพร.) สถาบันวิทยาการการเรียนรู้ (สวร.) ศูนย์ส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษแห่งชาติ (สมพช.) ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ของประเทศไทย (ศลชท.) ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม (ศูนย์คุณธรรม)

ในปี 2550 คณะกรรมการบริหาร สบร. มีมติให้ควบรวม 4 หน่วยงานเฉพาะด้าน เป็น 2 หน่วยงาน โดยควบรวม “ศูนย์ส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษแห่งชาติ" กับ "สถาบันวิทยาการการเรียนรู้” เป็นสถาบันส่งเสริมอัจฉริยภาพและนวัตกรรมการเรียนรู้ (สสอน.) และ "สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ" กับ "ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ" เป็น "สถาบันการเรียนรู้และสร้างสรรค์ (สรส.)"

ปี 2551 คณะกรรมการบริหาร สบร. ได้ยกเลิกการควบรวม ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ และสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ เป็นหน่วยงานเฉพาะด้าน 2 หน่วยงานเช่นเดิม

ปี 2553 - 2554 สบร. มีการปรับโครงสร้างหน่วยงานเฉพาะด้าน โดยคณะกรรมการบริการ สบร. มีมติยุบสถาบันส่งเสริมอัจฉริยภาพและนวัตกรรมการเรียนรู้ (สสอน.) และให้ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ของประเทศไทย (ศลชท.) และศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม ได้แยกออกเป็นองค์การมหาชนใหม่ ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) วันที่ 28 พฤษภาคม 2554 และพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) เหลือเพียง 3 หน่วยงาน คือ สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (สอร.) ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (ศสบ.) สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (สพร.)

โดย รองนายกรัฐมนตรี (พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง)

สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ สบร. ต้องแสดงศักยภาพของหน่วยงานให้เป็นที่ประจักษ์กับสังคมและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องรับทราบอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีฯ มีความเห็นว่า หากใช้จุดแข็งของ สบร. และหน่วยงานภายในทั้ง 3 หน่วยงาน ผนึกกำลังและร่วมกันทำงานอย่างเข้มแข็งแล้ว เชื่อว่าประสิทธิผลจากการดำเนินงานจะสามารถส่งผลกระทบ (Impact) ให้กับสังคมได้ในวงกว้าง โดยมอบหมายนโยบายให้ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) ดำเนินการ ดังนี้

  1. ศึกษาแนวทางการเชื่อมโยงและบูรณาการความร่วมมือด้านการวิจัยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
    อาทิ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เพื่อนำผลงานการวิจัยที่ได้ส่งเสริมและสนับสนุนนำไปขยายผลต่อยอดในมิติต่างๆ ทั้งในส่วนของการเผยแพร่ให้ความรู้ให้กับประชาชนผ่านช่องทางต่างๆ ของ สบร. ตลอดจนการนำไปพัฒนาต่อยอดในเชิงพาณิชย์ให้เกิดเป็นสินค้าและบริการที่เห็นผลเป็นรูปธรรม
  2. จัดทำข้อเสนอโครงการพัฒนาศูนย์ความรู้ในระดับตำบล
    ซึ่งในปัจจุบันมีกว่า 7,000 ตำบลทั่วประเทศ โดยทำเป็นโครงการต่อเนื่อง 3 ปี ที่มุ่งเน้นในการพัฒนาและเชื่อมโยงองค์ความรู้และฐานข้อมูลของ สบร. อาทิ ระบบ TK Public Online Library ที่ให้บริการยืม-คืนหนังสือ e-book e-media ข้อมูลการศึกษาวิจัยที่เป็นประโยชน์และสอดคล้องกับบริบทในแต่ละพื้นที่ องค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อขยายโอกาสและให้บริการส่งเสริมการเรียนรู้กับประชาชนทุกช่วงวัยตลอดชีวิต เพื่อพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนได้อย่างทั่วถึง
  3. จัดทำข้อเสนอโครงการที่สนับสนุนนโยบาย "ปรับเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้" ของรัฐบาล
    เพื่อเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการนำไปใช้ประโยชน์จากกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ นิทรรศการ องค์ความรู้ที่น่าสนใจของ สบร. เพื่อเข้าไปสนับสนุนให้โรงเรียนในสังกัด สพฐ. และสังกัดอื่นๆ นำไปปรับใช้ตามบริบทและความสนใจของนักเรียน
  4. ศึกษาข้อมูลรายละเอียด ของการพัฒนาผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ของหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ ที่ดำเนินการอยู่แล้ว
    อาทิ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) เป็นต้น เพื่อให้ข้อเสนอโครงการที่ ศสบ. จะดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs ผ่านช่องทาง Online มีความแตกต่างจากหน่วยงานอื่น ๆ ตลอดจน เพื่อสามารถวางแผนเชื่อมโยงบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป