image

Product Design

THINKK Studio ผลิตภัณฑ์รักษ์โลกจากเศษวัสดุของเมืองกรุง (City Materials)

Published Date : 6 มิ.ย. 2562

Resource : TCDC CONNECT

2,722

เมื่อคำตอบของ “ความสุข” ในการทำงานไม่ได้ถูกวัดปริมาณที่ผลลัพธ์ตัวสุดท้ายเพียงอย่างเดียว แต่คือกระบวนการคิดระหว่างทางตั้งแต่การสร้างโจทย์ งานค้นคว้าวิจัย การทดลอง การทดสอบ การพัฒนาแบบ การสร้างต้นแบบจำลอง เพื่อค้นหา “สิ่งที่ใช่” ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมการบริโภคของกลุ่มเป้าหมาย รวมไปถึงบริบทของชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม วันนี้ทีมงาน TCDCCONNECT ได้รับเกียรติจากคุณเดชา อรรจนานันท์ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง THINKK Studio ที่จะมาแบ่งปันประสบการณ์การทำงานอย่างมี “ความสุข” กับ “สิ่งที่ใช่” ผ่านผลงานภายใต้โครงการ City Materials
 

ทวิสต์แนวคิดต่อยอดกระบวนการผลิต

เดชากล่าวว่า “พื้นฐานของนักออกแบบมีความคิดที่อยากจะทำอะไรที่แตกต่างไปจากเดิม ทำอะไรที่มันดีขึ้น มีความท้าทาย และไม่ใช่เป็นการสร้างสรรค์สิ่งที่เคยเกิดมาก่อน ด้วยเหตุนี้จุดเริ่มต้นในการทำงานของผม และทีมงานจึงให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตในโรงงานว่ามีอะไรที่น่าสนใจ มีสิ่งใดที่ยังไม่เคยถูกท้าทาย หรือนำมาคิดใหม่ เพื่อสร้างโอกาส และมุมมองใหม่ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ ในกรณีที่ทีมงานอยากจะสร้างกระบวนการผลิตขึ้นมาใหม่ ก็จะเริ่มต้นจากการดูศักยภาพของนักออกแบบว่ามีความสามารถผลิตอะไรได้ดีกว่าผู้ผลิตเดิม หรือนำเสนออีกหนึ่งทางเลือกใหม่ในกระบวนการผลิตเพื่อให้เกิดสิ่งใหม่ ๆขึ้นมา” จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า THINKK Studio ได้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่พลิกแนวคิดกระบวนการผลิตจนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในการสร้างสรรค์ผลงาน เช่น Lanna Factory โคมไฟที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเข้ามามีส่วนร่วมในการผลิต ตั้งแต่การเลือกสีของเส้นด้าย รูปทรง ขนาด ผ่านเครื่องมือขึ้นรูปโคมไฟที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกี่ทอผ้า โดยใช้พลังงานคนในการปั่นล้อหมุน (คล้ายการปั่นจักรยาน)

ผลงานชิ้นนี้ทำให้ THINKK Studio ได้รับรางวัล Design Excellence Award : DEmark ในปี 2016 และด้วยพื้นฐานที่เป็นนักออกแบบภายในที่มีโอกาสได้เลือกใช้หยิบจับวัสดุมากมาย ทีมงานจึงท้าทายตัวเองโดยการดึงศักยภาพของวัสดุที่คุ้นตามาเปลี่ยนแนวทางในการสร้างสรรค์ผลงาน เพื่อให้เกิดอารมณ์ใหม่ มุมมองใหม่ ประโยชน์ใช้สอยแบบใหม่ โดยมุ่งหวังให้ผู้บริโภคเปลี่ยนการรับรู้จากผลิตภัณฑ์ที่คุ้นเคยมาก่อน เช่น Weight Vases แจกันที่นำเหล็กเส้นมาดัดเป็นรูปทรงพร้อมทำหน้าที่หลักในการยึดกิ่งดอกไม้หรือใบไม้ ในขณะที่ส่วนฐานทำจากปูนซีเมนท์ทำหน้าที่หลักในการรองรับน้ำ และใช้เป็นฐานเพื่อสร้างความมั่นคง และสมดุล เปลี่ยนภาพลักษณ์ของแจกันดอกไม้เซรามิก แก้ว หรือโลหะที่เราคุ้นเคย

 

City Materials 6 วัสดุสะท้อนสังคมเมือง

ทีมงานมีความตั้งใจที่อยากจะทำโครงการใหม่ ๆ เพื่อกรุงเทพฯ โดยไม่เกี่ยวข้องกับงานเชิงพาณิชย์ หรือ Commercial เป็นงานออกแบบที่สร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับเมือง โดยประกาศหาอาสาสมัครเข้ามาร่วมโครงการ เช่น นักศึกษาที่เพิ่งจบจากรั้วมหาวิทยาลัย เป็นต้น ทีมงานแบ่งการทำงานออกเป็น 2 ทีมหลัก ได้แก่ ทีมค้นคว้าวิจัย และทีมทดลองเล่นสนุกกับวัสดุ จากการลงพื้นที่พบว่า กรุงเทพมหานครมีกิจกรรมที่หลากหลาย และเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอดมากกว่า 200 ปี แม้ว่ากิจกรรมใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นจะตอบสนองไลฟ์สไตล์การดำเนินชีวิตของคนกรุง แต่ก็สร้างของเสีย หรือขยะที่มีปริมาณมากจนกลายเป็นหนึ่งปัญหาสำคัญของเมืองเช่นกัน ทีมงานจึงท้าทายตัวเองโดยการค้นหาวัสดุที่ถูกมองว่าไร้ค่า เพื่อดึงเอาศักยภาพที่ดีของวัสดุเหล่านั้นมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่า และคุณค่าให้กับเศษวัสดุ

จากการค้นคว้าวิจัย ทีมงานคัดเลือกวัสดุที่สะท้อนบริบทของสังคมเมืองมาทั้งสิ้น 6 วัสดุ ได้แก่ 1) สลากกินแบ่งรัฐบาลหรือล็อตเตอรี่ ที่มีปริมาณหลายล้านใบต่องวด 2) กิ่งไม้ริมถนน ที่ถูกตัดแต่งตามถนนในเขตพื้นที่กรุงเทพ 3) ถุงพลาสติก ที่กลายเป็นปัญหาใหญ่ของคนเมือง 4) ก้านธูปและผงธูป ที่เหลือเป็นก้านไม้ไผ่ รวมไปถึงธูปที่ใช้ไม่หมดตามวัดวาอารามกว่า 200 แห่งทั่วกรุงเทพ 5) กากกาแฟ จากร้านกาแฟที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด และ 6) เศษวัสดุ จากการทุบตึกเพื่อสร้างอาคารสำนักงาน โรงแรม และคอนโดมิเนียม เมื่อได้เศษวัสดุแล้ว ทีมงานจะทดลองเล่นกับเศษวัสดุผ่านกระบวนการผลิตที่หลากหลาย เพื่อหาแนวทางในการนำเศษวัสดุเหล่านั้นกลับมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

 

สร้างโอกาสพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเศษวัสดุ

เดชากลาวว่า “หนึ่งในแนวคิดหลักของการทำงานคือการนำเศษวัสดุไปสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สามารถนำกลับไปใช้ในบริบท หรือสิ่งแวดล้อมแบบเดิม ถ้าทำได้มันจะทำให้ของชิ้นนั้นมีคุณค่ามากขึ้น” ตัวอย่างเช่น การนำก้านธูปสีแดงที่ดูคล้ายกับงานจักตอกไม้ไผ่มาอัดกาวขึ้นรูปบนแม่พิมพ์ทรงกระบอกสำหรับนำไปทำเป็นขาของชุดโต๊ะหมู่บูชา รวมไปถึงการนำผงธูปที่ใช้ไม่หมดมาอัดขึ้นรูปเป็นของสักการะ เช่น ม้าลาย ที่ใช้ถวายตามวัด และศาลเพียงตา การนำกากกาแฟมาผ่านกระบวนการอัดขึ้นรูปทำเป็นโคมไฟสำหรับใช้ในร้านกาแฟ การนำถุงพลาสติกมารีดด้วยความร้อนทำเป็นกระเป๋า Tote Bag การนำเศษอิฐ เศษปูนมาหล่อขึ้นรูปเป็นก้อนวัสดุชิ้นใหม่ที่สามารถนำกลับไปใช้ในงานตกแต่งภายในอาคารได้ การนำเศษกิ่งไม้จากการตัดมาดัดขึ้นรูปเพื่อใช้กับผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ รวมไปถึงการแกะไม้ที่ยังมีความชื้นเพื่อเอาเปลือกมาอัดขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงการนำสลากกินแบ่งรัฐบาล ตัวแทนของกระดาษแห่งความหวัง 2 งวดต่อเดือน นำไปทดลองทำเป็นถาดใส่ของ ลูกข่าง ชั้นวางของ ฯลฯ โดยดึงเอาศักยภาพสูงสุดของล็อตเตอรี่ที่ผลิตจากกระดาษเนื้อดีมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะเห็นได้ว่าแทบทุกบริบทของผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นจากเศษวัสดุล้วนถูกนำกลับไปใช้ภายใต้บริบทแบบเดิม เป็นการสื่อให้เห็นถึงคุณค่าของเศษวัสดุที่เชื่อมต่อกับวิถีการดำเนินชีวิตพร้อมกระตุ้นให้ผู้บริโภคตระหนัก และใส่ใจในสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
 

มากกว่าฟังก์ชั่นคือประสบการณ์

จากการทำงานที่เกี่ยวข้องกับชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม เดชาพบว่า ผู้บริโภคในยุคนี้ให้ความสนใจกับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากภาวะโลกร้อนมากขึ้น บางคนถึงกับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตโดยใช้ผลิตภัณฑ์รักษ์โลกเพียงอย่างเดียว สิ่งเหล่านี้ส่งผลกลับมาที่นักออกแบบ รวมไปถึงผู้ผลิตที่ต้องปรับตัวเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผลงานการออกแบบผลิตภัณฑ์จากเศษวัสดุทั้ง 6 ประเภทที่ทีมงานจัดทำขึ้น คืออีกหนึ่งตัวอย่างของการทำงานที่มุ่งหวังให้ผู้บริโภคตระหนักถึงคุณค่าจากเศษวัสดุที่เหลือใช้ เพื่อให้เขาเหล่านั้นรู้จักกระบวนการจัดเก็บวัสดุ รวมไปถึงเศษขยะอย่างถูกต้อง เพราะเขารู้แล้วว่าปลายทางของเศษวัสดุเหล่านั้นมันมีคุณค่า และสามารถสร้างมูลค่าได้

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเขาทราบว่ากากกาแฟสามารถเอาไปทำเป็นโคมไฟได้ เขาก็จะรู้จักการเก็บกากกาแฟอย่างถูกต้องเพื่อไม่ให้เกิดเชื้อรา รู้ว่าจะส่งกากกาแฟไปจำหน่ายที่ไหน หรือถ้ารู้ว่าถุงพลาสติกสามารถนำไปทำเป็นกระเป๋าได้ เขาก็จะรู้จักการแบ่งแยกขยะถุงพลาสติก รู้จักการคัดแยกประเภทของถุงพลาสติก รวมไปถึงในอนาคตเขาอาจแยกถุงพลาสติกตามสีเพื่อนำไปทำกระเป๋า Tote Bag แบบ Custom-Made ตามสีที่เค้าต้องการ เช่นเดียวกับตอนนี้ที่เดชาเริ่มจัดเก็บเศษธูป และผงธูปอย่างเป็นระบบโดยประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่วัด เพื่อนำเศษวัสดุไปทำเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เป็นต้น


 

ไม่ว่าจะเป็นกระแส หรือเทรนด์ มันดีทั้งนั้น

แนวทางการออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเกิดขึ้นตามกระแส หรือเป็นเทรนด์การบริโภคของคนรุ่นใหม่ สำหรับเดชา เขามองว่ามันดีต่อโลกทั้งหมด อย่างน้อยที่สุดมันช่วยสร้างความตระหนักในการบริโภคสินค้า มันมีส่วนช่วยลดปริมาณขยะ อีกทั้งยังช่วยให้ผู้คนหันมาใส่ใจบริโภคผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
 

กระบวนการทำงานสะท้อนตัวตนของสตูดิโอ

เดชาให้ความสำคัญกับกระบวนการค้นคว้าวิจัยก่อนสร้างโจทย์ที่เหมาะสม เช่น ถ้ามีโครงการเกี่ยวกับข้องกับโรงงาน กับกระบวนการผลิต เขาจะเข้าไปคลุกคลีกับเครื่องมือ เครื่องจักร ถ้ามีโอกาสร่วมลงมือทำก็จะเสนอตัวเข้าไปฝึกหัด เพื่อให้ทราบถึงข้อจำกัด รวมไปถึงขีดความสามารถในการทำงานของเครื่องมือแต่ละชิ้น องค์ความรู้ที่ได้จากการทำงานจริงจะเป็นประโยชน์อย่างสูง และสามารถนำไปใช้ในงานออกแบบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เดชากล่าวว่า “จริง ๆ แล้วเขาไม่คิดว่าตัวตนของ THINKK Studio คืออะไร แต่มันจะสื่อสารออกมาโดยอัตโนมัติผ่านกระบวนการทำงานโดยที่เราไม่รู้ตัว” สิ่งที่เดชาสนใจคือ วิธีการทำงานระหว่างทางที่มันทำให้ทีมงานมีความสุข เกิดความสนุกไปในทุก Process ของการคิดงาน โดยที่ไม่ได้ตั้งธงไว้ว่า ตอนจบชิ้นงานสุดท้ายจะมีหน้าตาอย่างไร ในทางตรงกันข้าม ถ้าเราเข้าไปทำงานกับกระบวนการที่ลูกค้าวางไว้อยู่แล้ว มันก็อาจไม่ได้ใช้ศักยภาพของทีมงานมากเท่าไหร่นัก ด้วยความยึดมั่น และให้ความสำคัญกับกระบวนการทำงาน ส่งผลให้ THINKK Studio มีเอกลักษณ์ในการทำงานที่โดดเด่น ลูกค้าที่วิ่งเข้ามาส่วนใหญ่จะชอบวิธีคิด และแนวทางการทำงาน มากกว่าการดูผลงานในขั้นตอนสุดท้ายเป็นหลัก