image

Business & Industrial

คืนชีวิตให้งานศิลป์ไทย และความตั้งใจของทีมผู้สร้างแอนิเมชัน “รามาวตาร”

Published Date : 12 เม.ย. 2562

Resource : Creative Thailand

1,307

ข่าวการเปิดตัวภาพยนต์แอนิเมชันรามเกียรติ์ ตอน “รามาวตาร” รอบปฐมทัศน์ ที่กระทรวงวัฒนธรรมเป็นผู้ให้ทุนในการชุบชีวิตมรดกศิลป์ของชาติจากจิตรกรรมฝาผนังวัดพระแก้ว มาสู่สื่อภาพยนตร์แอนิเมชันที่สนุกสนานและเข้าถึงคนรุ่นใหม่ พร้อมเปิดให้ประชาชนจองบัตรเข้าชมฟรีในเดือนเมษายนถึงพฤษภาคมนี้ คือข่าวคราวน่ายินดีของคนที่รักและชื่นชอบในศิลปวัฒนธรรมไทย

ทว่าเบื้องหลังความสำเร็จกว่าที่แอนิเมชันเรื่องดังกล่าวจะได้เข้าโรงฉาย ตัวแทนทีมทำงานที่ประกอบไปด้วยคุณอธิปัตย์ กลมเพ็ชร ผู้กำกับภาพยนตร์ คุณดลยา กมลเพ็ชร ผู้อำนวยการสร้าง และคุณอภิชญ์ บุศยศิริ ผู้เขียนบทภาพยนตร์ ที่เป็นตัวแทนของทีมงานอีกหลากหลายชีวิตได้บอกเล่าถึงความท้าทายมากมายที่เกิดจากการสร้างสรรค์ผลงานที่น่าภาคภูมิใจชิ้นนี้

 “เราทำงานกับโปรเจ็กต์นี้ร่วม 12 ปี ด้วยว่าติดอุปสรรคเรื่องการระดมทุน ซึ่งกว่าจะได้ลงมือทำจริง ก็คือตอนที่ทางกรมส่งเสริมวัฒนธรรมอนุมัติเงินลงทุนให้ จากนั้นเราก็มีเวลาแค่ไม่ถึงปีในการทำให้มันเสร็จสมบูรณ์” เพราะความตั้งใจที่อยากถ่ายทอดและสืบสานศิลปวัฒนธรรมไทยสู่คนรุ่นใหม่ ผสานกับความต้องการสร้างแอนิเมเตอร์รุ่นใหม่ๆ ให้มีทั้งฝีไม้ลายมือและพื้นฐานความรู้ในการเล่าเรื่องศิลปวัฒนธรรมไทยได้อย่างแท้จริง ทำให้ทีมงานต้องทุ่มเทพละกำลังทั้งหมดในการทำงานนี้ให้สำเร็จตามเวลาที่กำหนด “รามาวตารถือเป็นงานแห่งชาติ ฉะนั้นที่ปรึกษาที่รู้จริงจึงมีความสำคัญมาก ทั้งที่ปรึกษาด้านบท และผู้รู้เรื่องโขนที่เป็นการแสดงซึ่งได้รับการจารึกอยู่บนภาพจิตรกรรมฝาผนัง การรู้ความเป็นมาของคาแรกเตอร์แต่ละตัว จะทำให้เราจินตนาการได้ว่าท่าทางนี้ ควรจะแสดงออกอย่างไร หรือแต่ละตัวละครควรจะมีนิสัยยังไง จะลากจูงเรื่องไปทางไหนต่อ นั่นคืองานท้าทายของคนเขียนบท” 

กว่าจะเป็นแอนิเมชันความยาว 60 นาทีนี้ เบื้องหลังเกิดจากการทำงานของเหล่ายอดฝีมือในแต่ละสาขาหลายสิบชีวิต ซึ่งแต่ละทีมที่ตัดสินใจมาร่วมทำงานโปรเจ็กต์นี้ก็ต้องเรียกว่าทำด้วยใจ “งบประมาณมันน้อยอยู่แล้ว และระยะเวลายาวอีก เราจะให้เขาเสียสละทุกอย่างก็เป็นไปไม่ได้ เลยคิดว่าต้องให้ความรู้เขาคืนกลับไปผ่านการจัดเวิร์กช้อป ซึ่งนอกจากจะทำให้ทีมงานที่เป็นคนรุ่นใหม่ได้รับความรู้ที่เป็นพื้นฐานไว้ต่อยอดในการทำงานแล้ว เวิร์กช้อปยังทำให้งานไปในทางเดียวกัน เหมือนเป็นการจูนทีม แล้วก็เป็นการตอบแทนอีกรูปแบบหนึ่งที่เราให้กลับไปได้ ว่าเด็กเขาที่มาทำงานในโปรเจ็กต์นี้จะได้สกิลการเล่าเรื่องมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าย่อมส่งผลต่อการทำแอนิเมชันให้มีชีวิตขึ้นมาได้อย่างสมจริง”  

“เวิร์กช้อปของเราเริ่มจากการครอบครูเลย ซึ่งเป็นเรื่องใหม่มากสำหรับคนรุ่นใหม่ เรามีเวิร์กช้อป 3 ครั้ง ครั้งแรกเป็นเรื่องเกี่ยวกับภาพจิตรกรรมไทยโดยอาจารย์สาคร ซึ่งเป็นหัวหน้าช่างที่ดูแลการซ่อมบำรุงวัดพระแก้ว ท่านก็มาอธิบายให้ฟังว่าตัวละครนี้เป็นเจ้านะ สวมชุดแบบไหน เครื่องประดับตรงนี้เป็นเหล็ก ตรงนี้เป็นผ้า คนทำงานจะได้รู้และพัฒนาต่อในเชิงของภาพเคลื่อนไหว ครั้งที่สองเป็นความลึกของตัวละครโดยผู้เชี่ยวชาญที่เป็นครูโขน เพื่อให้เข้าใจว่าตัวละครมีคาแรกเตอร์แบบไหน ทำไมถึงแสดงออกมาแบบนี้ ส่วนครั้งสุดท้ายคือเวิร์กช้อปแบบที่ได้ลงมือรำโขนกันจริงๆ เพราะแอนิเมเตอร์จะต้องรู้ว่าจะแปลงภาพ 2 มิติบนฝาผนังให้ขยับอย่างไรถึงจะถูกต้อง เช่น เวลาจะเหาะ ต้องเคลื่อนไหวแบบนี้ แล้วขยับแบบนี้ต่อ การเวิร์กช้อปจึงช่วยได้ทั้งทำให้เข้าใจว่าการเคลื่อนไหวให้มีชีวิตเป็นแบบไหน และสองคือต้องทำให้เชื่อได้ว่าตัวละครพวกนี้มีชีวิต มีเรื่องราวจริงๆ”

การซึมซับมรดกทางภูมิปัญญาของไทยนั้นอาจทำได้หลายทาง นับเป็นโชคดีของทีมทำงานที่ได้สัมผัสและลงมือคืนชีวิตให้กับจิตรกรรมฝาผนังที่ทรงคุณค่าให้กลับมาโลดแล่นได้อีกครั้งหนึ่ง และยังเป็นอีกครั้งที่เหล่าแอนิเมเตอร์หรือคนทำงานในแวดวงแอนิเมชันรุ่นใหม่จะได้เข้าถึงแก่นแท้ของศิลปะไทยและลับคมฝีมือผ่านกระบวนการเรียนรู้โดยผู้เชี่ยวชาญตัวจริง 

สำหรับผู้ที่ต้องการร่วมสัมผัสศิลปวัฒนธรรมไทยที่ถูกปลุกให้มีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง สามารถร่วมชมปฐมบทของ “จักรวาลรามเกียรติ์” ที่สนุกไม่แพ้จักรวาลมาร์เวลหรือดีซีได้แล้วที่โรงภาพยนตร์ โดยจะมีการจัดฉายภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องรามาวตารใน 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ขอนแก่น สุราษฎร์ธานี และชลบุรี จากนั้นจะจัดฉายเป็นภาษาอินโดนีเซีย ลาว กัมพูชา และพม่า เพื่อทำหน้าที่เป็นทูตวัฒนธรรมในโอกาสที่ประเทศไทยเป็นประธานอาเซียนปี 2562 ต่อไป พร้อมกับที่ทีมงานยังตั้งเป้าจะหาทุนสนับสนุนการจัดฉายให้กับผู้ที่สนใจให้ครบ 100,000 ที่นั่งใน 1 ปี 

“นอกจากจะมาดูให้ได้ความรู้ ความบันเทิง ภูมิใจในรากเหง้าของตัวเองแล้ว เรายังอยากขยายผลในเรื่องของการทำเวิร์กช้อป ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คนทำงานและช่วยสร้างโมเดลในการทำงานกับชุมชนหรือในเชิงศิลปวัฒนธรรมต่อไปได้อีก หรือถ้าแค่คนดูได้ดูแล้ว เกิดความสนใจที่จะไปค้นหาเรื่องราวหรือต่อยอดจากตรงนี้ต่อ เราก็ถือว่าเราประสบความสำเร็จแล้ว” ทีมงานกล่าวทิ้งท้าย 

ดูรายละเอียดการจัดฉายภาพยนตร์ได้ที่ รามาวตาร จิตรกรรมฝาผนังมีชีวิต และ www.ramavatar.net

เรื่อง : พัชรินทร์ พัฒนาบุญไพบูลย์ I ภาพ : สรศักดิ์ ชุนหโสภณ