image

Product Design

Kias Matt เมื่อกระดาษ-กระโดดออกมาจากหน้าหนังสือ

Published Date : 8 ก.ค. 2562

Resource : TCDC CONNECT

396

Kias Matt คือชื่อแบรนด์ที่ก่อตั้งโดย กนกมาศ มัทนารมยกิจ (แป๋ม) แบรนด์ที่เราจะได้เห็นผลงานการทำกระดาษป๊อปอัพ (Pop-up) หรือเทคนิคการตัดและพับกระดาษที่นิยมใช้ในการตกแต่งการ์ดหรือหนังสือนิทานต่างๆ เมื่อเปิดหน้านั้นออกมา เราจะสามารถเห็นเป็นรูปทรงต่างๆ โดดเด้งขึ้นจากหน้าปกติได้ โดยป๊อปอัพสามารถทำให้เห็นรูปทรงนั้นๆ ได้ตั้งแต่สองมิติ หรือสามมิติ หรือรอบทิศทาง โดยเมื่อเราพับหน้ากระดาษนั้นลง กลไกก็จะพับให้เป็นหนังสือหรือการ์ดที่ราบเรียบเช่นเดิม

กนกมาศเป็นนักออกแบบกระดาษป๊อปอัพที่นำความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาปรับใช้กับการทำงาน สิ่งที่มองเห็นความเป็นศิลปะและการออกแบบ แท้จริงแล้วเต็มไปด้วยศาสตร์อย่างวิศวกรรมกระดาษที่อยู่เบื้องหลังการสร้างสรรค์

ผลงานล่าสุด Jew Up : จิวเวอรี่โลหะคอนเซป "คำพังเพยไทย" ที่เกี่ยวกับร่างกาย โดยใช้กลไกกระดาษ pop-up (paper engineering) ในการออกแบบที่กำลังจัดแสดงอยู่ที่ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) โดยเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม DEBUT ครั้งที่ 18 x INNOVATION MATCHING : Let’s Craft คราฟต์อย่างสร้างสรรค์ ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

 

ความหลงใหลไม่ใช่เรื่องใหม่

หากย้อนกลับไปสำรวจความชอบที่คุณแป๋มมีต่อกระดาษนั้นเริ่มได้ตั้งแต่วัยเด็กและเป็นรูปธรรมมากขึ้นเมื่อสมัยศึกษาปริญญาตรี ที่แม้เธอจะเรียนสาขาชีววิทยา แต่พื้นที่ในหอพักของเธอกลับเต็มไปด้วยกระดาษรูปทรงต่างๆ ที่ถูกนำมาห้อยที่เตียงนอน โดยในช่วงระหว่างศึกษาจนถึงเรียบจบ คุณแป๋มยังเต็มไปด้วยความคิดในหัวเสมอว่า ต้องการเรียนเพิ่มเติมด้านศิลปะและการออกแบบอยู่เสมอ จนได้ทำงานและเริ่มเก็บเงิน จึงตัดสินใจเรียนรู้เพิ่มเติมด้านการออกแบบและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปอย่างต่อเนื่อง จนได้เจอกับโอกาสในการทำงานในโรงพิมพ์แห่งหนึ่งที่ทำงานหนังสือป๊อปอัพชั้นนำของโลก แม้จะเป็นจุดตัดของชีวิตที่เริ่มต้นเส้นทางการออกแบบในวัย 28 ปี ที่ต้องเผชิญกับเงื่อนไขการทำงานที่เป็นเวลาและเป็นระบบ แต่ด้วยความชอบที่มีต่อศิลป์และศาสตร์การประกอบร่างสร้างชีวิตให้กระดาษ ก็ทำให้ตัดสินใจเดินหน้าต่อไป

เมื่อทำงานมาแล้วสองปี ก็มีโอกาสได้เข้าทีมทำหนังสือสามมิติ เพียงพ่อก็พอเพียง คุณแป๋มเข้ารับหน้าที่รับผิดชอบในหลายส่วน ที่สำคัญคือมีโอกาสเป็นคนออกแบบสเก็ตช์แรก โดยทำงานอย่างทุ่มเทและเต็มกำลังมาก ผ่านพ้นความยากลำบากที่ต้องเผชิญ แต่สิ่งที่เก็บเกี่ยวได้ก็คุ้มค่า เพราะมีทั้งประสบการณ์ มิตรภาพ กระบวนการเกี่ยวกับเทคนิคการทำป๊อปอัพต่างๆ ทำงานครบสามปี จึงได้เวลาออกมาค้นพบตัวเองและเห็นเส้นทางในชีวิตที่ชัดเจนอีกครั้ง

 

ฝึกฝน ฝึกฝน ฝึกฝน

ด้วยความชอบและความหลงใหลที่มีอยู่เต็มเปี่ยม แม้จะเริ่มต้นจากศูนย์ แต่ก็นับหนึ่ง สอง สาม ต่อได้ด้วยการฝึกฝนด้วยตัวเองผ่านหนังสือ ดูกลไกการตัดกระดาษไปทีละขั้นตอน ความชอบที่มีทำให้สามารถอ่านแล้วเข้าใจถึงโครงสร้างและเทคนิคต่างๆ ได้อย่างไม่ยากเกินไปนัก เริ่มซึมซับกลไกของการสร้างสรรค์กระดาษป๊อปอัพในหลายๆ แบบได้เลยโดยไม่รู้ตัว รวมถึงการที่ได้รับมอบหมายครั้งทำโรงพิมพ์นั้นทำให้มีโอกาสเรียนรู้จากการทำงาน ไม่หยุดยั้งฝึกฝนด้วยตัวเองจากการอ่านหนังสือ แม้จะไม่ได้เรียนอย่างเป็นกิจลักษณะ แต่กระบวนการเรียนรู้ก็เป็นไปอย่างธรรมชาติ มีครูพักลักจำจากผู้เชี่ยวชาญ จำแล้วก็ฝึกฝนของตัวเอง

 

“บางครั้งที่เกิดความล้มเหลวจากการฝึกฝนด้วยตัวเอง เราไม่ได้มองว่าเป็นการล้มเหลว แต่เรามองว่าเป็นการเรียนรู้ รู้สึกว่าถ้ามันยังไม่ได้แสดงว่าเราพยายามมากพอหรือยัง ลองทำอีกครั้ง มีความรู้สึกท้อบ้าง แต่ไม่เก็บมาเป็นประเด็นที่เอามาเหยียบย่ำตัวเอง เรานำมาปรับปรุงให้ดีขึ้นเรื่อยๆ”

 

คุณแป๋มตั้งเป้าหมายจากที่ได้เจอกับหนังสือของ Matthew ReinHart, Robert Sabuda และ David A. Carter ศิลปินป๊อปอัพที่ชอบมาก ผลิตด้วยเทคนิคที่มีความซับซ้อนและมีโครงสร้างที่ชัดเจน จึงเป็นแรงบันดาลใจกระตุ้นให้คุณแป๋มพัฒนาความสามารถและผลักดันตัวเองให้ผลิตผลงานให้ได้ อย่างที่คุณแป๋มบอกว่า “พอมีเป้าหมายชัดเจนแล้ว อุปสรรคก็ถูกมองข้ามไป”

 

ซับซ้อนและเซอร์ไพร์ส

คุณแป๋มกล่าวว่า เสน่ห์ของป๊อปอัพคือความซับซ้อนของโครงสร้างกระดาษทั้งหมดสามารถพับเก็บได้ในครั้งเดียว คือเรื่องของการประหยัดพื้นที่การจัดเก็บ แต่เปิดออกมาเมื่อไหร่ก็สร้างความตื่นเต้นได้เสมอ ตัวตนที่จับต้องได้จากเนื้อหาที่ผู้อ่าน ป๊อปอัพจึงเป็นการเติมเต็มความมีชีวิตชีวาให้กับตัวหนังสือหรือรูปวาด ทำให้สองมิติเป็นสามมิติหรือสี่มิติ (ในกรณีที่มีการเพิ่มเติมเท็กซ์เจอร์ กลิ่น หรือเสียง เข้าไป) ซึ่งการประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บและการสร้างความเซอร์ไพร์สเป็นสองอย่างที่ถูกนำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ Kias Matt