image

Technology & Innovation

นวัตกรรมและเทคโนโลยีเซรามิกรอบตัว งานเสวนา “นวัตกรรมเซรามิกที่ออกแบบได้”

Published Date : 24 ก.ย. 2562

Resource : TCDC CONNECT

706

จากเซรามิกดั้งเดิมที่คนทั่วไปเข้าใจว่าหมายถึงเครื่องปั้นดินเผานั้น แท้จริงแล้วเซรามิกเป็นวัสดุที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มศักยภาพในการใช้งานให้หลากหลาย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) ได้จัดบรรยายร่วมเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในเรื่องนวัตกรรมและเทคโนโลยีเซรามิกรอบตัวเรา นำเสนอผ่านการใช้วัสดุ High Performance Ceramic ในงานออกแบบต่างๆ โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรร่วมบรรยายจากหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็น 2 นักวิจัยรุ่นใหม่จากหน่วยวิจัยเซรามิกส์ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) ดร. กุลเชฏฐ์ เมืองนาโพธิ์ที่ประยุกต์ใช้องค์ความรู้ด้านเซรามิกมาผสมผสานในงานด้านวิศวกรรม และการออกแบบโดยใช้โปรแกรม และคุณปัตมาภรณ์ ธิมากุล นักวิจัยที่พัฒนาเซรามิกสมัยใหม่ให้สามารถลดต้นทุนการผลิต ลดอุณหภูมิ และนำสิ่งของเหลือทิ้งมาประยุกต์ใช้ได้อย่างลงตัว จนได้เซรามิกจีโอพอลิเมอร์ คุณวศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ นักออกแบบเซรามิกและผู้บริหารธุรกิจเครื่องปั้นดินเผา “เถ้าฮงไถ่” คุณศีลดา เลิศรัตน์ นักออกแบบผู้มีประสบการณ์ทางด้านการออกแบบและร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภัณฑ์และอ่างล้างหน้าจากวัสดุเซรามิก บริษัท COTTO (Siam Sanitary Ware Company) ในเครือ SCG

การเสวนาในครั้งนี้แบ่งหัวข้อออกเป็น 3 ส่วนได้แก่ 1) ทำความรู้จักเซรามิกคืออะไร ? และนวัตกรรมเซรามิกรอบตัวเรามีอะไรบ้าง ? 2) เซรามิกกับการออกแบบ 3) การสร้างแบรนด์ด้วยเซรามิกและเทคโนโลยี

 

ช่วงที่ 1 เซรามิกและนวัตกรรมเซรามิกรอบตัว

ดร.กุลเชฏฐ์กล่าวว่า เมื่อ 12 ปีก่อนเวลาพูดถึงคำว่าเซรามิก จะเข้าใจว่าเป็นการปั้นหม้อหรือเครื่องปั้นดินเผา แต่แท้จริงแล้ววัสดุเซรามิกยังมีความพิเศษมากกว่านั้นด้วยคุณสมบัติพิเศษมากขึ้น เซรามิกสามารถแบ่งประเภทให้เข้าใจได้ง่ายคือ
1) Traditional ceramic (เครื่องปั้นดินเผา มีส่วนประกอบดินขาว ทรายซิลิก้า)
2) Advance ceramic (เซรามิกขั้นสูงที่กระบวนการผลิตทำให้มีคุณสมบัติพิเศษมากกว่าเครื่องปั้นดินเผาทั่วไป)

โดยเซรามิกเป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติสำคัญ ดังนี้
+ จุดหลอมเหลวสูง (High Melting Point)

  • ความแข็ง (High Hardness) สามารถรองรับน้ำหนักได้
  • ไม่เป็นตัวนำความร้อน (Low thermal conductivity)

และมีข้อด้อย ดังนี้
-  มีความเฉื่อยทางเคมี (Chemical inertness)
-  มีความเปราะสูงมาก (Brittle) ส่งผลให้แตกง่าย

ปัตมาภรณ์เพิ่มเติมว่า เซรามิกนั้นคือ Keramos วัสดุที่ไม่ใช่โลหะและเป็นอนินทรีย์ที่ต้องใช้การเผาที่อุณหภูมิสูง มากกว่า 800 - 1,000 องศาเซลเซียสขึ้นไป ในส่วนนี้วศินบุรีกล่าวเสริมว่า “เซรามิกในวันนี้ไม่เหมือนเซรามิกเก่าที่เราคุ้นเคยกันอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นความหลากหลาย ความเป็นไปได้ใหม่ที่เกิดเป็นรูปธรรม”
นอกเหนือจากเซรามิกดั้งเดิมแล้ว ในปัจจุบันยังมีเซรามิกขั้นสูง (Advanced ceramic) ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติเพิ่มเติมที่ขยายศักยภาพการใช้งานให้หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น

  • สารกึ่งตัวนำ (Semiconductor)
  • เปลี่ยนพลังงานความร้อนเป็นพลังงานไฟฟ้า (Thermoelectric)
  • มีสารเคลือบ (Cool pigment) เปลี่ยนความร้อนให้เป็นพลังงานไฟฟ้าได้
  • เคลือบกันน้ำ (Hydrophobic coating) กันฝุ่นและสารเชื้อราได้อย่างง่ายดายด้วยการพ่นสเปรย์บนพื้นผิววัสดุอื่นๆ ได้
  • เคลือบสารดูดความร้อนจากแสงอาทิตย์ (Solar absorber)

ปัตมาภรณ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลิตภัณฑ์เซรามิกขั้นสูงเหล่านี้สามารถทำเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย อาทิ เครื่องตัดของแข็ง ภาชนะบรรจุการเผาอัญมณีเพชรหรือพลอยที่ทนความร้อนได้สูง เสื้อเกราะที่ทำจากแก้วเซรามิกที่ทนความร้อนได้สูง เตาไฟฟ้าที่ทนความร้อน เซรามิกในท่อของรถยนต์ที่เปลี่ยนก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์เป็นคาร์บอนไดออกไซด์ได้ ไปจนถึงเซรามิกที่ผลิตไฟฟ้าได้

นอกจากนี้ยังมีตัวอย่างที่น่าสนใจจากการใช้งานเซรามิกขั้นสูงในรูปแบบใหม่ คือ
มีดเซรามิก - zirconia
มีความคมมากกว่ามีดโลหะ 10 เท่า
ไม่เปลี่ยนสีของอาหาร
น้ำหนักเบา
ไม่เป็นสนิม
ไม่ต้องลับใบมีดตลอดการใช้งาน

ที่มาภาพ : https://www.sliceproducts.com

เปรียบเทียบความแข็งของมีดเซรามิกกับวัสดุต่างๆ

 

ช่วงที่ 2 เซรามิกกับการออกแบบ

วศินบุรีกล่าวว่า สำหรับเขาคำว่านวัตกรรมไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยีเท่านั้น แต่เป็นการขยายกรอบแนวคิดออกไปจากสิ่งที่เราคุ้นเคย (comfort zone) เพิ่มเติมความเป็นไปได้ให้กว้างมากขึ้นในอนาคต อาจจะผสมกับองค์ประกอบต่างๆ เพื่อสร้างให้เกิดความเป็นไปได้ใหม่ ๆ สิ่งสำคัญคือผู้ประกอบการแต่ละคนต้องตอบให้ได้ว่าตัวเองมีเป้าหมายอะไรและกลุ่มเป้าหมายต้องการอะไร  การเกิดขึ้นของเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์สามมิติ (3D printing) เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่แม่นยำและเหมือนเดิมทุกครั้ง ตรงนี้ทำให้เขาตั้งคำถามว่าอนาคตความไม่สมบูรณ์อาจกลายเป็นสิ่งที่น่าสนใจกว่า

“เซรามิกสำหรับผมไม่ใช่แค่ธาตุดินน้ำลมไฟ แต่เป็นเรื่องขององค์ประกอบที่ 5 ที่ผมเรียกว่า ความบังเอิญหรือชะตากรรม การทำผลงานบางประเภทเราต้องการความแน่นอนของผล แต่หลายครั้งที่เราทำงานแล้วมีความแน่นอนมาห่อหุ้ม ทำให้เราอยากสร้างบางสิ่งบางอย่างที่เหนือการควบคุม” การทำงานของวศินบุรีเป็นไปด้วยความพยายามอันมุ่งมั่นในการคงลักษณะชิ้นงานแบบเดิมให้นานที่สุด นำเรื่องการออกแบบเข้ามาโดยเน้นเรื่องการทดลอง เอาสิ่งที่มีอยู่มาประยุกต์เข้ากับงานออกแบบเพื่อสร้างสิ่งใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น ทำในสิ่งที่ไม่เป็นที่ต้องการของระบบอุตสาหกรรม การไม่ได้ถูกควบคุมโดยมนุษย์นำมาต่อยอดเป็นเอกลักษณ์ในผลงาน ความไม่สมบูรณ์ของนวัตกรรม

 

ช่วงที่ 3 การสร้างแบรนด์ด้วยเซรามิกและเทคโนโลยี

ศีลดากล่าวว่า “การนำเทคโนโลยีมาใช้ในงานออกแบบ ระดับของความยากหรือง่ายนั้นอยู่ที่กระบวนการและวัสดุ ตอบโจทย์เรื่องความสวยงามหรือการใช้งาน การตีความโจทย์เหล่านี้จะเป็นแนวทางที่ทำให้ทั้งผู้ผลิตและนักออกแบบสามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ได้”

สำหรับ COTTO การออกแบบและวัสดุเซรามิกสามารถสร้างคุณค่าและประสบการณ์ใหม่ได้ โดยสามารถส่งเสริมกัน พัฒนาให้ออกมาเป็นเหมือนรูปแบบผลงานศิลปะ สร้างเสริมคุณค่าให้ทั้งลูกค้าและนักออกแบบ ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้ใช้ให้ดีขึ้นทั้งในแง่ของความงามและยกระดับคุณภาพการใช้ชีวิต

“Brand = Design + Quality ให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นหลัก (customer-based) เพื่อให้แบรนด์ของเราสามารถคงอยู่ในตลาด มีคุณค่าตอบโจทย์ลูกค้าอยู่เสมอ”
การเเลกเปลี่ยนความคิดจากทุกฝ่ายสามารถสรุปได้ว่า เทคโนโลยีกระบวนการผลิตและวัสดุ + นักออกแบบ + ผู้ประกอบการ + ผู้ใช้งาน + นักวิจัย + ผู้ผลิต ทุกฝ่ายจำเป็นต้องทำงานร่วมกันเพื่อสร้างระบบนิเวศน์ที่แข็งแรง นำความเชี่ยวชาญของแต่ละฝ่ายมาเสริมสร้างความเข้าใจ และร่วมกันสร้างผลงานวัสดุสร้างสรรค์ที่มีคุณภาพดีที่สุด

ในช่วงท้าย ดร.กุลเชฏฐ์ ทิ้งท้ายว่า เซรามิกเป็นวัสดุที่ทุกฝ่ายจะต้องประเมินความเป็นไปได้ของวัสดุ ประเมินความต้องการของตลาดและผู้ใช้งาน ในบริบทสังคมปัจจุบันกำลังมองหาวัสดุที่ตอบโจทย์ประเด็นที่สำคัญของสังคมคือเรื่องของสังคมผู้สูงอายุเเละความยั่งยืน สอดคล้องกับที่ปัตมาภรณ์เสริมว่า วัสดุที่รองรับสังคมผู้สูงอายุ (Silver economy) นั้นต้องมีคุณสมบัติหลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่เรื่องความปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการใช้งานที่ง่ายขึ้น
ศีลดากล่าวว่า “อนาคตของนวัตกรรมจะไม่ได้ช่วยแค่เรื่องความงาม แต่จะยกระดับการใช้ชีวิตของผู้ใช้มากขึ้น”

หลังจบการเสวนาระหว่างนักวิจัย ผู้ประกอบการและนักออกแบบเซรามิกแล้ว ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ แนวคิด พร้อมสร้างเครือข่ายการทำงานกับผู้ฟังกว่า 80 ท่าน เพื่อสร้างโอกาสในการต่อยอดธุรกิจด้วยนวัตกรรม