image

Business & Industrial

ออฟฟิศยุคใหม่กับโครงสร้างองค์กรในอนาคต

Published Date : 2 ม.ค. 2563

Resource : Creative Thailand

3,080

เมื่อหลายอุตสาหกรรมต้องพึ่งพาความสามารถในการสร้างสรรค์และนวัตกรรมใหม่ที่รวดเร็วยิ่งขึ้น การรอคอยคำสั่งและการตัดสินใจจากผู้มีอำนาจเพียงคนเดียวด้วยโครงสร้างแบบลำดับขั้น (Hierarchical Organization) อาจไม่ตอบโจทย์การทำงานในปัจจุบัน ระบบการทำงานยุคใหม่จึงเป็นสิ่งที่หลายองค์กรนำมาปรับใช้กับธุรกิจที่หลากหลาย เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับคนทำงานและสร้างประสิทธิภาพให้ได้มากที่สุด

Flat Organization (โครงสร้างองค์กรแบบราบ)
เป็นระบบการทำงานที่เริ่มได้รับความนิยมและสอดคล้องกับบริษัทยุคใหม่ มีเอกลักษณ์ตรงการลดช่องว่างระหว่างพนักงานและผู้บริหาร มีผู้จัดการแผนกที่เป็นตัวกลางเพียงไม่กี่คนหรือไม่มีเลย เพื่อลดการควบคุมแบบลำดับขั้นให้น้อยที่สุด อีกทั้งยังมอบการตัดสินใจให้แก่พนักงานสำหรับตัวงานที่พวกเขากำลังทำอยู่ โครงสร้างแบบราบนี้เหมาะสำหรับบริษัทขนาดกลางถึงเล็ก บริษัทด้านเทคโนโลยี หรือสตาร์ตอัพ 

ข้อดีของ Flat Organization มีตั้งแต่ช่วยให้กระบวนการตัดสินใจรวดเร็วยิ่งขึ้น การแก้ปัญหาสามารถทำได้ด้วยคนเพียงไม่กี่คน ผู้บริหารและพนักงานสื่อสารกันได้โดยตรง อีกทั้งยังลดความผิดพลาดในการสื่อสารได้ ช่วยลดงบประมาณการจ้างงานในตำแหน่งที่ไม่จำเป็น นอกจากนี้การมอบอิสระให้กับพนักงาน ยังช่วยให้พนักงานตั้งใจกับเนื้องานที่ทำมากกว่าการสร้างผลงานเพื่อให้ผู้บริหารพอใจ จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้การทำงานและสร้างความรับผิดชอบของพนักงานได้มากขึ้น

ในด้านข้อเสีย เมื่อผู้บริหารมีหน้าที่ให้คำปรึกษาและทำงานร่วมกับพนักงานทุกคนในบริษัท จึงมีโอกาสที่ผู้บริหารจะไม่สามารถจัดการพนักงานได้อย่างทั่วถึง ซึ่งจะนำไปสู่การขาดความเชื่อมั่นระหว่างผู้บริหารและพนักงาน และนำมาสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาดได้ อีกทั้งอาจทำให้เกิดการไม่พูดคุยกันระหว่างคนทำงาน ซึ่งจะนำไปสู่ความซ้ำซ้อนของไอเดีย ขณะที่ปัญหาซึ่งเคยถูกเสนอหรือหาวิธีแก้ไขไปแล้ว ก็จะกลายเป็นการเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์

Flatarchies (โครงสร้างองค์กรกึ่งลำดับขั้นกึ่งแบบราบ)
รูปแบบองค์กรที่ผสมกันระหว่างลำดับขั้นและแบบแบนราบนี้ จะเปิดให้องค์กรสามารถบริหารงานได้ในแบบราบ ในขณะเดียวกันก็สามารถสร้างทีมทำงานเฉพาะกิจเพื่อทำงานในโปรเจ็กต์หนึ่งได้โดยมีลำดับขั้นของความรับผิดชอบ เมื่อโปรเจ็กต์เสร็จสิ้นทีมงานก็จะสลายทีมไปทำงานของตน โครงสร้างแบบนี้จะทำให้พนักงานยังคงอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ไร้กรอบจนเกินไป และยังคงมีอิสระในการออกความเห็นและทำงานในส่วนของตนเองได้ โครงสร้างองค์กรแบบลูกผสมนี้สามารถนำมาปรับใช้ได้ทั้งกับบริษัทที่มีขนาดเล็กและขนาดใหญ่ โดยลักษณะโครงสร้างแบบนี้จะเอื้อให้บรรยายกาศการทำงานมีความคล่องตัวมากขึ้น  

Holacratic (โครงสร้างองค์กรแบบข้ามสายงาน)
เป็นโครงสร้างการทำงานที่ให้อิสระกับคนทำงานอย่างเต็มที่ โดยให้ความสำคัญกับ “บทบาท” ที่คนหนึ่งคนสามารถมีหลายบทบาทในเวลาเดียวกัน โดยบทบาทในที่นี้จะประกอบด้วยเป้าหมายและขอบเขตของการควบคุม หรืออธิบายได้ว่า ในการทำงานขององค์กรจะประกอบด้วยทีมหรือแผนกซึ่งจะแทนที่ว่า “วงกลม” ในแต่ละวงจะที่ทำหน้าที่แตกต่างกัน มีเป้าหมายที่สอดคล้องกับเป้าหมายหลักของบริษัท โดยพนักงานหนึ่งคนสามารถมีบทบาทได้ในหลายวง 

อย่างไรก็ดี ระบบแบบนี้มีข้อเสียอยู่หลายแห่ง เช่น เมื่อวงกลมแต่ละวงต่างทำหน้าที่เป็นของตนเอง อาจไม่ตระหนักถึงองค์กรในภาพรวมได้ อีกทั้งพนักงานที่มี “บทบาท” อยู่หลายวง จะต้องแบกรับความรับผิดชอบที่มากเกินไป รวมทั้งการเปลี่ยนองค์กรที่มีโครงสร้างแบบเดิมไปสู่โครงสร้าง Holacratic ก็เป็นเรื่องยาก ต้องใช้เวลาและทรัพยากรเป็นจำนวนมาก

ทุกโครงสร้างองค์กรไม่จะเป็นแบบเก่าหรือใหม่ ต่างก็มีข้อดีและข้อเสียที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับเจ้าของธุรกิจหรือผู้ประกอบการ และการตกลงร่วมกัน ที่จะนำรูปแบบใดมาปรับใช้ให้เข้ากับวิถีธุรกิจของตนเองได้มากที่สุด

ที่มาถาพ : Dylan Gillis/Unsplash

ที่มา :
Holacracy จาก investopedia.com
บทความ “The 5 Types Of Organizational Structures: Part 4, Flatarchies” โดย Jacob Morgan จาก forbes.com
หนังสือ The Future of Work : Attract New Talent, Build Better Leaders, and Create a Competitive Organization (2014) โดย Jacob Morgan

เรื่อง : นพกร คนไว