image

Other

จากสมมติฐานสู่ความเป็นไปได้

Published Date : 13 มี.ค. 2562

Resource : TCDC CONNECT

708

ในวงการสถาปัตยกรรมและการออกแบบ ชื่อของ Hypothesis นั้นเป็นที่รู้จักอย่างแน่นอน หนึ่งในสตูดิโอที่มีความเชี่ยวชาญในหลากหลายสาขา ทั้งเป็นดีไซน์เอเจนซี ออกแบบอาคารสถาปัตยกรรม ตกแต่งภายใน เฟอร์นิเจอร์ ผลิตภัณฑ์ นิทรรศการ การติดตั้งงานศิลปะ ออกแบบกราฟิก ตลอดจนอัตลักษณ์องค์กร ความถนัดในหลากหลายสาขานี้เกิดขึ้นภายในเป้าหมายสำคัญคือ การท้าทายตัวเองและพร่าเลือกขอบเขตสาขาการทำงานต่างๆ ผ่านการร่วมมือกันจากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในหลากหลายความถนัดกันไป

ชื่อของ Hypothesis นั้นก็เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงวิธีคิดในการทำงาน เพราะด้วยความกล้าทดลองและใจที่เปิดกว้าง ทำให้สตูดิโอแห่งนี้ไม่ได้มีสไตล์การทำงานที่เฉพาะเจาะจง แต่ใช้วิธีคิดเชิงออกแบบเข้ามาเป็นเครื่องมือในการช่วยกำหนดสมมติฐานสำหรับในทุกๆ โปรเจ็กต์ เพราะเชื่อว่าแต่ละโปรเจ็กต์นั้นก็มีคุณภาพที่เฉพาะตัวและมีเป้าหมายในการทำงานหรือมีวิธีการแก้ไขปัญหาใหม่ๆ ที่แตกต่างกันออกไป อยากให้แต่ละโปรเจ็กต์มีการตั้งสมมุติฐานและการทดลอง เพื่อหาคำตอบ ซึ่งการทำเช่นนี้จะช่วยสร้างกรอบในการทำงานให้ผมมุ่งตรงไปหาผลลัพธ์ได้อย่างไม่ลังเล
 

สตูดิโอแห่งนี้ร่วมก่อตั้งโดยเจษฎา เตลัมพุสุทธิ์ และ มนัสพงษ์ สงวนวุฒิโรจนา เมื่อปี 2011 ที่ตลอดระยะเวลาการทำงานนั้นมุ่งเน้นการให้คุณค่ากับบริบทและประวัติศาสตร์เป็นสำคัญ เลือกใช้สัจจะวัสดุ เปิดเปลือยให้เห็นสัมผัสที่แท้จริงของวัสดุกันอย่างชัดเจน แนวคิดเหล่านี้พิสูจน์คุณภาพฝีมือมาแล้วผ่านผลงานการออกแบบอย่าง Vivarium ที่เปลี่ยนโกดังโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่ริมถนนพระรามที่ 4 ให้กลายเป็นร้านอาหาร จนงานออกแบบได้รับรางวัลระดับโลก 'INSIDE World Festival of Interior 2015' หรือโรงแรม IR-ON โรมแรม 8 ชั้น ใจกลางสุขุมวิทโดดเด่นด้วยเปลือกอาคารที่มีเอกลักษณ์สะดุดตา เกิดจากการผสมผสานความเป็นไทยของแพตเทิร์นเหล็กดัด เข้ากับความโมเดิร์นสมัยใหม่ของลวดลายเรขาคณิต ความมุ่งมั่นในการทำงานทำให้ทั้งคู่ได้รับรางวัล Designer of the Year Award ประจำปี 2017 ในสาขา Interior Design

สิ่งที่น่าสนใจซึ่งเป็นผลงานล่าสุดของ Hypothesis คือการเปิดตัวโครงการ Factoria Bangkok โครงการเปลี่ยนพื้นที่โกดังให้เป็นพื้นที่ให้ทุกคนได้เข้ามาแชร์เวลาและประสบการณ์ร่วมกัน ก่อตั้งโดย กฤชภัสสร์ วีวัยวุธภิญโญ วรนล สามโกเศศ มนัสพงษ์ สงวนวุฒิโรจนา และเจษฎา เตลัมพุสุทธิ์สร้างโอกาสและความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่มีมากกว่าหนึ่ง เป็นพื้นที่ทดลองว่า co-working space จะเป็น dream-sharing space ได้จริง ภายในพื้นที่จัดสรรปันส่วนให้มีพื้นที่การใช้งานที่หลากหลายกันไป ไม่ว่าจะเป็น Factoria! Drink Bar คาเฟ่และบาร์เครื่องดื่มที่พร้อมบริการเครื่องดื่มที่หลากหลายสำหรับทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่น้ำส้มสดคั้น น้ำผลไม้โซดา กาแฟ และน้ำอัดลม สามารถสั่งเครื่องดื่มเมนูโปรดและนั่งไปได้ตลอดทั้งวัน F.Lab พื้นที่ห้องทดลองของการสร้างสรรค์ผลงานประดิษฐ์ มีเครื่องมือตัดและฉลุ สำหรับงานหลากหลายสเกล สามารถผลิตผลงานได้ตั้งแต่การตัดประกอบเฟอร์นิเจอร์สำหรับใช้งานจริงในบ้านด้วยเครื่อง CNC Router ตัดโมเดลงานสถาปัตยกรรมสำหรับนักเรียนนักศึกษาไปจนถึงสถาปนิกมืออาชีพด้วยเครื่อง Laser Cut CO2 และสุดท้ายคือในส่วนของ  Flavour Factor Canteen อาหารสไตล์ Comfort Food ที่สามารถทานได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ด้วยหลักการที่เอาคุณภาพและรสชาติของอาหารมาเป็นหลัก และการบริการแบบ Self-Service ทำให้ได้รับความรู้สึกเหมือนกลับไปกินอาหารที่โรงเรียนหรือจะนั่งทานข้าวไปด้วย ทำงานไปด้วยก็ได้เช่นเดียวกัน

ที่มาภาพ https://www.facebook.com/Factoriabkk/

เพื่อตอบโจทย์ของความฝันที่แตกต่างกันไป การออกแบบจึงจำเป็นต้องมีความยืดหยุ่นต่อการปรับเปลี่ยนตามการใช้สอย เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นในโถงกลางของโกดังแห่งนี้ล้วนติดล้อและพร้อมที่จะถูกโยกย้ายได้ตลอดเวลา ทั้งชั้นวางของ โต๊ะกินข้าว หรือแม้แต่ต้นไม้ที่สูงลิบลิ่ว “เราติดล้อเข้าไปในเฟอร์นิเจอร์เพื่อให้มันสามารถเคลื่อนย้ายได้ แล้วก็เป็น Open Plan สามารถใช้พื้นที่ได้เต็มศักยภาพของมัน” เจษฎา เตลัมพุสุทธิ์ กล่าว “เราสามารถ Customize ขนาดของอีเว้นต์หรือเวิร์คชอปที่เราจะจัดได้โดยใช้ตัว Rack ที่มีล้อในการแบ่งพื้นที่”

แนวคิดที่เปิดกว้างด้านการใช้สอยพื้นที่ของ Factoria นั้นได้แรงบันดาลใจจากหลักการทางคณิตศาสตร์เรื่อง Factorial “มันเริ่มจาก Factorial ซึ่งค่าศูนย์ Factorial ก็ยังเท่ากับหนึ่งโอกาสที่ศูนย์มันยังเป็นโอกาส” มนัสพงษ์กล่าว “มันคือความน่าจะเป็น คือเป็นอะไรก็ได้ มันจะเกิดอะไรก็ได้ ผมอยากมองว่าแค่มีความฝัน แค่เดินเข้ามา ผมว่ามันคือ Opportunity แค่ความฝันมันคือโอกาสแล้ว”