image

Workshop & Training

Very Kind Invention เผยกลยุทธ์การทำ VM อย่างสร้างสรรค์และสร้างพลังให้กับแบรนด์

Published Date : 4 มี.ค. 2562

Resource : TCDC CONNECT

927

แผนกพัฒนาธุรกิจสร้างสรรค์และนวัตกรรมของ TCDC จัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมและพัฒนาการแสดงผลงาน (Showcase & Exhibition) ให้กับกลุ่มผู้ประกอบการสร้างสรรค์ที่จะเข้าร่วมโชว์ผลงานในเทศกาล Bangkok Design Week 2019 โดยเวิร์คช็อปครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม Launchpad Program ซึ่งได้รับเกียรติจาก อรรถนนท์ วงศ์เหลือง ดีไซน์ไดเร็กเตอร์คนเก่งจากสตูดิโอออกแบบ Very Kind Invention ที่มาช่วยชี้แนะกลยุทธ์และแนวคิดการนำเสนอแบรนด์เล็กๆ ให้โดดเด่นด้วยพลังของเรื่องราว

 

Every brand has its own story - ทุกแบรนด์มีเรื่องเล่าของตนเอง

ก่อนจะเข้าสู่เรื่องเทคนิกการสื่อสารผ่าน VM หรือ Visual Merchandising ให้น่าสนใจและมีเป้าหมายในเชิงธุรกิจ อรรถนนท์เริ่มต้นการบรรยายด้วยหัวข้อการสื่อสารแบรนด์ที่สำคัญที่สุดนั่นก็คือ “Branding starts with a story” พร้อมแชร์องค์ประกอบ 5 ข้อที่จะทำให้ทุกการสื่อสารประสบความสำเร็จ อันได้แก่

  1. Originality - ความแท้ / ความออริจินัล
  2. Easy to Understand - ความเข้าใจง่าย
  3. Honesty - ความจริงใจ
  4. Consistency - ความต่อเนื่อง
  5. Boldness - ความโดดเด่น / แตกต่างจากคู่แข่ง

 

“เรื่องราวและตัวตนของแบรนด์คือพื้นฐานสำคัญที่สุด เป็นเรื่องที่นักสื่อสารแบรนด์ต้องทำความเข้าใจให้ได้อย่างถ่องแท้”

 

อรรถนนท์ขอให้ผู้ร่วมเวิร์คช็อปลองมองแบรนด์ของตนเป็นเสมือนมนุษย์คนหนึ่ง “If your product is a person, brand is a story that makes him who he is” เขาอธิบายถึงการอุปมานี้ว่า เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของเด็กคนหนึ่งก็คือสิ่งละอันพันละน้อยที่ร่วมพัฒนาตัวตนของเขาขึ้นมา เปรียบได้กับเรื่องราวเบื้องหลังของแบรนด์ ที่ก็พัฒนาขึ้นเป็นอัตลักษณ์ของแบรนด์ๆ นั้นในที่สุด

 

Visual Merchandising = Love At First Sight! - วีเอ็มคือประสบการณ์รักแรกพบ

ในส่วนของการสร้างงาน VM อรรถนนท์อธิบายง่ายๆ ว่าเป็นเสมือนการสวมใส่เสื้อผ้าหรือการเลือกบ้านช่องของคนๆ หนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าก็จะสะท้อนถึงตัวตนหรือบุคลิกของคนๆ นั้นออกมาสู่สายตาผู้อื่น “Visual Merchandising is like clothing or space making that helps express one’s identity” ซึ่งงาน VM นี้ถือเป็นแขนงหนึ่งของการสื่อสารแบรนด์ไปสู่ผู้บริโภค (นอกเหนือจากการสื่อสารผ่านสื่อ) และในความคิดของเขาแล้ว งาน VM ไม่สามารถสร้างสรรค์ขึ้นอย่างโดดเดี่ยวได้ หากต้องอาศัยองค์ประกอบความเชื่อมโยงที่ผู้สร้างสรรค์ต้องใส่ใจ และวิเคราะห์ทำความเข้าใจมาก่อน เริ่มตั้งแต่ตัวสินค้า บรรจุภัณฑ์ พื้นที่ขาย/จัดแสดง เรื่อยมาจนถึงการสร้างบรรยากาศ การดิสเพลย์ การออกแบบประสบการณ์ลูกค้า และงานบริการของพนักงานในพื้นที่ด้วย เพื่อให้การสร้างงาน VM แต่ละครั้งมีพลังและมีประสิทธิภาพสูงสุด อรรถนนท์แนะว่าเจ้าของแบรนด์จะต้องถามคำถาม 3 ข้อนี้กับตัวเองก่อนเสมอ นั่นก็คือ

1) Who are we talking to? ลูกค้าเป้าหมายที่เราจะสื่อสารด้วยในงานนี้คือใคร?

2) What is the type of space we are working with? ลักษณะและเงื่อนไขสำคัญของพื้นที่ที่เราจะสร้างงาน VM ครั้งนี้เป็นอย่างไร เช่นเป็นพื้นที่ในห้างสรรพสินค้า, เป็น kiosk ในที่สาธารณะ, เป็น window display หน้าร้านของเราเอง, เป็นพื้นที่ในงานนิทรรศการ (Exhibition space) หรือเป็นบูธในงานแสดงสินค้า (Convention space) เป็นต้น

3) What is the story we are going to tell? เรื่องราวที่เราอยากจะเล่าในงานนี้มันเป็นยังไง, key message คืออะไร ฯลฯ

เพราะเมื่อใดก็ตามที่โจทย์สามข้อนี้ทำงานด้วยกันอย่างลงตัว งาน VM นั้นก็จะประสบความสำเร็จ และสามารถสร้างพลังให้กับแบรนด์ได้อย่างมหาศาล

 

ตัวอย่างการสื่อสาร ‘แบรนด์ดิ้ง’ ที่มีประสิทธิภาพ

อรรถนนท์ยกตัวอย่างแบรนด์ไลฟ์สไตล์ขนาดเล็กที่เขามองว่าสามารถปั้นแบรนด์ขึ้นได้อย่างสวยงาม มีภาพลักษณ์ชัดเจน และประสบความสำเร็จด้านการสื่อสารแบรนด์มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน เช่น

1) Karmakamet

คาแรกเตอร์: Mysterious / Secretive (ลึกลับ), Private (เป็นส่วนตัว), Vintage (เก่าแก่ย้อนยุค), Rare-treasure (เป็นของหายาก)
สินค้า: เครื่องหอม เทียนหอม น้ำหอมต่างๆ
กลุ่มเป้าหมาย: คนที่มีเงินใช้ได้อย่างฟุ่มเฟือย, รักการเดินทางเพื่อเห็นโลกที่แตกต่าง, เข้าใจวัฒนธรรมความหลากหลาย