image

Design & Creativity

เข้าใจจุดเริ่มต้น ค้นหาความสำเร็จ TrimodeStudio

Published Date : 4 มิ.ย. 2562

Resource : TCDC CONNECT

325

 

หาการทำธุรกิจ คือ การออกวิ่งบนลู่ที่ไม่ว่าจะแข่งขันกับตัวเองหรือคู่แข่ง
การออกตัววิ่งจากจุดเริ่มต้น’ ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดเสมอ
ยิ่งใช้เวลาออกจากจุดเริ่มต้นน้อยเท่าไหร่ ยิ่งมีโอกาสที่จะเข้าสู่เส้นชัยได้เร็ว

 

เช่นกันเดียวกับแนวคิดการสร้างสตูดิโอออกแบบ Trimode Studio ที่ก่อตั้งโดย 3 นักออกแบบ ชินภานุ อธิชาธนบดี, ภิรดา และภารดี เสนีวงศ์ ณ อยุธยา พวกเขาริเริ่มก่อร่างเส้นทางแห่งธุรกิจสร้างสรรค์โดยยึดหลักการ เข้าใจจุดเริ่มต้น ค้นหาความสำเร็จ’ แนวคิดที่เกิดจากการตกผลึก ผ่านประสบการณ์กว่า 15 ปีในวงการออกแบบ (Trimode studio ก่อตั้งขึ้นในปี 2004) พวกเขานำประสบการณ์ตั้งแต่การเริ่มลงสนามวิ่งในวันแรกมาแบ่งปันบนเวที Creative Craft Transformation Talk พาผู้ประกอบการร่วมย้อนเวลา ไปสำรวจเส้นทางการออกตัววิ่ง จนมาถึงปัจจุบันที่ Trimode studio มีผลงานมากมาย ขยายบริษัทออกเป็น 3 บริษัทย่อย ครอบคลุมงานออกแบบตั้งแต่งานออกแบบภายใน เฟอร์นิจอร์ ของตกแต่งบ้าน เครื่องประดับ กราฟิก การสร้างแบรนด์ ไปจนถึงการพัฒนาสินค้าชุมชนไปสู่ระดับสากล

Creative Craft Transformation Talk เป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้ ‘Creative Craft Transformation กิจกรรมพัฒนาผู้ประกอบการกลุ่ม Creative Craft เพื่อพัฒนา เพิ่มมูลค่าธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ และบริการ’ งานเสวนาในครั้งนี้ถือเป็นการเปิดตัวผู้เชี่ยวชาญที่จะมาร่วมยกระดับความสามารถให้แก่กลุ่มผู้กระกอบการ Creative Craft โดย Trimode studio เป็นหนึ่งในทีม Coach ที่มาร่วมร่วมนำพาสินค้าและบริการไทยออกตัววิ่งไปสู่ตลาดโลก

 

เปิดเผยตัวตน ทดลองตลาด

Trimode studio เริ่มต้นการเสวนาด้วยการเล่าถึงการออกตัววิ่งจากจุดเริ่มต้นของพวกเขา เริ่มจากการทดลองผลิตชิ้นงานออกมาหลากหลายรูปแบบในช่วงแรก มองหาช่องทางเพื่อนำผลงานไปจัดแสดงตามงานแฟร์ ส่งงานประกวดทั้งในและต่างประเทศ โดยมีจุดประสงค์สำคัญคือการ ‘เปิดเผยตัวตนให้คนรู้จัก’ สื่อสารสไตล์งาน และความเชี่ยวชาญของสตูดิโอ ระหว่างที่พวกเขาพัฒนาผลงาน ตัวตนของ Trimode studio ก็เริ่มปรากฎชัดเจนขึ้น เกิดเป็นกรอบในการพัฒนาผลงาน 3 มิติที่เกี่ยวเนื่องกัน นั่นคือ


“Culture วัฒนธรรม ความเชื่อของคนไทย

Craft เทคนิค กระบวนความคิดจากงานที่เน้นฝีมือ

Innovation เทคโนโลยีและความเป็นไปได้ในการผลิต”


MONKWAN ผลงานชิ้นแรกของ mode เป็นจุดร่วมของคุณชินภานุ คุณภิรดา และคุณภารดีสื่อสารทั้ง 3 แก่นของ Trimode studio studio นั่นคือ Culture ที่มาจากการนอนหมอนสามเหลี่ยม ท่าทางการเอนของคนไทย Craft แพทเทิร์นที่นำเอากฎของลายไทยที่มีการผูกลายต่อลายได้มาใช้ และ Innovation การนำเทคนิค Laser Cut มาใช้

นอกจากการนำเสนอตัวตนของแบรนด์ผ่านการออกงานแฟร์และการประกวด ‘ความคิดเห็นของผู้คนที่มาชมผลงาน’ ถือเป็นอีกแรงผลักดันสำคัญของ Trimode studio พวกเขามองเป็นการสำรวจตลาด รับฟังความต้องการ ความรู้สึกของกลุ่มลูกค้า อย่างเช่น ประสบการณ์ที่พวกเขาได้พบกับลูกค้าที่เห็นชิ้นงานในงานแฟร์ แล้วเห็นโอกาสในการนำชิ้นงานไปต่อยอด ลูกค้ารายนี้สั่งออกแบบและขอให้ Trimode studio ผลิตชิ้นงานพิเศษเพื่อเขา

“งานทุกชิ้นของ Trimode studio ไม่มีความเกี่ยวข้อง หรือต่อเนื่องกัน”

 

เนื่องจาก Trimode studio เน้น ‘บริการการออกแบบ (Design Service)’ พวกเขาจึงให้ความสำคัญกับ ‘การเริ่มต้นใหม่’ นั่นคือการเริ่มต้นกระบวนการคิดงานใหม่ สำหรับโปรเจคใหม่ของลูกค้าแต่ละรายที่มีตัวตนและความต้องการต่างกัน
 

เข้าใจจุดเริ่มต้น

ประสบการณ์ลงสนามมาอย่างนับไม่ถ้วนของ Trimode studio ได้ตกผลึกออกมาเป็นเทคนิคการออกตัววิ่งในแต่ละครั้ง ซึ่งจุดเริ่มต้นสำคัญ คือ ‘การตั้งคำถาม’ พวกเรามักเริ่มกระบวนการคิดงานด้วยการตั้งคำถามท้าทายกับสิ่งรอบตัวที่คุ้นเคย มองหาแนวทางใหม่ในการต่อยอดจากรูปแบบเดิม หรือสร้างกระบวนการนำเสนอในรูปแบบใหม่ เช่น

การพัฒนาวัสดุท้องถิ่นในชุมชน (Local Material) เกิดจากการสังเกตเห็นสินค้าแต่ละชิ้นในแต่ละพื้นที่มีความคล้ายกัน ไม่มีเอกลักษณ์ จึงเริ่มจากคำถามที่ว่า
จะทำอย่างไรให้สินค้าในชุมชนแต่ละชิ้นมีเอกลักษณ์ และสามารถผลิตจำนวนมากในระบบอุตสาหกรรมได้ ?’ 

การพัฒนางานออกแบบเครื่องประดับ เริ่มจากคำถามที่ว่า
เป็นไปได้ไหมที่งานจิวเวอรี่ จะนำใช้เทคนิคการเชื่อมเฟอร์นิเจอร์มาใช้แทน โดยไม่ต้องใช้ความร้อน ?’

คำถามเหล่านี้นำมาสู่การทดลองวัสดุ ทดลองกระบวนการขึ้นรูป การผสมผสานเทคนิควิธีใหม่ที่อาจยังไม่แพร่หลาย แต่จะนำไปสู่การออกแบบที่แตกต่างและตอบโจทย์ในหลากหลายมิติ ทั้ง ‘ความร่วมสมัย การจัดการ และการตลาด’

ความร่วมสมัยที่พิเศษและโดดเด่น
Trimode studio คลุกคลีทดลองกับวัสดุที่หลากหลาย จนค้นพบว่าจุดเริ่มต้นของวัสดุท้องถิ่นล้วนเกิดจากงานเส้นที่ขึ้นรูปด้วยเทคนิคการสอด ประสาน ขดเส้น พวกเขาจึงนำเทคนิคพื้นฐานเหล่านี้มาขยายความเป็นไปได้ใหม่ ต่อยอดให้เข้ากับสไตล์ วิถีชีวิตที่ร่วมสมัย และทำให้ผู้ใช้งานเห็นความโดดเด่นของสินค้าทั้งในเชิงการสัมผัส (Sensation) และการรับรู้ (Perception)

การจัดการสู่สากล
ปัญหาคลาสสิคที่ผู้ประกอบการมักจะพบเช่นเดียวกับที่ Trimode studio ประสบนั่นคือ ‘กำลังผลิตของงานหัตถกรรมและความต้องการตลาดไม่สอดคล้องกัน’ ดังนั้นปัจจัยสำคัญคือ ‘การจัดการที่มาจากความเข้าใจ’ ตัวอย่างความสามารถในการสานกระติ๊บของผู้สูงอายุในชุมชน สามารถผลิตชิ้นงานได้จำนวนมากในเวลาอันรวดเร็ว Trimode studio เห็นโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า โดยการเพิ่มสีในวัสดุสานกระติ๊บ ทำให้กระติ๊บมีความร่วมสมัยมากขึ้น ใช้งานร่วมในบริบทปัจจุบันได้ อีกมุมหนึ่งคือการจัดการโดยการต่อยอดจากความเชี่ยวชาญเดิมของผู้ผลิต นำมาประยุกต์ใช้ในผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากขึ้น เช่น เทคนิคการถักรังดุมของชาวบ้านที่แต่เดิมใช้ในเสื้อผ้าเท่านั้น Trimode studio นำเทคนิคดังกล่าวมาต่อยอดในใช้กับการทำเครื่องประดับ เป็นการเพิ่มศักยภาพในการผลิต และเพิ่มมูลค่าของสินค้าไปในตัว

การตลาดที่ตรงเป้า
Trimode studio เน้นย้ำตลอดการเสวนา ถึงความสำคัญของจุดเริ่มต้น นั่นคือ ‘ความเข้าใจในจุดแข็งของผลงานตนเอง’ ทำให้พวกเขาสามารถพัฒนาผลงานได้อย่างตรงใจกลุ่มเป้าหมาย กำหนดได้ว่าผลงานชิ้นนี้จะขายใคร ขายที่ไหน และควรขายในราคาเท่าไหร่ ระบุตลาดเป้าหมายได้อย่างชัดเจน เช่น การออกสินค้าเครื่องประดับพวกเขาจะต้องทราบว่าตลาดเป้าหมายคือประเทศอะไร เพราะความชอบ (Preference) ของคนในแต่ละภูมิภาคแตกต่างกัน หากเป็นตลาดยุโรปจะต้องเน้นเครื่องประดับเส้นหญ่ ต่างกับตลาดเอเชียโดยเฉพาะชาวญึ่ปุ่นที่นิยมเครื่องประดับเส้นเล็ก




ค้นหาความสำเร็จ

แนวคิดเชิงนามธรรมสู่ความสำเร็จที่ Trimode studio ได้ค้นพบอยู่บนมิติของห้วงเวลาเพียง 2 ช่วง นั่นคือ ‘อดีต และ อนาคต’ โดยมีตัวแปรสำคัญอย่าง ‘ความคิดสร้างสรรค์’ เชื่อมโยงอดีตและอนาคตเข้าไว้ด้วยกัน พวกเขาพบว่าผลิตภัณฑ์และบริการที่ได้ออกแบบถือเป็นตัวแทนของยุคสมัย นำเสนอวิถีชีวิตและสภาพแวดล้อมในยุคนั้น เมื่อเวลาเปลี่ยนไป เทคโนโลยีการผลิตพัฒนาขึ้น วิถีชีวิตและความต้องการ รสนิยมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ทำให้งานคราฟท์ ไม่ใช่แค่การพัฒนาจากกระบวนการไปสู่ผลิตภัณฑ์ แต่สามารถต่อยอดไปถึงมิติอื่น เช่น การออกแบบประสบการณ์ การออกแบบพื้นที่ การจัดแสงสี และอื่นๆ อีกมากมาย


 

ต่อยอดอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

หนึ่งในผลงานของ Trimode studio ที่พาให้งานฝีมือของคนในชุมชนไปร่วมมือกับแบรนด์ดังระดับสากล นั่นคือ ‘โครงการกำลังใจ’ โครงการพัฒนางานฝีมือร่วมกับทัณฑสถานหญิงที่มีความสามารถในเทคนิคการทำสม็อค (Smok) จากจุดเริ่มต้นที่พวกเขาเข้าไปศึกษาความสามารถของแรงงานในทัณฑสถานหญิง พบว่าจุดแข็งคือการทำสม็อคที่สวยงาม ลวดลายหลากหลาย และที่สำคัญคือมีกำลังในการผลิตสูงมาก เนื่องจากเป็นกลุ่มคนที่มีเวลามาก Trimode studio ดึงจุดแข็งนี้มา ‘ต่อยอดให้ผลิตภัณฑ์มีความร่วมสมัย’ ออกแบบการใช้โทนสี รูปทรงผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้ นำมาสู่การ ‘จัดการสู่สากล’ Trimode studio พาให้งานสม็อคฝีมือจากทัณฑสถานหญิงร่วมมือ Colloboration กับแบรนด์ PIA ต่อยอดจากกระเป๋า รองเท้าสม็อค ไปสู่วัสดุบุผนังภายใน ถูกนำไปใช้ตกแต่งภายในโรงแรมชั้นนำ ขยายความสำเร็จไปสู่ ‘ทำการตลาดตรงเป้าหมาย’ ร่วมมือกับแบรนด์ชั้นนำอย่างการบินไทย และร้านกาแฟสตาร์บัคส์ (Starbucks) มีการปรับเปลี่ยนวัสดุ และรูปทรงผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับอัตลักษณ์แบรนด์ และการใช้งานในแต่ละบริบท อย่างกระเป๋าที่ร่วมออกแบบให้สตาร์บัคส์ มีการเลือกใช้ผ้าที่กันน้ำ กระเป๋าที่ออกแบบให้การบินไทย มีการเลือกใช้รูปทรงที่เหมาะกับการเดินทาง เลือกลายสม็อคคล้ายกับดอกจำปี ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการบินไทย

ผลงานของ Trimode studio พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การเข้าใจตัวตนที่แท้จริงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ พาให้งานฝีมือที่ถูกต่อยอดด้วยความคิดสร้างสรรค์ เข้าสู่เส้นชัยในทุกสนามอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ในช่วงสุดท้ายของการเสวนา Trimode studio ได้ฝากคำถามให้กับผู้ประกอบการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการค้นหาคำตอบว่า

"หากเวลา คือ จุดด้อย ของงานฝีมือ เราจะสร้างคุณค่าให้กับ การรอคอย ได้อย่างไร ?”



เรื่อง : คุณโศภิษฐา ธัญประทีป