image

Business & Industrial

TREND2018: Travel รวบรวมเทรนด์ท่องเที่ยวที่น่าจับตามอง

Published Date : 22 พ.ค. 2561

Resource : Creative Thailand

2,828

การเดินทางและการท่องเที่ยวยังคงเป็นอุตสาหกรรมสำคัญที่ขับเคลื่อนโดยคนทุกเจเนอเรชั่นอยู่เสมอ มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเป็นผู้เล่นคนสำคัญของเศรษฐกิจโลก ในฐานะที่เป็นแรงผลักในการเดินทางออกไปค้นหาปลายทางและประสบการณ์ใหม่ ที่หมายถึงกลุ่มผู้บริโภคและกำลังซื้อจำนวนมหาศาล

ในปี 2018 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแห่งประเทศไทยคาดการณ์ว่าจะมีรายได้จากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศที่ 3.1 ล้านล้านบาท เพิ่มจาก 2.7 ล้านล้านบาทในปี 2017 โดยกำหนดนโยบายเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีนและยุโรปที่มุ่งเน้นการท่องเที่ยวอย่างมีคุณภาพ จังหวัดที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยการท่องเที่ยวที่น่าจับตามอง คือสงขลา อำเภอหาดใหญ่ ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์เข้ามาเที่ยวในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก

สำหรับการท่องเที่ยวภายในประเทศ คาดการณ์ว่าจะเพิ่มมากขึ้นถึง 162 ล้านการเดินทางในปี 2018 โดยเพิ่มจาก 154 การเดินทางในปี 2017 ที่ผ่านมา

สิ่งสำคัญของการเดินทางและการท่องเที่ยวคือการเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Gross Domestic Product: GDP) โดยในปี 2017 อุตสาหกรรมท่องเที่ยวสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากถึง 1,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลโดยตรงต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจในกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ตัวแทนจำหน่าย สายการบิน โดยคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะสามารถแบ่งสัดส่วน GDP ของประเทศไทยได้ถึง 14.3 เปอร์เซ็นต์ในอีก 10 ปีข้างหน้า

©airbnb.com/experiences
 

ท่องเที่ยวแบบสั่งตัด

“เพราะทุกคนต้องการความทรงจำเฉพาะจากประสบการณ์การท่องเที่ยวของตัวเอง ไม่มีใครต้องการสิ่งที่ซ้ำกับคนอื่นอีกต่อไป นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมโรงแรมบูธีคหรือ Airbnb ถึงประสบความสำเร็จอย่างมาก เพราะพวกเขามอบสิ่งที่มากกว่าให้แก่ผู้ที่ต้องการประสบการณ์ที่เจาะจงสำหรับพวกเขา ค้นหาสิ่งที่พิเศษให้” ทามาร่า โลแฮน (Tamara Lohan) ผู้ก่อตั้งธุรกิจท่องเที่ยว Mr & Mrs Smith ให้ข้อคิดเห็นไว้ เทรนด์อุตสาหกรรมการเดินทางในปี 2018 จึงเป็นเรื่องของการออกแบบประสบการณ์ที่เฉพาะเจาะจงกับความต้องการและความคาดหวังของนักเดินทางแต่ละคน เพื่อให้ได้ทั้งความทรงจำและความสมจริงแบบที่ประทับใจในแต่ละทริปอย่างไม่รู้ลืม

Airbnb Experiences หนึ่งในวิธีการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ช่วยให้นักเดินทางสามารถจับจองประสบการณ์ตามความชอบคู่กับคนในพื้นที่ที่น่าสนใจ แบ่งตามหมวดหมู่ ได้แก่ กีฬา (เล่นเซิร์ฟ ปั่นจักรยาน) ธรรมชาติ (เดินป่า ถ่ายรูปตามสถานที่ทางธรรมชาติ) ทำงานเพื่อสังคม ความบันเทิง อาหาร และงานศิลปะ แต่ละรูปแบบจะมีโฮสต์รับหน้าที่จัดตารางตามระยะเวลา และพาผู้มาเยือนจากต่างถิ่นไปค้นพบประสบการณ์และแง่มุมใหม่ของเมืองนั้นๆ ในแบบฉบับคนท้องถิ่นที่รู้จริง

©get.google.com/trips
 

สำหรับประสบการณ์เฉพาะตัวนั้นสามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่การจองตั๋วเดินทาง เพราะโลกออนไลน์ได้สร้างให้เกิดปรากฏการณ์ “นักเดินทาง DIY” ขึ้น ด้วยการใช้เครื่องมือดิจิทัลและเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาสร้างแผนการเดินทางในรูปแบบ “สั่งตัด” ที่เหมาะสมพอดีตัว (Tailored-Made Experiences) โดยประมวลผลจากข้อมูล รูปแบบการเดินทาง และเนื้อหาที่เหล่าผู้ใช้เป็นคนสร้างและแชร์ไว้ในโลกออนไลน์ เข้ามาเป็นต้นทุนสำคัญในการนำเสนอแผนการเดินทางที่เหมาะสม ยกตัวอย่างที่หลายคนอาจเคยมีประสบการณ์ใช้งานแล้วอย่าง Google Trips ที่เปิดโอกาสให้นักเดินทางได้วางแผนทริปเสร็จครบในที่เดียว ทั้งบันทึกจุดหมายปลายทาง จองตั๋วเครื่องบิน โรงแรม เก็บข้อมูลสถานที่แนะนำ ร้านอาหาร และคาเฟ่ ที่สำคัญคือนักเดินทางสามารถเข้าถึงข้อมูลได้โดยไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ต

การใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ยังปรากฏในธุรกิจโรงแรมระดับโลกจำนวนมาก เช่น เครือโรงแรมแมริออท ที่ออกแบบแอพพลิเคชั่นเพื่อให้ผู้เข้าพักได้แสดงข้อคิดเห็นหรือข้อแนะนำต่างๆ เพิ่มเติมในระหว่างการเข้าพัก เครือโรงแรมคาร์ลสันเรซิดอร์ ที่เปิดตัวแอพฯ ให้ผู้เข้าพักสามารถเช็คอิน เปิดประตูห้อง และจ่ายค่าห้องพักได้ทั้งหมดภายในแอพฯ เดียว ทางด้านเครือโรงแรมเวอร์จิ้น เปิดตัวแอพฯ ลูซี่ (Lucy) ที่เปลี่ยนโทรศัพท์ของผู้เข้าพักให้สามารถควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ภายในห้องพักได้ เช่น อุณหภูมิเครื่องปรับอากาศหรือเนื้อหาที่จะปรากฏในโทรทัศน์ เป็นต้น

©citizenm.com
 

เที่ยวไปทำงานไป สไตล์เจนมิลเลนเนียล

คำว่า Bleisure ที่มาจากการผสมคำว่า Business และ Leisure หมายถึงการเดินทางพักผ่อนไปและทำงานไปด้วยนั้นไม่ใช่คำใหม่ แต่ก็ยังเป็นคำสำคัญที่ไม่หายไปจากกระแสการท่องเที่ยว ด้วยพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะเจนมิลเลนเนียลที่ถือเป็นเจนที่มักเที่ยวไปทำงานไปมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับเจนอื่นๆ โดยครองอัตราส่วนไปถึง 76 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับเจนเอ็กซ์ 56 เปอร์เซ็นต์ และบูมเมอร์เพียง 46 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ดังนั้นเพื่อเอาใจกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างเต็มที่ เครือโรงแรมทั้งหลายจึงอำนวยความสะดวกสำหรับดิจิทัลนอร์แมดที่เดินทางมาพร้อมโน้ตบุ๊ค เช่น เครือแมริออท ที่ออกแบบห้องและพื้นที่ส่วนกลางให้พร้อมรองรับการทำงานอย่างสะดวก เครือซิตี้เซนเอ็ม ที่เปิดพื้นที่โค-เวิร์กกิ้งสเปซภายใต้ชื่อ SocietyM และเปลี่ยนห้องประชุมแบบเดิมๆ ให้เป็นห้องประชุมรูปแบบใหม่ ด้วยดีไซน์ใหม่ที่ดูทันสมัย เน้นตกแต่งด้วยงานศิลปะ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ “เป็นมิตรต่อคนรุ่นใหม่” อย่างเครื่องชงกาแฟหรือขนมขบเคี้ยว

©citizenm.com
 

โรงแรมหลายแห่งเริ่มปรับใช้ไอเดียเปลี่ยนห้องพักให้กลายเป็นหน้าร้านค้าสำหรับผู้เข้าพัก โดยให้แต่ละห้องเป็นพื้นที่แสดงสินค้า ตั้งแต่ของใช้อย่างสบู่ แชมพู แก้วกาแฟ จนถึงเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ภายใน เช่น ที่ร้านขายเตียงนอน ผ้าปูที่นอน และของใช้ในห้องน้ำ แบรนด์ Parachute ตัดสินใจเปิดโรงแรมของตัวเองด้านบนโชว์รูมในเมืองแอลเอ เพื่อให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสกับคุณภาพสินค้าและทดลองใช้งานจริงในฐานะส่วนหนึ่งของบริการ แน่นอนว่าเมื่อเช็คเอาต์แล้ว ลูกค้าย่อมจะซื้อสินค้าติดไม้ติดมือกลับไป เช่นเดียวกับแบรนด์ของตกแต่งบ้าน Restoration Hardware ที่มีแผนจะเปิดตัวโรงแรมในปีนี้ด้วยเช่นกัน

©parachutehome.com

©parachutehome.com