image

Business & Industrial

TREND2018: Media and Entertainment 03 ยุคแห่งความรู้สึก

Published Date : 15 มิ.ย. 2561

Resource : Creative Thailand

642

©twitter.com
 

เมื่อความบันเทิงทำให้อารมณ์เป็นความรู้สึกที่ถูกจดจำ

13 Reasons Why ซีรีส์ที่บอกเล่าเรื่องราวชีวิตในโรงเรียนของเด็กสาวผ่านเทป 13 ม้วน ความลึกลับและการคลี่คลายปมของเทปแต่ละหน้าจนสามารถเข้าถึงพฤติกรรมของวัยรุ่นอเมริกันได้อย่างแท้จริง ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้เป็นกระแสส่งถึงเด็กมัธยมทั่วสหรัฐอเมริกา และทำให้ล็อกเกอร์ของตัวละครหลักถูกนำไปตั้งในโรงเรียนหลายโรงเรียน เพื่อเพิ่มความรู้สึกของละครให้ใกล้ชิดกับเด็กๆ มากยิ่งขึ้น รวมถึงความนิยมถ่ายรูปตู้ล็อกเกอร์ที่ตกแต่งความเป็นตัวเองลงบนสื่อโซเชียล เพราะเชื่อว่าการส่งต่อความรู้สึกของตนเหมือนตัวละครในซีรีส์ จะสามารถปกป้องตนเองจากการโดนกลั่นแกล้งและกลายเป็นที่จดจำในสังคม 

©watchersonthewall.com

©cladglobal.com
 

ซีรีส์ของช่อง HBO อย่าง Game of Thrones และ Silicon Valley ทำให้ความรู้สึกของเรื่องราวไม่จบเพียงบนหน้าจอ แต่สามารถส่งต่อประสบการณ์เพื่อเติมเต็มความรู้สึกต่อละครได้ต่อ โดยออกแบบ The Escape ซึ่งเป็นกิจกรรมเอาใจแฟนๆ ที่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้สัมผัสประสบการณ์ใน 3 ห้องปิดตายภายใน 5 นาที ซึ่งภายในระยะเวลานี้จะทำให้ผู้เข้าร่วมได้รับความรู้สึกเหมือนหนีออกจากตัวตนเดิม ไปยังโลกใหม่ที่ต้องเอาตัวรอดในรูปแบบของเกม ในขณะที่ซีรีส์ The Walking Dead ซีซั่น 8 ที่จะออกอากาศช่วงสิ้นปี 2017 ตั้งใจฉายละครควบคู่กับด่านของเกม ที่ทำให้ผู้ชมได้รับความรู้สึกจากการดูซีรีส์เดิมเพิ่มขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง

©today.uconn.edu
 

แม้แต่ช่องสารคดีอย่าง National Geographic ก็เปิดโลกกว้างด้วยแคมป์ AR หุ่นยนต์ และโฮโลแกรม เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้รับประสบการณ์จากภาพถ่ายของ Nat Geo ผ่านเรื่องราวทฤษฎีของไอน์สไตน์และสารคดีต่างๆ ที่ต่างจากความคุ้นเคยเดิม

©commons.wikimedia.org
 

ทั้งซีรีส์และสารคดีเหล่านี้เป็นประสบการณ์ที่เพิ่มระดับความรู้สึกของผู้คน ซึ่งต่างจากในอดีตที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง ถ้าไม่นับ Disneyland หรือ Universal ที่สร้างสวนสนุกเพื่อรับมือกับจินตนาการของการ์ตูนและภาพยนตร์แอนิเมชั่นมาอย่างยาวนาน ปี 2017 นี้ SXSW งานที่รวบรวมเหล่าแบรนด์ดังและธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมบันเทิงกว่า 37,000 ราย เข้าร่วมแสดงประสบการณ์ใหม่ๆ ให้แก่วงการบันเทิง และทำให้แนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมภาพยนตร์และสื่อโทรทัศน์แบบสตรีมมิงเป็นที่จับตามองมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเป็นสตรีมมิงที่สามารถพัฒนาเรื่องราวบทละครให้กลายเป็นความบันเทิงที่เข้าถึงผู้ชมจนรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับซีรีส์หรือภาพยนตร์ และแนวโน้มที่จะเติบโตและมีอิทธิพลต่อธุรกิจพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อตอบสนองการเข้าถึงประสบการณ์เหล่านั้น

©sxsw.com
 

บริษัท Sony หนึ่งในบริษัทยักษ์ใหญ่ที่พัฒนาเทคโนโลยี VR ได้ข้ามขั้นประสบการณ์ทางสายตาที่สมจริง มาเป็นการออกแบบประสบการณ์ให้ครบทุกโสตประสาท ใช้เสียงและร่างกาย สร้างความจริงในโลกเสมือนในพื้นที่ The Wow Factory พื้นที่ห้องที่กว้างกว่าบริษัทอื่น คล้ายฟิตเนสที่ทุกคนสามารถเข้าไปแล้วเลือกกิจกรรมสัมผัสประสบการณ์ VR ตามความชอบของตัวเอง หรือจะแบบกลุ่มที่เราเรียกว่า MR เพื่อให้ขอบเขตของจินตนาการสามารถไปไกลได้อย่างไร้ข้อจำกัด MR ของ Sony จึงไม่ใช่แค่ตอบสนองเพื่อความบันเทิง แต่เป็นความบันเทิงที่โสตประสาตถูกประสานระหว่างการออกกำลัง เพื่อความแข็งแรงของร่างกายและความสุนทรียของอารมณ์ที่สามารถตอบสนองไปได้อย่างพร้อมกัน VR ในปี 2018 จะไม่เพียงสร้างภาพชวนฝัน แต่เป็นภาพที่สามารถตอบสนองได้จริง ใช้งานได้จริง อย่างวงการแพทย์ที่สามารถส่อง VR ฝึกผ่าตัดในเคสยาก หรือการสร้างสรรค์งานออกแบบที่ VR กลายเป็นเครื่องมือสำหรับการสร้างต้นแบบที่จับต้องได้ ซึ่งจะเชื่อมต่อโดยตรงเข้ากับโปรแกรมแชทบอทที่สามารถตอบสนองความต้องการได้แบบเรียลไทม์ อย่างในประสบการณ์ 360 องศาในนิทรรศการหนังของจิออร์จิโอ อาร์มานี่ (Giorgio Armani) ที่แม้จะมีฉากหลังเป็นสีขาวดำเพื่อเล่าเรื่องราวในอดีต แต่หน้าจอรอบตัวที่มีลักษณะโดมสามารถสร้างปฏิสัมพันธ์ตอบโต้กับผู้เข้าชมได้ด้วยเสียงตอบกลับระบบแชทบอท ซึ่งจะได้รับคำตอบแบบเรียลไทม์และตรงประเด็นมากกว่าสารคดีทั่วๆ ไป หรือในบราซิล Pinacoteca Museum สร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้าชมด้วยการตอบสนองแชทบอท การเล่าเรื่องราวของภาพหรือประติมากรรมนั้น จึงไม่ได้ออกแบบให้ทุกคนสามารถรับสารเหมือนกัน แต่เป็นการส่งสารเฉพาะคำตอบที่ผู้เข้าชมอยากจะรับฟังเท่านั้น

©theverge.com
 

แชทบอทเป็นหนึ่งในปฏิบัติการแสดงผลของ AI ซึ่งบริษัท Weber Shandwick คาดการณ์ว่าการพัฒนาที่สามารถเพิ่มมูลค่าได้อย่างก้าวกระโดดภายใน 1 ปี จากปี 2016 จำนวน 68 เปอร์เซ็นต์ สามารถทำให้โลกเข้าสู่การเตรียมความพร้อมสู่ยุคแห่ง AI อย่างเต็มรูปแบบ การเพิ่มรูปแบบการตอบสนองด้านอารมณ์ด้วยระบบการสื่อสารแบบเสียงต่อเสียงด้วยแชทบอท รวมถึงการออกแบบโปรแกรมการตอบสนองในรูปแบบภาพให้สามารถจดจำและนำมาใช้งานสื่อสารต่อกันได้ เหล่านี้อาจกลายเป็นภาษากลางที่ AI เจ้าของภาษา ต้องการให้ทุกคนไม่ว่าสัญชาติใดในโลกสามารถส่งผ่านความรู้สึกออกมาได้บนแพลตฟอร์มเดียวกันในโลกดิจิทัล อีโมจิ (Emoji) คือหนึ่งในภาษาดิจิทัลที่ถูกพัฒนาให้มีลักษณะและรูปลักษณ์การแสดงออกที่หลากหลาย ตอบโจทย์ความรู้สึกของผู้คนได้ในทุกกิจกรรมที่ทำ ปัจจุบันอีโมจิที่พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนภาษาด้านความรู้สึกถูกรวบรวมอยู่ในพจนานุกรม  Emojipedia โดยเพิ่มความหลากหลายทั้งด้านเชื้อชาติ สีผิว วัฒนธรรม และยังพัฒนาให้สามารถรองรับได้ทุกฟังก์ชั่น ทั้งระบบ iOS และ Android เพื่อให้อีโมจิกลายเป็นภาษาที่อยู่ในมือของทุกๆ คนอย่างแท้จริง ในปี 2017 นี้ บริษัทแอปเปิ้ลได้เปิดตัว iPhone X ที่นำอีโมจิแบบเดิมๆ เชื่อมเข้ากับระบบ AR ภาพเสมือนทำให้เราสามารถได้อิโมจิที่เป็นภาพเสมือนจากหน้าตาของเรายิ่งขึ้น หรือที่เราเรียกว่า Animoji การตอบสนองผ่านการสแกนหน้าของระบบ ทำให้โปรแกรมเกิดภาพจำและตอบสนองการใช้งานผ่านภาพได้มากขึ้น จนทำให้ตัวเราและอารมณ์ความรู้สึกที่สื่อผ่านอีโมจิ สามารถตอบสนองเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในโลกดิจิทัล ที่ความรู้สึกสามารถเป็นที่จดจำได้อย่างไร้พรมแดน

 

ที่มา:
บทความ “SXSW 2017: Big Ideas” (2017) จาก WGSN.com
บทความ “SXDW 2017: Brand Activations” (2017) จาก WGSN.com
บทความ “Best Original Show to Stream” (2017) จาก tomguide.com
บทความ “Entertanment & Media: Embodied fandom” จาก delltechnologies.com
บทความ “The iPhone x will include animoji, emojis animated based on your facial expressions” (2017) จาก