image

Design & Creativity

TAK HANDCRAFT เริ่มต้นคราฟต์จากการทักทาย

Published Date : 3 ก.ย. 2562

Resource : TCDC CONNECT

783



“คราฟต์ คือ งานที่ต้องตั้งใจ ถ้าเราตั้งใจให้มันเป็นสินค้าคราฟต์แล้ว เราก็ต้องทำมันให้ดี

ทำให้มันมีคุณค่ามากกว่างานทั่วไป แม้ว่าเงินจะได้ช้ากว่า แต่มันมีคุณค่าในตัวของมันเอง”

 

คุณภาคภูมิ ธนวุฒิอนันต์ เจ้าของแบรนด์กระเป๋าหนังทำมือ TAK HANDCRAFT มีโอกาสให้สัมภาษณ์กับ TCDC Connect ถึงที่มาของแบรนด์ และความตั้งใจสร้างสรรค์สิ่งที่ดี ที่เริ่มต้นมาจากการ TAK คือการทักทาย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และบอกต่อสิ่งดีๆ ไปในแวดวงที่กว้างขึ้น

หากย้อนไปในช่วงสมัยเรียนมหาวิทยาลัยด้าน Product Design อาจารย์มักสอนว่าหากเราไม่ลองลงมือทำ เราก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าทำได้หรือไม่ ตอนแรกผมก็เลยลองทำทุกอย่าง ลองผิดลองถูก เริ่มจากฝึกทำแพทเทิร์นหนัง เนื่องจากเรามีต้นทุนด้านความรู้พื้นฐานและความถนัดงานโครงสร้างบรรจุภัณฑ์ที่เรียนมาอยู่แล้ว จึงโชคดีที่นำต้นทุนตรงนี้มาเริ่มฝึกฝนได้รวดเร็ว จากนั้นเริ่มเรียนรู้เทคนิค วิธีการผลิต และการเลือกหนัง แล้วนำความรู้ที่ได้มาผลิตเป็นงานออกแบบในแบบฉบับของตัวเอง ซึ่งเริ่มต้นด้วยการสร้างแนวคิดหลักสำหรับออกแบบกระเป๋า ที่อิงจากหลักการเดียวกันกับการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ เพราะการทำเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นต้องคำนึงถึงโครงสร้างที่ดี เช่นการออกแบบโต๊ะที่ดีจำเป็นต้องมีไม้ดามด้านล่างเพื่อความแข็งแรง เมื่อนำมาปรับใช้กับการออกแบบกระเป๋า ส่วนที่ใช้งานบ่อยหรือต้องเปิดปิดจนย่น หากทำโครงสร้างดีๆ ก็สามารถทำให้ส่วนนั้นแข็งแรงโดยไม่มีรอยย่นได้ ดังนั้นผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำกระเป๋าหนัง คือการสร้างแพทเทิร์นที่ดี ถ้าเป็นงานสินค้าทั่วไปที่ขายตามท้องตลาด แพทเทิร์นมักถูกทำขึ้นด้วยโฟมเพื่อให้ใกล้เคียงกับของจริงมากที่สุด แต่ของ TAK HANDCRAFT ผมทำแพทเทิร์นจากหนังชนิดที่ใช้ขายจริง โดยทดลองทำโมเดลจากวัสดุจริง เพื่อได้รู้ผลลัพธ์ที่ควรจะเป็นก่อนวางขายสินค้าสู่ตลาด

 

งานที่ดี ต้องทำให้ดีตั้งแต่ต้น

หนัง 1 ผืน มีทั้งส่วนที่เรียบสวยและส่วนที่มีแผลหรือมีตำหนิ (ไม่ได้สวยทั้งผืนเหมือนหนังเทียม) ดังนั้นจึงจำเป็นต้องคำนวณหนังภาย 1 ผืนในการทำกระเป๋าอย่างเป็นระบบ ผมนำส่วนที่เป็นแผลมาทดลองหรือใช้เป็นแพทเทิร์นเพื่อไม่ให้สิ้นเปลืองหรือทิ้งส่วนนั้นไปโดยเปล่าประโยชน์ นอกจากนั้นต้องวางแผนการใช้หนังให้คุ้มค่าที่สุด แบรนด์หนังส่วนใหญ่มักเอาส่วนที่เป็นแผลหลบไว้ข้างใน เอาส่วนที่สวยไว้ข้างนอก แต่แบรนด์ TAK HANDCRAFT ไม่อยากทำแบบนั้น ผมถือคติว่าห้ามนำของมีตำหนิขายให้ลูกค้า เราจะเก็บแผลไว้ทำเป็นต้นแบบเท่านั้น เพราะถ้าขายของไม่ดีออกไป เมื่อลูกค้ารู้ทีหลังจะรู้สึกแย่ ผมเองก็รู้สึกแย่เช่นกัน เหมือนกับการทรยศแบรนด์ตัวเองในแบบที่เราอยากให้เป็น กระเป๋าทุกใบจึงออกแบบให้ลูกค้าได้ใช้งานได้นานๆ เพิ่มเติมหรือตัดทอนบางชิ้นส่วนเพื่อให้ใช้งานง่าย สนุก สะดวก และคุ้มค่ามากที่สุด

เอกลักษณ์ของเครื่องหนัง TAK HANDCRAFT เป็นการออกแบบทุกอย่างจากหลัก ergonomic หรือการออกแบบเพื่อรองรับสรีระของมือ เช่นการออกแบบส่วนฝาพับกระเป๋า ที่ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อเปิดปิด หรือกันของด้านในไม่ให้ตกหล่นออกมาเท่านั้น แต่ตั้งใจออกแบบฝาพับให้มีส่วนเว้าส่วนโค้งพิเศษเพื่อรับกับอุ้งมือด้วยเช่นกัน ส่วนของขั้นตอนการเย็บจะบรรจงเจาะรูทีละแผ่นเพื่อให้ความห่างแต่ละรูเท่ากัน เมื่อร้อยด้ายหรือเชือกตามแนวรูเจาะ ตะเข็บที่ได้จะเรียงเส้นสวยงามและไม่ดูสะดุดตา ผมคิดว่าความเนี๊ยบนี้เป็นสิ่งที่นักออกแบบทุกคนควรจะมี ถ้าอยากมีงานที่ดีก็ต้องทำให้ดีตั้งแต่ต้น ปัจจุบัน TAK HANDCRAFT ผลิตสินค้าออกมาแล้ว 2 คอลเลคชั่น เราแบ่งคอลเลคชั่นด้วยคอนเซปที่ต่างกัน คอลเลคชั่นแรกจะใช้หลักการออกแบบด้าน ergonomic เป็นหลัก งานที่ได้จะมีส่วนเว้าส่วนโค้งจนเป็นเอกลักษณ์ คอลเลคชั่นที่ 2 เนื่องจากลูกค้าเริ่มถามหาสินค้าแบบเรียบๆ ผมจึงดีไซน์งานออกมาให้ดูเรียบง่ายมากขึ้น แต่ไม่ทิ้งหลักของสรีระมือเพื่อการใช้งานเช่นกัน

 

ให้กระเป๋าและตัวเราเติบโตไปพร้อมกัน

แนวคิดการออกแบบมักเริ่มจากอะไรง่ายๆ  อย่างเช่นแนวคิดจากซิปล็อคหรือของใช้รอบตัว ผมจึงออกแบบกระเป๋าที่ดูแปลกใหม่ ไม่ซ้ำแบบจากแพทเทิร์นทั่วไป ผมใส่ใจคัดเลือกหนังวัวฟอกฝาดจากในประเทศและสั่งจากต่างประเทศ คุณสมบัติของหนังฟอกฝาดคือความทนทาน และหนึ่งในข้อดีของหนังฟอกฝาดแท้ นั่นคือ เมื่อใช้งานไปซักพัก สีจะเปลี่ยนหรือเรียกว่า “เฟด” นี่คือเสน่ห์ของหนังแท้ เพราะมันทำให้กระเป๋าและตัวเราเติบโตไปพร้อมกัน คนที่ซื้อสินค้าไปจะได้ทั้งความประทับใจแบบ First Impression ตั้งแต่ที่ได้รับกระเป๋าไปครั้งแรก และความประทับใจภายหลัง ซึ่งเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของสีกระเป๋า หลังจากที่ได้ใช้ไประยะหนึ่ง

 

ออกแบบคราฟต์ ออกแบบประสบการณ์

TAK HANDCRAFT แบ่งลูกค้าเป็น  2  ประเภท ลูกค้ากลุ่มแรก คือลูกค้าที่มองภาพลักษณ์ นั่นคือการที่สินค้าสามารถขายตัวเองได้ ลูกค้ากลุ่มที่  2 คือลูกค้าที่ไม่ค่อยไว้ใจ จนกว่าจะได้ลองสัมผัสด้วยตนเอง ต้องการความมั่นใจเพิ่มขึ้นก่อนตัดสินใจเลือกซื้อชิ้นงานราคาสูง ผมจึงตัดสินใจเปิดสตูดิโอขึ้นมาเพื่อให้ลูกค้ากลุ่มนี้ได้เข้ามาลองจับชิ้นงาน โดยออกแบบประสบการณ์ให้ลูกค้าได้เข้ามาทดลองจับหนังและลองถือก่อนที่จะตัดสินใจสั่งซื้อสินค้า ในสตูดิโอจะมีทั้งตัวอย่างหนัง และสินค้าที่หลากหลาย เช่นกระเป๋าเงินใบกลาง กระเป๋าเงินใบยาว กระเป๋าใส่เหรียญ สายคล้องคอ กระเป๋า Tote bag กระเป๋า Messenger bag รวมถึงเข็มขัด