image

Business & Industrial

Sound of the City เปลี่ยนเมืองที่เงียบงัน ให้คึกคักด้วยสำเนียงเสียงของถิ่นที่อยู่

Published Date : 1 พ.ย. 2563

Resource : TCDC CONNECT

1,522

โรคระบาดอาจทำให้เราต้องห่างกัน เมืองของเราเงียบงันและไม่มีสีสันเหมือนเคย แต่ถ้าเราเงี่ยหูฟังดี ๆ ก็จะได้ยินเสียงของชีวิตที่กระซิบอยู่ตามที่ต่าง ๆ รอวันที่ทุกอย่างจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม 

แต่จะเป็นไปได้ไหม ที่เราจะช่วยกันใช้ความคิดสร้างสรรค์ เป็นกระบอกเสียงป่าวประกาศให้เสียงกระซิบนั้นดังขึ้น เพื่อแต่งแต้มให้เมืองของเรากลับมาคึกคักอีกครั้ง แม้นี่จะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดของมวลมนุษยชาติ แต่เราจะผ่านมันไปด้วยกัน กับ Sound of the City สำเนียงแห่งเมือง

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA มีความตั้งใจที่จะสนับสนุนกลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (creative industry) โดยส่วนมากจะเป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระ ไปจนถึงผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เพื่อเสริมสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องให้กับกลุ่มเหล่านี้  ในฐานะที่เป็นกำลังสำคัญภาคส่วนหนึ่งที่มีผลต่อการสร้างนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ และนำเสนอกระบวนการคิดเชิงสร้างสรรค์ที่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

แต่ในช่วงต้นปี 2563 เป็นช่วงที่ไวรัส COVID-19 แพร่ระบาดทั่วโลก ทางรัฐบาลมีมาตรการป้องกันและลดการแพร่กระจายของเชื้ออย่างเข้มงวด ด้วยการปิดสถานประกอบการต่าง ๆ ไม่อนุญาตให้มีการรวมกลุ่มของคนจำนวนมาก และรณรงค์ให้ประชาชนอยู่ในที่พักอาศัย ดังนั้นแล้วผู้ประกอบอาชีพในกลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์อย่าง ศิลปิน คนทำงานเกี่ยวกับการจัดอีเวนต์หรือคอนเสิร์ต ทีมงานกองถ่ายโฆษณาหรือภาพยนตร์ ต่างสูญเสียรายได้ไปเป็นจำนวนมาก  ส่งผลกระทบไปยังภาคธุรกิจอื่น ๆ ที่ไม่สามารถจ้างงานกลุ่มดังกล่าวเพื่อให้ทำงานด้านการตลาด หรือประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการขายได้อย่างเคย

ดังนั้นแล้ว CEA จึงมีโครงการ ‘CEA VACCINE ร่วมสร้างสรรค์ ...ภูมิคุ้มกันเศรษฐกิจไทย’ โดยดำเนินการมาตลอดช่วงเดือนมีนาคม จนถึงเดือนสิงหาคม จำนวน 6 เดือนที่ผ่านมา โครงการนี้เป็นมาตรการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน และเล็งเห็นว่าสามารถสนับสนุนและฟื้นฟูภาคเศรษฐกิจได้ในระยะยาว ซึ่งโครงการนี้ได้แบ่งการดำเนินการเป็น 3 ด้านใหญ่ ๆ ได้แก่  ‘สู้โควิดด้วยวิตามิน’ เป็นการว่าจ้างบุคลากรในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์อย่างศิลปิน นักเขียน ช่างภาพ นักดนตรี นักออกแบบผลิตภัณฑ์และกราฟิก โดยตรงรวม 373 ราย รวมถึง ‘เสริมภูมิคุ้มกัน’ ด้วยการช่วยลดต้นทุนด้านการตลาด ประชาสัมพันธ์ และจำหน่ายให้แก่ SMEs ผ่าน e-commerce มากกว่า 540 ราย คิดเป็นมูลค่ารวมมากกว่า 15,000,000 บาท และ ‘สร้างเกราะต้านทานโรค’ จัดทำคอร์สเรียนฟรี CEA Online Academy เพื่อพัฒนาทักษะการทำงานและประกอบธุรกิจโดยมีผู้เข้าร่วมกว่าหมื่นราย

หลายโครงการข้างต้นยังคงดำเนินการมาจนถึงปัจจุบัน เพราะทาง CEA เชื่อว่าโครงการเหล่านี้เป็นรากฐานที่สามารถส่งเสริม และฟื้นฟูอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ได้อย่างยั่งยืน หลายผลงานที่เกิดขึ้นในช่วงดำเนินการก็จะนำมาพัฒนาต่อยอดให้ใช้ได้จริง อย่างเช่นโครงการ Sound of the City ที่เกริ่นมาข้างต้นนี้ ก็เป็นการช่วยเหลือนักดนตรีอิสระอย่างเร่งด่วน ด้วยการเปิดรับสมัครบุคคลทั่วไปที่รักในเสียงเพลง นักดนตรี และนักประพันธ์เพลง มาทำดนตรีประกอบย่านหรือเมืองต่าง ๆ ในประเทศไทย เพื่อถ่ายทอดอัตลักษณ์ของเมืองนั้น ๆ ได้โดยไม่จำกัดรูปแบบและเทคนิค ซึ่งผู้ผ่านการคัดเลือกจะได้ถ่ายทอดผลงานสู่สาธารณชน และอาจสร้างโอกาสทางสายอาชีพในอนาคตอีกด้วย

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2563 ทาง CEA ก็จัดงานแถลงข่าวโครงการ CEA VACCINE พร้อมด้วยเปิดตัวโปรเจกต์ CEA Live House ที่ให้การสนับสนุนศิลปินไทยได้มีพื้นที่จัดแสดงไลฟ์โชว์เต็มรูปแบบแสง สี เสียง และหลังจากที่ได้รับสมัครผลงานอย่างคับคั่ง จนได้ผู้ผ่านการคัดเลือกกว่าร้อยบทเพลงจากย่านและเมืองต่าง ๆ จากแต่ละภูมิภาค โปรเจกต์ Sound of the City ก็จัดงานแถลงข่าว ณ ดรุณบรรณาลัย ห้องสมุดสำหรับเด็กปฐมวัย ในบรรยากาศดนตรีในสวน พร้อมเชิญศิลปินบางส่วนที่ส่งผลงานเข้ามาในโครงการ ให้มาแสดงบทเพลงจริงที่ผ่านการคัดเลือก ซึ่งแต่ละคนนำเสนอมุมมองสร้างสรรค์ของตนเอง ที่มีต่อย่านต่าง ๆ ได้ลึกซึ้งน่าสนใจ เพราะส่วนใหญ่แต่ละคนจะมีความผูกพัน หรือได้คลุกคลีกับพื้นที่นั้น ๆ ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว 

[กรุงเทพฯ] ธีรวัต บุญจรัสวงศ์ กับผลงานเพลง ‘Central Pier’ 

ทั้ง ธีรวัต บุญจรัสวงศ์ กับผลงาน ‘Central Pier’ ที่เขาเลือกทำเพลงเกี่ยวกับท่าเรือสาธร เพราะตัวเขาเองเป็นทั้งมัคคุเทศก์ และนักดนตรีเปิดหมวกที่เล่นประจำอยู่ที่ท่าเรือสาธร เขาเล็งเห็นว่าท่าเรือนี้มีนักท่องเที่ยวสัญจรไปมาเป็นจำนวนมาก และบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยาก็เหมาะแก่การฟังเพลงพักผ่อนหย่อนใจ เพลงของเขาจึงออกมาในรูปแบบอัลเทอร์เนทิฟโฟล์กฟังสบาย เล่าถึงสถานที่ท่องเที่ยว วัดต่าง ๆ ริมแม่น้ำ และสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปรอบๆ ท่าเรือ

[กรุงเทพฯ] จิรัฐิติกาล บุญรอด กับผลงานเพลง ‘แสงตะวัน’ 

ฝั่ง จิรัฐิติกาล บุญรอด พนักงานร้านขายแผ่นเสียง และนักดนตรีรับจ้างอิสระ เลือกทำเพลงโฟล์กป๊อป เล่าถึงถนนพระอาทิตย์กับเพลงที่ชื่อ ‘แสงตะวัน’  โดยปกติก็มีชีวิตคลุกคลีอยู่ที่ย่านดังกล่าว ซึ่งมีกิจกรรมมากมายให้ทำได้ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้น จนพระอาทิตย์ละลับขอบฟ้าไป ตั้งแต่ร้านอาหาร โบราณสถาน สวนสาธารณะ สถานที่สำคัญทางศาสนา ไปจนถึงร้านนั่งดื่ม โดยผสานไปกับวิถีดั้งเดิมของผู้อาศัย นักท่อง และเที่ยวคนรุ่นใหม่ที่สนใจเสน่ห์ความเป็นเมืองเก่าในละแวกนี้ 

[กรุงเทพฯ] วงสีหยด กับผลงานเพลง ‘ณ บางกอกน้อย (ให้เขาอิจฉากันทั้งบาง)’

และท่านสุดท้าย มารุต นพรัตน์ นักแต่งเพลง และนักดนตรี เจ้าของวงสีหยด ที่เชี่ยวชาญในสำเนียงดนตรีไทยประยุกต์ เขาถ่ายทอดบทเพลงที่เล่าถึงย่านบางกอกน้อยผ่านบทละครเพลง (musical) โดยใช้ชื่อเพลงว่า ‘ณ บางกอกน้อย (ให้เขาอิจฉากันทั้งบาง)’ ให้เป็นบทสนทนารับส่งระหว่างคู่รักชายหญิง ชมความงามข้างทางที่ถึงแม้ความเจริญจะเข้ามาถึงแล้ว แต่ก็ยังมีร่องรอยวัฒนธรรมเก่าริมคลองให้เห็นกันอยู่ 

นอกจากนี้ยังมีผลงานอื่น ๆ ที่น่าสนใจทั้ง Along the Way ในเวียง เพลงป๊อปที่เน้นการใช้เครื่องดนตรีพื้นบ้านอย่างสะล้อ ซอ ซึง ประกอบกับเครื่องดนตรีสากล บรรเลงออกมาในสไตล์อะคูสติก เล่าเรื่องทางภาคเหนือ มีการใช้สำเนียงท้องถิ่นมาท่องบทสวดมนต์ ผสมเป็นแร็ปกึ่งร้อง รวมถึงใช้ภาษาอังกฤษในบางท่อน เพลง ‘Kaennakorn Come Back’ เป็นอิเล็กทรอนิก r&b ให้เนื้อร้องเป็นภาษาถิ่นอีสาน ร้องเหมือนพ่อแม่แก่ชราร้องเรียกให้ลูกกลับบ้าน และอีกเพลงจาก วิศรุต อินทสะโร เพลง สงขลาบ้านเรา ที่พูดถึงเมืองสงขลาด้วยดนตรีอิเล็กทรอนิกแทร็ป ที่ผนวกเอาเสียงเครื่องสายพื้นบ้าน มาใส่กับบีตร่วมสมัย และแร็ปเป็นภาษาใต้เล่าถึงวิถีชีวิตกับอุปนิสัยของคนท้องถิ่น 

[ภาคเหนือ] Along the Way ในเวียง - สายกลาง

[ภาคใต้] สงขลาบ้านเรา - Djayjune (Fishermangang) Feat. Big Won

[ภาคอีสาน] แก่นนครคัมแบ็ก  - 043 SILA CLUB feat. VKL

เพลงที่น่าสนใจจากภาคอื่นๆ

ติดตามบทเพลงอื่น ๆ ในโครงการ Sound of the City เร็วๆ นี้
เรียบเรียงโดย มนต์ทิพา วิโรจน์พันธุ์
ภาพโดย มนตรี โสภา