image

Business & Industrial

ประสิทธิภาพงานจากสิ่งมีชีวิตสีเขียว

Published Date : 3 ม.ค. 2563

Resource : Creative Thailand

8,530

คำว่า “ประสิทธิภาพ” ถูกพูดถึงอยู่บ่อยครั้งในชีวิตการทำงาน เราต่างขวนขวายหาวิธีทำงานที่จะมอบประสิทธิภาพสูงสุดให้แก่ตนเองและเพื่อนร่วมงาน เพื่อให้ผลผลิตนั้นออกมาดีที่สุด จนบางครั้งเราอาจจะหลงลืมไปว่า การออกแบบให้มีพื้นที่สีเขียวในที่ทำงานก็มีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้ไม่น้อยเลย

Second Home ธุรกิจเพื่อสังคมที่ดำเนินงานด้านการสร้างสรรค์พื้นที่ทำงานสำหรับเหล่าผู้ประกอบการและนวัตกรยุคใหม่ ได้เปิดตัวโคเวิร์กกิงสเปซแห่งใหม่ในย่านฮอลลีวูดของสหรัฐอเมริกาที่มีชื่อว่า Second Home Hollywood หรือ “holLA” ขึ้นเพื่อให้เป็นพื้นที่ “ป่าในเมืองที่หนาแน่นที่สุดในแอลเอ” ด้วยการมีพื้นที่สวนสีเขียวชอุ่มกว่า 50,000 ตารางฟุต อัดแน่นไปด้วยต้นไม้และพืชพันธุ์ถึง 6,500 ต้น ให้คนทำงานได้รื่นรมย์ไปกับบรรยากาศการทำงานท่ามกลางธรรมชาติขนาดใหญ่ใจกลางเมือง 

อีกที่หนึ่งคือ Sheppard Robson บริษัทสถาปัตย์นวัตกรรมและการออกแบบภายใน ซึ่งเล็งเห็นความสำคัญของการปรับภูมิทัศน์เพื่อเสริมประสิทธิภาพการทำงาน โดยบริษัทวางแผนจะสร้างผนังต้นไม้ที่โรงแรมหรูระดับ 5 ดาว พร้อมกับพื้นที่ทำงานกว่า 40,000 ตารางฟุตในกรุงลอนดอน เพื่อใช้เป็นที่ดูดซับคาร์บอนกว่า 8 ตัน พร้อมกับปล่อยออกซิเจนอีก 6 ตันต่อปี ผนังนี้จะช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศและจะช่วยลดอุณหภูมิได้ถึง 3-5 องศาเซลเซียส โดยจะกักฝุ่นทั้ง PM2.5 และ PM10 ได้ถึง 500 กิโลกรัมต่อปี และหากที่นี่เกิดขึ้นจริง ก็จะกลายเป็นผนังต้นไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

คำถามคือทำไมบริษัทเหล่านี้ต้องลงทุนไปกับต้นไม้จำนวนมหาศาล ถ้าตอบแบบง่ายที่สุด ก็เพราะว่าพืชพันธุ์เหล่านี้มีคุณสมบัติพิเศษเป็นทั้งเครื่องกรองอากาศแบบธรรมชาติที่ช่วยเสริมให้สุขภาพ ประสิทธิภาพการทำงาน และสมาธิของคนเราดีขึ้น แต่หากมองให้ลึกลงไปอีก เราอาจไม่ทันนึกว่าอาคารสำนักงานหรือที่ทำงานของเราส่วนใหญ่ไม่ได้มีการระบายอากาศที่ดีนัก ไหนจะวัสดุพิษทั้งหลายที่ใช้สร้างอาคาร พรมอมฝุ่นหนา สีเคมีที่ฉาบผนังห้อง ที่ทำให้มลพิษในอาคารอาจมีมากกว่าข้างนอกเสียอีก จึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบชีวเวชศาสตร์ (Biophilic Design) จะระบุว่า เราอยู่บนจุดสูงสุดของการ “ปฏิวัติสีเขียว” ที่พยายามจะออกแบบให้มีการนำพื้นที่สีเขียวมาไว้ภายในอาคาร ไม่ใช่เพียงนอกอาคารอีกต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอาคารสำนักงานที่เรื่องประสิทธิภาพและสุขภาพของคนทำงานกำลังกลายเป็นเรื่องเร่งด่วน

เดวิด เบรนเนอร์ (David Brenner) ผู้ก่อตั้ง Habitat Horticulture บริษัทออกแบบผนังต้นไม้และการจัดสวนภายในที่ผ่านผลงานการออกแบบสถานที่ทำงานขององค์กรระดับโลกต่าง ๆ เช่น Salesforce, Slack, Cisco, Facebook และ Tesla บอกว่า “มีงานวิจัยมากมายที่ชี้ให้เห็นว่าการออกแบบชีวเวชศาสตร์ช่วยให้สภาพแวดล้อมในการทำงานดีขึ้นและมีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมกว่าเดิมยังไงบ้าง งานวิจัยเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า พืชช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้ เพิ่มความคิดสร้างสรรค์ ลดระดับความเครียด และมอบความสุขกับความรู้สึกดี ๆ ให้แก่พนักงาน ทั้งยังเป็นตัวกรองเสียงรบกวนอีกด้วย”

อีกเสียงยืนยันจาก จอห์น เมอร์ฟี (John Murphy) ผู้ก่อตั้ง Lettuce Evolve บริษัทรับออกแบบสวนแนวตั้งบรรยายสรรพคุณของการมีพืชพันธุ์สีเขียวไว้ในที่ทำงานไว้ว่า “การมีพืชพันธุ์ในที่ทำงานมีประโยชน์มากแน่นอน มันปล่อยออกซิเจน ทำความสะอาดให้อากาศภายในอาคารบริสุทธิ์ และการถูกแวดล้อมด้วยต้นไม้ก็ทำให้เราสงบและช่วยลดความเครียดได้ดี”

ข้อดี 5 อย่างของการมีพื้นที่สีเขียวในที่ทำงาน
1. ประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มขึ้นถึง 20%
2. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมกับผู้อื่นและบำรุงความสัมพันธ์เชิงบวก 
3. บรรยากาศและสุนทรียภาพที่ดีขึ้น
4. สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร
5. ประหยัดพลังงานและมีสภาพแวดล้อมที่ยั่งยืน

 

ที่มาภาพเปิด : habitathorticulture.com
ที่มา : 
บทความ “The Big Green Office Design Trend That Will Make Your Workers More Productive” (27 พฤศจิกายน 2562) โดย Barnaby Lashbrooke จาก forbes.com 
บทความ “THE 5 BENEFITS OF GREEN SPACES IN THE WORKPLACE” (25 ตุลาคม 2562) โดย MARELLA GIMENEZ จาก workspaceinasia.kmc.solutions

เรื่อง : วนบุษป์ ยุพเกษตร