image

Creative Business

วิวัฒน์หัตถศิลป์ไทยสู่สากลกับ SACICT Craft Trend 2019 โดยแสงระวี สิงหวิบูลย์

Published Date : 3 พ.ค. 2562

Resource : TCDC CONNECT

466

“Creative Craft Transformation” เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่จัดขึ้นโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy Agency : CEA) เพื่อเปิดมุมมอง และสร้างประสบการณ์ใหม่เกี่ยวกับธุรกิจ Creative Craft ผ่านการบรรยายจากผู้ที่มีความชำนาญในการพัฒนาผู้ประกอบการ และผู้ที่ประสบความสำเร็จในการประกอบธุรกิจในกลุ่ม Craft เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการกลุ่ม Creative Craft เพิ่มมูลค่าธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ และบริการ ตอบรับความต้องการของผู้ใช้ และตลาดโลก พร้อมเปิดโอกาสสร้าง Craft Brand เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ และเป็นแรงขับเคลื่อนมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทย สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ ทีมงานได้รับเกียรติจากคุณแสงระวี สิงหวิบูลย์ รองผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ผ่านงานบรรยายในหัวข้อ Innovative Craft Trend 2019 และแนวทางในการพัฒนาธุรกิจหัตถกรรมที่จะเป็นประโยชน์แก่กลุ่มผู้เริ่มทำธุรกิจ Craft


บทบาท และหน้าที่ของ SACICT

SACICT ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) เป็นศูนย์รวมองค์ความรู้ และอนุรักษ์สืบสานคุณค่าศิลปหัตถกรรมไทย รวมทั้งต่อยอดเชิงพาณิชย์สู่สากล เพื่อให้ชุมชนกินดีอยู่ดีอย่างยั่งยืน ผ่านการบริหารจัดการให้มีการแสดง การประกวด หรือจำหน่ายศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน พัฒนาผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านทั้งในด้านคุณภาพ มาตรฐาน รวมทั้งส่งเสริมภาพลักษณ์ การพัฒนารูปแบบ และการบรรจุผลิตภัณฑ์ สนับสนุนด้านการตลาด การขยายตลาดทั้งใน และต่างประเทศ ส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยง และสนับสนุนระหว่างอุตสาหกรรมการผลิต การจำหน่าย ตลอดจนผสมผสาน หรือประยุกต์เทคโนโลยีที่ทันสมัยกับภูมิปัญญาท้องถิ่น พัฒนาฝึกอบรมการบรารจัดการ การตลาด พร้อมดำเนินการสนับสนุนด้านลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร ทรัพย์สินทางปัญญา และไม่ว่าเทรนด์โลกจะเปลี่ยนไปเป็นเช่นไร SACICT ยังคงมุ่งมั่นทำงานในเรื่องหัตถกรรมอย่างต่อเนื่อง

SACICT แบ่งงานหัตถกรรมของไทยออกเป็น 4 รูปแบบใหญ่ ๆ ได้แก่ งาน Fine Craft เป็นงานหัตถศิลป์ชั้นสูงที่มีความประณีตบรรจง เป็นงานสืบทอดภูมิปัญญาจากบรรพบุรุษหลายชั่วอายุคน และยังคงรักษาเอกลักษณ์แห่งความเป็นงานหัตถกรรมในรูปแบบดั้งเดิมที่ทรงคุณค่า ส่วนใหญ่จะเป็นงานหัตถศิลป์เพื่อการสะสม เช่น หัวโขน เครื่องทอง เครื่องเงิน เครื่องถม หัตถกรรมปูนปั้น เป็นต้น  งาน Folk Craft งานหัตถกรรมพื้นบ้านที่พบได้ตามชุมชนท้องถิ่น เช่น กระบุง กระจาด สุ่มไก่ เสื่อทอ เป็นงานหัตถกรรมที่ตอบสนองประโยชน์ใช้สอยของคนในพื้นที่ Traditional Craft ผลิตภัณฑ์งานหัตถกรรมที่มีรูปแบบดั้งเดิม และ งาน Innovative Craft ผลิตภัณฑ์หัตถกรรมเชิงสร้างสรรค์ที่นำองค์ความรู้ภูมิปัญญาดั้งเดิมมาปรับรูปแบบผลิตภัณฑ์ให้มีความร่วมสมัยสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ จากการทำงานพบว่า งานหัตถศิลป์ชั้นสูงในรูปแบบ Fine Art จะมียอดขายที่สูงมาก เป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติ และนักสะสมที่ต้องการเก็บงานดั้งเดิมที่ทรงคุณค่าเอาไว้ ในขณะที่ Innovative Craft จะเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มียอดขายรองลงมา เป็นผลิตภัณฑ์ร่วมสมัยสามารถใช้งานได้จริง

เพื่อให้ Thai Crafts สามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง และเป็นรูปธรรม ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT ได้แบ่งการทำงานออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่

1. พัฒนาคน Smart Craft เสริมศักยภาพคนในวงการหัตถศิลป์ เช่น จัดอบรมและพัฒนาทักษะช่างฝีมือ โดยครูศิลป์ และครูช่างที่เป็นสมาชิกกับองค์กรกว่า 2,000 ท่าน (ด้านงานสิ่งทอประมาณ 70% รองลงมาคืองานด้านจักสาน งานไม้ และโลหะ) ที่พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ภูมิปัญญางานช่างหัตถศิลป์แก่ผู้สนใจ

วิธีการทำงานอีกหนึ่งแนวทาง คือ การจัดงานประกวด Innovative Craft Award 2019 ซึ่งปีนี้จัดเป็นปีที่ 8 ภายใต้หัวข้อ Surreal Hospitality เปิดประสบการณ์เหนือจริง งานนวัตศิลป์ไทย เพื่อตอบรับกลุ่มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และโรงแรม นักออกแบบ ศิลปิน หรือช่างฝีมือท้องถิ่นในการสร้างสรรค์ผลงานอันทรงคุณค่าเพื่อรังสรรค์ให้โรงแรม หรือสถานที่พักผ่อนรูปแบบเดิมให้กลายเป็นโลกเสมือนในบรรยากาศ “เหนือจริง”

2. พัฒนาผลิตภัณฑ์ Craft Studio สร้างสรรค์งานหัตถศิลป์ให้มีความร่วมสมัย มีการทำโครงการร่วมกับงานหัตถกรรมจากต่างประเทศ โดยนำงานที่ใกล้จะสูญหาย เช่น งานดุนโลหะ งานลงรักปิดทอง งานไม้ มาพัฒนาให้เกิดผลงานมากขึ้น หรือการนำงานเครื่องเคลือบเบญจรงค์มาปรับรูปแบบโดยดึงเอกลักษณ์ของลวดลาย และเทคนิกการเพ้นท์สีมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย สามารถใช้งานได้จริง ฉีกรูปแบบจากเดิมที่เป็นเพียงแค่ของโชว์

3. นำผลงานสู่ผู้บริโภค Craft Society สร้างความนิยม และการเข้าถึงงานหัตถศิลป์ เช่น โครงการความร่วมมือกับ Starbucks ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์เพื่อจำหน่ายในร้านกาแฟ Starbucks เช่น แก้วกาแฟลายเบญจรงค์ เพื่อสะท้อนให้เห็นว่างานหัตถกรรมไม่ได้ขายภายในร้าน Stand Alone เพียงอย่างเดียว แต่สามารถร่วมกับแบรนด์ในระบบอุตสาหกรรมได้ด้วยเช่นกัน
 

SACICT Craft Trend 2019

SACICT Craft Trend 2019 เป็นการประมวลข้อมูลจากเทรนด์โลกเพื่อสร้าง Craft Trend โดยนำวัฒนธรรม ทักษะงานช่าง และคุณค่าของภูมิปัญญาจากงานหัตถกรรม มาร่วมกำหนดทิศทางของเทรนด์ด้วย ซึ่งมีความแตกต่างจากเทรนด์ทั่วไปที่มองระบบอุตสาหกรรมเป็นหลัก ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปตามวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ พัฒนาการทางด้านเทคโนโลยี รวมไปถึงแหล่งวัตถุดิบที่ลดน้อยถอยลง ส่งผลให้งานหัตถกรรมท้องถิ่นเกิดการปรับตัวไปสู่มิติที่หลากหลายมากขึ้น

สำหรับทิศทางหัตถศิลป์ SACICT Craft Trend 2019 ในปีนี้ เป็นการทำงานภายใต้แนวคิด “Retelling the Detailing” ที่บอกเล่าเรื่องราวเบื้องหลังของการสร้างสรรค์ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้หัตถกรรมไทยก้าวไกลไปในระดับสากลด้วย จุดเด่นของงานฝีมือที่มีเอกลักษณ์ วัตถุดิบเฉพาะภูมิภาค และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม คือจุดแข็งของไทย คือรากฐานภูมิปัญญาของงานหัตถกรรม เป็น “คุณค่า” ที่สามารถสร้างความสามารถในการแข่งขันกับตลาดโลกได้ SACICT Craft Trend 2019 แบ่งเทรนด์แนวคิดออกเป็น 4 ส่วนหลัก ๆ ได้แก่

1. Retelling the Detailing (การเล่าเรื่อง) พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จากการศึกษาพบว่า ผู้บริโภคค้นคว้าข้อมูลพร้อมเปรียบเทียบราคา คุณภาพ และใส่ใจในที่มาของสินค้าในทุกรายละเอียด ดังนั้นหนึ่งในวิธีช่วยเพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้าสำหรับผู้ผลิต และผู้ให้บริการคือ การเล่าเรื่อง ซึ่งบอกที่มาที่ไปของสินค้า และเรื่องราวเบื้องหลังของการสร้างสรรค์ผลงาน โดยเฉพาะงานฝีมือที่มีรายละเอียดแตกต่างกันไป เพื่อให้ผู้บริโภครับรู้ถึงคุณค่า และความละเอียดประณีตก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ เป็นการเชื่อมโยงคุณค่าในอดีตมาสู่คนยุคปัจจุบันผ่านการเล่าเรื่องในรูปแบบใหม่

เช่น หูฟังตกแต่งลายเบญจรงค์ โดยคุณกฤษณ์ พุฒพิมพ์ และบุญญารัตน์เบญจรงค์ ที่นำเสนอเรื่องราวเบญจรงค์บนหูฟังสำหรับคนรุ่นใหม่ให้สามารถนำมาใช้งานจริงในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้นกว่าเครื่องเคลือบเบญจรงค์ทั่วไป ผลงานเก้าอี้สตูล โดยคุณศรันย์ เย็นปัญญา ที่นำเก้าอี้นั่งจากร้านก๋วยเตี๋ยวริมทางมาเล่าเรื่องใหม่ผ่านสีสันที่จัดจ้าน และลายปักกลิ่นอายย้อนยุคบนพื้นผิวเสื่อพลาสติกที่ถูกพลิกมาทำเป็นเบาะนั่ง สะท้อนถึงเรื่องราวในวัฒนธรรมร่วมสมัย หรืองานของ Trimode Studio ที่ทำร่วมกับกลุ่มสลักดุนทิพย์คำคัวหย้อง จังหวัดเชียงใหม่ กับผลงาน เชิงเทียนอลูมิเนียม ที่ใช้ทักษะงานดุนลาย และหุ้มที่จับด้วยเชือก เป็นต้น

2. Tropical Dreams (เสมือนธรรมชาติ) ด้วยความเป็นไปของโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็วตามกระแสเทคโนโลยี การหลบหนีความวุ่นวาย และหาโอกาสพาตัวเองไปอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติจึงเป็นเหมือนค่านิยมที่สะท้อนถึงการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของคนรุ่นใหม่ จนเกิดวลี Green is the new Gold แต่ด้วยข้อจำกัดที่ไม่อาจพาตัวเองไปอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติได้บ่อยตามใจปราถนา จึงก่อให้เกิดการจำลองบรรยากาศสีเขียวมาไว้ในบ้าน ในที่ทำงาน เป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสีเขียวของต้นไม้ ใบไม้ หรือดอกไม้ของป่าเขตร้อน อันเป็นสัญลักษณ์ หรือตัวแทนของธรรมชาติที่มักปรากฏอยู่บนพื้นที่ หรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ สอดรับกับกระแสรักษ์สิ่งแวดล้อม

เช่น The Ostrich Feather Lamp โคมไฟตั้งพื้นที่ลดทอนรูปทรงมาจากต้นปาล์ม โดยใช้ขนนกหลากสีแทนใบปาล์มที่อ่อนช้อยลู่ลม เสริมความแข็งแรงด้วยขาตั้งทรงฟรีฟอร์มที่ดูคล้ายขานก พิเศษด้วยการย้อมสีด้วยมือทำให้ได้เลเยอร์สีขนนกที่ไล่เฉด ออกแบบโดย A Modern Grand Tour หรือ Hexagon Shape Vase แจกันรูปทรงแปดเหลี่ยมกับลวดลายที่ดูเหมือนงานจิตรกรรมไทยกึ่งเหมือนจริงอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของช่างฝีมือ ถูกนำไปผสมผสานกับรูปทรงเรขาคณิตที่ทำให้ชิ้นงานมีความร่วมสมัยมากขึ้น ออกแบบโดยคุณผุสดี ศรีอำพันพฤกษ์ และกลุ่มเบญจรงค์ทองโพธิ์พระยา หนึ่งผลงานจากโครงการพัฒนาอัตลักษณ์เบญจรงค์ไทย SACICT