image

Business & Industrial

ถ้าในโลกนี้ไม่มี… เมื่อนักพัฒนาหุ่นยนต์บอกให้เราพึ่งพาตัวเอง

Published Date : 23 ก.ค. 2563

Resource : TCDC CONNECT

1,822

 

 

ลองท่องเบอร์โทรศัพท์ของคนที่คุณสนิทที่สุด 8 คนในชีวิต คุณท่องได้ไหม?

 

ทุกวันนี้เราอาศัยอยู่ร่วมกับ ‘ความอัจฉริยะ’ ที่แฝงตัวอยู่ในแทบจะทุกผลิตภัณฑ์ บริการ ในรูปแบบของปัญญาประดิษฐ์หรือระบบอัตโนมัติ สิ่งเหล่านี้เข้ามามีบทบาทในการดำรงชีวิตและการขับเคลื่อนธุรกิจ ช่วยให้มนุษย์เราสะดวกสบายมากขึ้น นั่นก็ทำเราใช้ ‘สมอง’ ในการจดจำน้อยลงเช่นกัน แม้กระทั่งเรื่องง่าย ๆ อย่างเบอร์โทรศัพท์ของคนใกล้ตัว เราก็ไม่จำเป็นต้องใช้สมองจดจำเอง หรือใช้นิ้วกดหาเบอร์อีกต่อไป เพราะแค่เอ่ยปากเรียก Siri หรือ Google ผู้ช่วยอัจฉริยะของเราก็ช่วยโทรออกให้ได้ทันทีภายในเสี้ยววินาที

ถ้าจะเทียบให้เห็นภาพง่าย ๆ อาจจะเทียบได้จากของวิเศษของโดราเอม่อนที่เราเคยเห็นกันในการ์ตูน ของวิเศษหลายชิ้นถูกพัฒนาให้เกิดขึ้นในชีวิตจริงของเราไปหลายอย่าง ด้วยศักยภาพของเทคโนโลยีที่พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด เปิดโอกาสให้คนเข้าถึงได้มากขึ้นได้ในราคาที่ถูกลง และหนึ่งในกลุ่มผู้สร้างสิ่งประดิษฐ์อัจฉริยะในประเทศไทยของเราที่กำลังน่าจับตามองในตอนนี้คงหนีไม่พ้น คุณช้าง – มหิศร ว่องผาติ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท HG Robotics Co., Ltd. ทีมพัฒนาหุ่นยนต์คนไทย ผู้มีโดราเอม่อนเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจในวัยเด็ก

 


“มาถึงวันนี้ในปี 2020 น่าจะมีของวิเศษในกระเป๋าโดราเอม่อนจำนวนไม่น้อยทำได้จริงแล้ว อย่าง ‘กรรไกรเป็นจริง’ กรรไกรที่ตัดกระดาษออกมาเป็นของจริงได้ ก็เทียบเท่ากับเครื่อง 3D printer ที่เราซื้อมาปรินท์สิ่งของที่บ้านเองได้ หรือของวิเศษที่ตามเราไปไหนก็ได้ ก็อาจจะเทียบได้กับโดรนที่เราเห็นกันทุกวันนี้”
 

เมื่อความอัจฉริยะอยู่รอบตัวเราขนาดนี้ ทำไมเราถึงต้องหันมาพึ่งพาตัวเอง?

ในช่วงเกิดโรคระบาดการเดินทางและการขนส่งสินค้าถูกหยุดชะงัก พาให้เราต้องเผชิญหน้าสถานการณ์การขาดแคลนทรัพยากร มีสินค้าหลายอย่างที่เราไม่สามารถเข้าถึงได้แม้จะมีเงินมากแค่ไหน เพราะเราไม่สามารถผลิตสินค้าบางชนิดขึ้นในประเทศเองได้ ไม่ว่าจะด้วยข้อจำกัดทางความรู้ เทคโนโลยี หรือกำลังการผลิต คุณช้างจึงมองว่าวิกฤตโรคระบาดนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราเห็นความสำคัญของ ‘การพึ่งพาตัวเอง’ 

“โควิดให้บทเรียนกับเราคือ ไม่มีประเทศไหนช่วยอะไรเราได้เลย เราต้องพึ่งพาตัวเองให้ได้ เราต้องไม่ตายเพราะไม่มีสิ่งนี้ สิ่งนั้นในประเทศของเรา”

การพึ่งพาตัวเองที่ว่านี้ไม่ใช่แค่การพึ่งพาในเรื่องของปัจจัยพื้นฐานอย่างการเข้าถึงสินค้า อาหาร ยารักษาโรค หรือหน้ากากอนามัย แต่ยังรวมไปถึง ‘การพึ่งพาตัวเองทางเทคโนโลยี’ เพราะแม้เทคโนโลยีจะพัฒนาไปไกลแค่ไหน สมองของมนุษย์ที่ทำหน้าที่สร้างความอัจฉริยะเบื้องหลัง ยังมีความจำเป็นในการพัฒนาให้เกิดสิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมที่จะช่วยพัฒนาให้คนในประเทศของเรามีชีวิตที่ดีขึ้นในแบบที่เข้าถึงได้และพึ่งพากันเองได้ 

 

ครั้งหนึ่งประเทศไทยเคยเป็นนักพัฒนา วันนี้เราเป็นอะไร?

ประเทศไทยเคยมีแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าของคนไทยอย่าง ธานินทร์ ตำนานวิทยุทรานซิสเตอร์ที่คนไทยพัฒนาขึ้นเอง สร้างเอง ผลิตเอง เป็นแบรนด์ไทยแบรนด์แรก ๆ ที่เป็นทั้งนักพัฒนาและนักผลิต แต่เมื่อมีต่างประเทศเข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย เรากลับลดบทบาทฐานะนักพัฒนาของเราลงเรื่อย ๆ ให้เหลือแต่หน้าที่ผู้ผลิตเท่านั้น

“จากที่เคยเป็นนักพัฒนา เป็นสมอง เรากลายร่างมาเป็นฝ่ายสนับสนุน เป็นแขน ขา รับผลิตอย่างเดียว ค่าแรงเราถูกลงเรื่อย ๆ นานวันไป คนสำคัญที่เคยมีองค์ความรู้ก็เริ่มหายไป ยิ่งไม่กี่ปีมานี้แขนขาที่เราเคยเป็นก็ถูกลดความสำคัญลงไปอีก หลายแบรนด์ย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่น ”

เมื่อสถานการณ์การพัฒนาเทคโนโลยีในประเทศไทยเป็นเช่นนี้ คุณช้างมองเห็นถึงความเร่งด่วนในการทำให้ประเทศไทยกลับมาสร้างเทคโนโลยีที่เราจะต้องพึ่งพากันเองให้ได้ ก่อนที่จะถึงวันที่ประเทศของเราไม่มีอะไรเป็นของตัวเอง..

 

หันกลับมาดูประเทศไทย เรามีรากฐานอะไรบ้าง?

คุณช้างและทีม HG Robotics กลับมามองถึงรากฐาน และสินทรัพย์ที่ประเทศไทยมีเพื่อที่จะเอามาผนวกกับความเชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีที่เป็นแก่นความสามารถสำคัญของทีม 

“เราเริ่มพัฒนาจากสินทรัพย์ที่มีในประเทศ อย่างบ้านเราเป็นผู้ผลิตอาหารที่ดี แต่ไม่เก่งสร้างเทคโนโลยี ทีมเราช่วยทำหน้าที่นั้น โดยมี criteria ของการพัฒนาเทคโนโลยีว่า เราจะเข้าไปช่วยในงานที่ยากลำบาก อันตราย สกปรก และน่าเบื่อ”

ทีมงานผู้พัฒนาและออกแบบจากทีม HG Robotics 

ประเทศไทยในฐานะผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ของโลก ยังคงมีกระบวนการจัดการแบบดั้งเดิม ทีม HG Robotics จึงรับบทบาทในการพาหุ่นยนต์เข้าสู่วงการเกษตรไทย เริ่มจากการพัฒนา ‘โดรนฉีดพ่นทางการเกษตร (Tiger Drone)’ ถือเป็นงานที่ต้องการหุ่นยนต์มาทดแทนแรงงานคน เข้าข่ายเกณฑ์งานยากลำบาก อันตราย สกปรก และน่าเบื่อ

ยากลำบาก - เดิมคนฉีดพ่นต้องแบกถังน้ำยาหลายกิโลกรัมขึ้นหลังเป็นเวลานาน ทำให้หลังเสื่อมสภาพ
อันตราย - น้ำยาบางชนิดเป็นเคมีภัณฑ์ เสี่ยงต่อสุขภาพและทางเดินหายใจคนฉีดพ่น
สกปรก - คนฉีดพ่นต้องเดินเท้าลุยแปลงในการทำงาน
น่าเบื่อ - การฉีดพ่นต่อแปลงใช้เวลานาน และไม่ทั่วถึง

Tiger Drone โดรนฉีดพ่นทางการเกษตรที่พัฒนาและออกแบบโดยทีม HG Robotics
ภาพ: www.hiveground.com

ทีม HG Robotics ยังพัฒนา ‘โดรนและซอฟต์แวร์เพื่อการคาดการผลผลิตทางการเกษตรที่มีความแม่นยำ’ โดยใช้ความสามารถจากโดรนถ่ายภาพทางอากาศ นำมาประมวลผลเพื่อประเมินปริมาณและคุณภาพของผลผลิต ช่วยให้ธุรกิจสามารถจัดการได้อย่างแม่นยำมากขึ้น (จากเดิมที่ต้องพึ่งพาการคาดคะเนจากประสบการณ์ของคน) ส่งผลไปถึงการสร้างรายได้ใหกับเกษตรกรรายย่อยที่ประเมินได้ ช่วยลดโอกาสการสร้างภาระหนี้สินในครัวเรือน


Vespa Hex โดรนสำรวจพื้นที่และวิเคราะห์ผลผลิตที่พัฒนาและออกแบบโดยทีม HG Robotics
ภาพ: www.hiveground.com
 

ในอุตสาหกรรมปิโตรเลียม ทีม HiveGround (บริษัทลูกของ HG Robotics) ก็ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนา ‘Xplorer หุ่นยนต์ตรวจสอบท่อส่งปิโตรเลียมแบบอัตโนมัติใต้ทะเล’ ร่วมมือกับ PTTE พัฒนาเป็นระบบนำทางอัจฉริยะ เก็บข้อมูลและภาพแบบ Real Time ลดการใช้แรงงานคนที่เดิมมีค่าใช้จ่ายและต้นทุนที่สูงมาก

ในช่วงโรคระบาดปี พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา ทางทีม HG Robotics ก็ยังคงทำหน้าที่เป็น ‘ที่พึ่งทางเทคโนโลยี’ เป็นทีมงานตั้งต้นร่วมมือกับ บริษัท โอโบดรอยด์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อตั้งโครงการ CU-RoboCOVID พัฒนาหุ่นยนต์และอุปกรณ์การแพทย์อย่าง ‘หุ่นยนต์ปิ่นโต’ หุ่นยนต์ขนส่ง และ ‘หุ่นยนต์กระจก’ ระบบสื่อสารทางไกล (Telepresence) หุ่นยนต์ทั้งสองตัวนี้เข้ามาเป็นสื่อกลาง ช่วยลดโอกาสในการสัมผัสโดยตรงระหว่างบุคคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วย แก้ปัญหาการขาดแคลนทรัพยากรอย่างชุด PPE หรือหน้ากากอนามัย โปรเจคนี้เกิดได้ในระยะเวลาอันสั้นจากการร่วมมือร่วมใจในการระดมทุนจากหลายภาคส่วน รวมทั้งการร่วมแรงจากนักพัฒนาและผู้ประกอบการ ร่วมกันสร้างนวัตกรรมเพื่อช่วยรักษาชีวิตทั้งผู้ป่วยและบุคลากรไว้ด้วยพลังความสามารถของคนไทยกันเอง


 ‘หุ่นยนต์ปิ่นโต’ หุ่นยนต์ขนส่ง 
ภาพ: www.facebook.com/curobocovid

‘หุ่นยนต์กระจก’ ระบบสื่อสารทางไกล (Telepresence) 
ภาพ: www.facebook.com/curobocovid

“ยังมีอีกหลายอาชีพอย่าง คนกวาดถนน ก็เป็นงานที่ตรงตามสมการเป๊ะ งานที่ยากลำบาก อันตราย สกปรก และน่าเบื่อ แต่ยังไม่มีนักพัฒนาหรือหน่วยงานไหนเห็นความสำคัญ หรือเพราะเราให้คุณค่ากับการพัฒนาที่สร้างเม็ดเงินได้เท่านั้นหรือเปล่า? Value ของคนเหล่านี้หายไปในสมการบ้านเรา? ”

ในฐานะทีมนักพัฒนาเทคโนโลยีแนวหน้าของเมืองไทย คุณช้างเองยังเห็นช่องว่างในการพัฒนาอีกมายมายในสังคมไทยที่ยังรอให้ผู้เกี่ยวข้องจากหลากหลายภาคส่วนหันมาเห็นความสำคัญ และมีส่วนร่วมในการพัฒนาเพื่อสร้างความเท่าเทียมในสังคมในแบบที่เราพึ่งพากันเองได้


เทคโนโลยีนี้ประเทศนั้นก็ทำแล้ว แบรนด์นี้ก็มีแล้ว จะสร้างใหม่ไปทำไม?

คำถามสุดคลาสสิคนี้มักเกิดขึ้น เมื่อเราเห็นคนไทยเริ่มพัฒนาผลงานบางอย่างขึ้นมาในแบบที่มีแบรนด์ต่างชาติทำไว้แล้ว แต่คำตอบของคุณช้างพาให้เราได้ตาสว่าง เห็นภาพอนาคตของประเทศว่าถ้าเราไม่สร้างนวัตกรรมที่เราเป็นเจ้าของเอง (homegrown innovation) เราอาจต้องรับบท ‘ประเทศผู้พึ่งพิง’ ตลอดไป

“หลายคนชอบถามว่าทีมเราพัฒนาโดรนกันไปทำไม อย่าง DJI จีนก็พัฒนาโดรนไปไกลแล้ว แถมยังราคาถูกมาก คำตอบของเราคือการถามกลับไปว่า ‘เราจะรอให้ถึงเวลาที่ประเทศเราในฐานะเมืองเกษตร ต้องทำงานด้วยเครื่องจักรกลทางการเกษตรจากต่างชาติหรือเปล่า?’ และนี่ยังไม่นับแรงงานทางการเกษตรที่ส่วนใหญ่เป็นแรงงานผู้สูงอายุและกำลังจะหมดไป”

 

แปลว่าเราต้องพัฒนาเองทุกอย่างเลยหรอ?

คุณช้างเองยืนยันว่าเราไม่จำเป็นต้องพัฒนาหรือสร้างนวัตกรรมขึ้นมาเองใหม่ทั้งหมด แต่ประเด็นสำคัญคือ ‘การจัดลำดับความสำคัญ หรือ Prioritization’ ว่าสิ่งไหนจำเป็นที่เราจะต้องทำหน้าที่เป็น ‘สมอง’ ใช้ความคิด ความสามารถของคนในประเทศมารับบทเป็นนักพัฒนาเอง สิ่งใดที่ไม่ใช่บทบาทหลักเราก็สามารถรับบทเป็นเพียงผู้ใช้งานได้

“เราอยากจะเปนครัวโลกก็ต้องผลิตอาหารให้ได้ นวัตกรรมในการสร้างอาหารก็ต้องเป็นสิ่งที่เราพัฒนาขึ้นเอง เพราะเราเข้าใจบริบทการใช้งานในพื้นที่ได้ดีที่สุด หรือการจะเป็น Medical Hub นอกจากสินทรัพย์ของบุคคลิกคนไทยที่รักงานบริการ ความสามารถของการแพทย์เราก็ไม่แพ้ใคร เราจะสามารถต่อยอดงานวิจัย สร้างกองกำลังนักคิด นักพัฒนา ที่จะมาช่วยสร้างการพึ่งพาตัวเองได้อย่างรอบด้านได้ยังไงบ้าง”

คงถึงเวลาที่เราทุกคนจะหันมามองหาบทบาทของตนเองในการร่วมกันพัฒนาความอัจฉริยะจากทรัพยากรบุคคลในและต่อยอดบทบาทของประเทศไทยให้แข็งแรง เพื่อให้พร้อมเผชิญหน้ากับคลื่นความไม่แน่นอนที่จะซัดมาอีกครั้งในอนาคต และเผื่อแผ่ความสามารถไปยังประเทศอื่นได้ 

เพราะเราทุกคนคือความหวัง เราอยากชวนคุณลองถามตัวเองในวันนี้
 เราจะเป็นสมองส่วนไหนและเป็นที่พึ่งทางใดให้กับประเทศของเราได้บ้าง?


สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย โศภิษฐา ธัญประทีป, Humanice | Human Nice Experience Co., Ltd.