image

Business & Industrial

Richy Rice แบรนด์ข้าวสังข์หยดจากพัทลุงกับการปรับตัวในยุค COVID-19

Published Date : 6 ต.ค. 2563

Resource : TCDC CONNECT

868

นอกจากความเสี่ยงต่อชีวิตและสุขภาพแล้ว สถานการณ์ COVID-19 ยังสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจเป็นวงกว้างทั้งในระดับประเทศและระดับโลก มาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลในแต่ละประเทศได้ส่งเสริมเพื่อป้องกันความเสี่ยงย่อมส่งผลกระทบโดยตรงกับผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ก็ตาม ถึงขนาดมีคำกล่าวว่าโลกของเราจะไม่มีทางกลับไปเหมือนเดิมได้อีก จนมีคำศัพท์ร่วมสมัยที่เรียกกันติดปากว่า “New Normal”

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) จึงเป็นขอเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนผู้ประกอบการและบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้และสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อการฟื้นตัวและป้องกันในระยะยาวให้กับผู้ประกอบการภายใต้โครงการ “CEA VACCINE ร่วมสร้างสรรค์ ...ภูมิคุ้มกันเศรษฐกิจไทย”

Richy Rice เป็นอีกแบรนด์ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ COVID-19 ดั้งเดิมแล้ว Richy Rice เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับข้าวที่มีต้นกำเนิดจากวิกฤตข้าวสังข์หยดล้นตลาด ในสมัยก่อนที่ข้าวสังข์หยดจะมีราคาเพียงแค่กิโลกรัมละ 20 บาทเท่านั้น แต่หลังจากที่ได้รับการประชาสัมพันธ์มากขึ้น ราคาก็ดีดตัวขึ้นมาถึง 100 – 120 บาทต่อกิโลกรัม เกษตรกรจึงหันมาปลูกข้าวสังข์หยดกันจนล้นตลาด ข้าวที่ได้ก็ด้อยคุณภาพจนถูกโรงสีกดราคาจนแทบจะไม่คุ้มค่ากับการลงแรง เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้หลายภาคส่วนในท้องถิ่นต้องรวมพลังกันเพื่อแก้ไขกับวิกฤตข้าวสังข์หยดล้นตลาดในครั้งนี้


คุณกนิดา เสนีย์ ผู้ปลุกปั้นแบรนด์ Richy Rice รู้สึกอึดอัดกับการใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ หลังจากกลับมาจากการทำงานที่ประเทศสิงคโปร์ แม้จะได้เห็นเพื่อนในวัยเดียวกันประสบความสำเร็จและเริ่มก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น แต่เธอรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ชีวิตที่ตัวเองต้องการจึงเลือกที่จะ “กลับบ้านเกิด” ไปที่จังหวัดพัทลุง และเริ่มเข้าไปมีบทบาทในวงการข้าวสังข์หยดในพัทลุงนับตั้งแต่นั้นมา

คุณกนิดาก่อตั้งแบรนด์ Richy Rice โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในท้องถิ่นรวมไปถึงอยากให้ผู้บริโภคได้รู้จักกับแบรนด์ข้าวสังข์หยดที่มีต้นกำเนิดมาจากพัทลุงการ ได้เริ่มต้นมาทำงานกับเกษตรกรระยะแรกนั้น ก็พบว่าข้าวที่ผลิตมาไม่ได้คุณภาพจึงถูกกดราคา ปัญหานี้กลายมาเป็นโจทย์ที่ท้าทายว่า “จะขายข้าวสังข์หยดที่มีอย่างไร โดยไม่เสียมูลค่าของข้าว” เป็นที่มาของการแปรรูปข้าวสังข์หยดให้กลายเป็นขนมข้าวอบกรอบและยกระดับมาตรฐานการผลิตเพื่อขยายตลาดเข้าห้างสรรพสินค้าและส่งออกไปต่างประเทศ ดูแลตั้งแต่ต้นน้ำ การให้เมล็ดพันธุ์ ให้ความรู้ ดูแลคุณภาพและมาตรฐาน ซึ่งในปัจจุบันมีตลาดอยู่ทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ อย่างสิงคโปร์ มาเลเซีย จีน และ ฮ่องกง 

CEA: COVID – 19 ส่งผลกระทบอย่างไรกับ Richy Rice?

คุณกนิดา: เนื่องจากตลาดของ Richy Rice ส่วนใหญ่อยู่ในต่างประเทศ แล้วเมื่อเกิดเหตุการณ์ COVID-19 หลายประเทศปิดน่านฟ้า ทำให้การขนส่งสินค้ายากลำบาก แถมคนเดินห้างสรรพสินค้าน้อยลงก็ย่อมส่งผลกระทบต่อยอดขายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราเลยหันมามองตลาดในประเทศอีกครั้ง และกลับมาดูว่าจะมีผลิตภัณฑ์ตัวไหนที่จะ “รอด” ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เราก็พบว่าคนไทยสนใจเรื่องสุขภาพ คนไทยกลัวว่าตัวเองจะป่วย เราก็ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ดูแลสุขภาพได้มากขึ้น เราก็สร้างรายได้จากภายในประเทศได้มากขึ้น


CEA: เพราะอะไรถึงมาเข้าร่วม CEA Vaccine?
คุณกนิดา: มี 2 เหตุผล เรื่องแรกเกิดจากการที่ SME Bank แนะนำมาว่ามีโครงการนี้ และ Richy Rice เองก็อยู่ในช่วงของการสร้างแบรนด์ ที่ผ่านมาเราถนัดธุรกิจขายส่ง ในช่วงวิกฤตที่ผ่านมามันทำให้เรากลับมาทบทวนกับตัวเองว่าต้องมีแบรนด์ เพราะถ้าแบรนด์ดีจะทำอะไรก็ได้ และเราเองก็กำลังค้นหาว่าเราเป็นใครและจะไปต่ออย่างไรดี? ส่วนเรื่องที่สองก็เพราะเคยเห็นเพื่อนๆ ไปเข้าร่วมโครงการกับ TCDC แล้วเห็นว่ามีผลลัพธ์ออกมาชัดเจน ประกอบกับช่วงโครงการเปิดรับพอดี จึงได้สมัครเข้าร่วมโครงการ


CEA: ค้นพบอะไรจากการได้เข้าร่วมโครงการ CEA Vaccine?
คุณกนิดา: เราได้เรียนรู้ว่าถ้าสื่อสารให้ชัดจะได้งานที่ดี ตอนที่เราทำ Package ของผลิตภัณฑ์เรา เราก็อยากได้อะไรที่เป็นพัทลุง เลยจับเอาสถานที่ท่องเที่ยวมาใส่ เคยคุยกับเพื่อนเพื่อนก็ถามว่าจะทำบริษัทท่องเที่ยวเหรอ มีอะไรที่สื่อถึงผลิตภัณฑ์ของ Richy Rice บ้าง ซึ่งเราก็ตอบได้ไม่ชัด แล้วเจอปัญหาอีกว่าเวลาให้ graphic designer ไปออกแบบก็ออกแบบกันไปคนละทิศทาง ไม่เชื่อมโยงกัน กลายเป็นว่าผลิตภัณฑ์แต่ละตัวกลับเป็นลายเซ็นของ graphic designer มากกว่า Richy Rice เพื่อนเลยแนะนำให้ไปทำการบ้านเรื่องแบรนด์และอัตลักษณ์เพิ่ม (Corporate Identity) เป็นจังหวะดีที่โครงการนี้เข้ามาพอดี เราเลยได้เข้าใจวิธีการทำงานในด้านนี้มากขึ้น เรารู้ว่าการบรีฟงานที่ดีเป็นอย่างไร ซึ่งมันจะทำให้ designer ทำงานได้ง่ายขึ้น ตรงกับความต้องการของเรา และตอบโจทย์ทางธุรกิจ 

CEA: Richy Rice มองภาพอนาคตไว้อย่างไร?
คุณกนิดา: เราจะนำอัตลักษณ์ของความเป็นไทยและความเป็นพัทลุงสื่อผ่านผลิตภัณฑ์ที่เป็นอาหารไปยังทั่วโลก ผ่านรสชาติ เช่น ต้มยำกุ้ง พริกไทยดำ ตามพฤติกรรมของผู้บริโภค ถ้ายิ่งเราทำออกไปได้ไกลแค่ไหน คนจะรู้จักบ้านเมืองเรามากขึ้น เหมือนเวลาไปขายของในจีนแล้วขึ้นธงไทยคนจีนก็เชื่อแล้ว มันจะน่าภาคภูมิใจแค่ไหนที่คนทั่วโลกเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ของบ้านเรา

นับได้ว่าคุณกนิดาเป็นคน “กลับบ้าน” รุ่นบุกเบิกและลงมือลงแรงอย่างมากในการเปลี่ยนวิถีเกษตรเคมีมาเป็นเกษตรอินทรีย์และผลักดันแบรนด์ข้าวท้องถิ่นให้โด่งดังไปในระดับโลก คุณกนิดาเล่าให้เราฟังว่าพัทลุงเป็นจังหวัดที่อุดมสมบูรณ์ ข้าวสังข์หยดจึงเติบโตได้ แต่หากเรามองข้าวเหมือนเป็นทอง สักวันข้าวจะหมด เพราะเราจะขุดมันขึ้นมาโดยไม่สนใจเลยว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ดังนั้นโจทย์สำคัญของ RichyRice ก็คือจะทำอย่างไรให้ทองที่อยู่ในผืนดินอยู่กับเราไปอีกนานจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน

คำว่า “Rich” ใน Richy Rice จึงไม่ได้หมายถึงความร่ำรวยด้านเงินทองแต่เพียงเท่านั้น แต่ยังหมายถึงความรุ่มรวยของวิถีชีวิต ความกินดีอยู่ดี รุ่มรวยทางวัฒนธรรม รุ่มรวยความภาคภูมิใจ รุ่มรวยที่ช่วยให้คนต้นน้ำและปลายน้ำได้มีชีวิตที่ดีขึ้น และรุ่มรวยมากพอที่จะส่งต่อความอุดมสมบูรณ์ไปจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลานได้ไม่จบสิ้น 

สามารถติดตาม Richy Rice เพิ่มเติมได้ทางช่องทาง
www.richyrice.com/
www.facebook.com/richyriceproducts/
www.instagram.com/richyrice/

สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย ฐิติฤกษ์ พรหมวนิช ปืน