image

Business & Industrial

ดูแลใจในเวลาที่ใช่...กับสายตรงนักจิตวิทยา Relationflip

Published Date : 3 มิ.ย. 2562

Resource : Creative Thailand

6,864

“ถ้าได้เจอคนที่ใช่ในเวลาที่ใช่ ปัญหาก็จะคลี่คลาย” คุณวิ-วินัดดา จ่าพา ผู้ก่อตั้งกิจการเพื่อสังคม Relationflip เอ่ยขึ้นระหว่างการสัมภาษณ์ เธอกำลังเล่าถึงประสบการณ์ส่วนตัวซึ่งมักจะมีคนรู้จักมาระบายความทุกข์ในใจให้ฟังบ่อยครั้ง แม้ว่าตัวเธอจะไม่ใช่นักจิตวิทยา 

“ตอนนั้นเราได้แต่นั่งฟังเฉยๆ เพราะคิดว่าถ้าแนะนำอะไรไปแล้ววิธีนั้นมันไม่เหมาะกับเขา ก็คงจะไม่ดี” แต่เธอมั่นใจว่ามันคงจะดีกว่าแน่ ๆ ถ้ามีใครสักคนที่มีความรู้ในการจัดการกับปัญหา มารับฟังและเดินไปเป็นเพื่อนในวันที่คนเรารู้สึกอ่อนล้ากับอุปสรรคที่ต้องเจอ นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอจับมือกับทีมนักจิตวิทยา ร่วมกันสร้างบริการนักจิตวิทยาออนไลน์ Relationflip ขึ้นเมื่อ 3 ปีก่อน เพื่อให้ใครก็ตามที่กำลังสับสนได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญที่ใช่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

แก้ปัญหาทันใจคนวัยทำงาน
“ปัญหาของคนเราส่วนใหญ่จะมีที่มาจากความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์กับตัวเอง เช่น มีความเครียด หรือมีความคิดวนเวียนในหัวแต่ไม่สามารถหาทางออกให้ตัวเองได้ หรือความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง เช่น พ่อแม่ เจ้านาย เพื่อนร่วมงาน เป็นต้น” คุณก้อย-พรทิพย์ แม่นทรง หัวหน้าทีมนักจิตวิทยาการปรึกษา (Head of RF Analytical Counselor) เล่าถึงแนวคิดหลักของ Relationflip ที่หวังจะพลิกมุมมองของผู้เข้ารับบริการในเรื่องความสัมพันธ์ซึ่งส่งผลโดยตรงถึงสุขภาพใจ

ปัจจุบันลูกค้าหลักของ Relationflip คือลูกค้าประเภทองค์กรที่ต้องการนำเสนอสวัสดิการด้านสุขภาพจิตให้แก่พนักงาน แต่ก็เปิดรับบริการแก่บุคคลทั่วไปด้วยเช่นกัน “เหตุผลที่เราหันมาให้บริการกลุ่มคนทำงานเป็นพิเศษเพราะเรามองว่าคนทำงานคือเสาหลักของครอบครัว ถ้าเขาแข็งแรง ครอบครัวและบริษัทก็จะแข็งแรงไปด้วย ทุกอย่างมันเชื่อมโยงกันหมด ยิ่งไปกว่านั้นคือทุกวันนี้เราใช้เวลาอยู่กับคนที่ทำงานมากกว่าคนในครอบครัวด้วยซ้ำ แถมกลุ่มคนทำงานก็มีช่วงอายุกว้างตั้งแต่ 18 ลากไปถึง 60 เราก็เลยคิดว่าถ้าเราดูแลคนกลุ่มนี้มันน่าจะเกิดแรงกระเพื่อมในสังคมได้มาก”

คุณวิ-วินัดดา จ่าพา ผู้ก่อตั้งกิจการเพื่อสังคม Relationflip

คุณวินัดดาชวนให้เราลองคิดตามว่า ในเมื่อสุขภาพใจสำคัญไม่น้อยไปกว่าสุขภาพกาย และคนส่วนใหญ่ก็มักจะเจอเรื่องไม่สบายใจบ่อยกว่าไม่สบายกาย บริการดูแลสุขภาพใจจึงควรจะเป็นเหมือนยาสามัญประจำบ้านที่ต้องมี ดังนั้นการที่คนเรามีเรื่องในใจที่ไม่รู้จะจัดการอย่างไร ก็เป็นเหตุผลที่เพียงพอแล้วในการนัดเวลาเพื่อพูดคุยกับนักจิตวิทยา ดีกว่ารอให้อาการหนักจนแก้ไขได้ยาก

จุดเด่นของ Relationflip คือการให้บริการทางโทรศัพท์ตลอด 24 ชั่วโมง จึงสะดวกรวดเร็วและไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปคลินิกหรือโรงพยาบาล สามารถจองเวลารับบริการบนเว็บไซต์ได้เองด้วยการเลือกหัวข้อที่ต้องการขอคำปรึกษา เช่น ความสัมพันธ์กับเจ้านาย การเปลี่ยนสายงาน ความรัก ความมั่นคงทางการเงิน เพศทางเลือก เด็กเล็ก-วัยรุ่น ผู้สูงอายุ ฯลฯ หรือเลือกจากประวัติและความเชี่ยวชาญเฉพาะของนักจิตวิทยาในระบบกว่า 40 ท่านก็ได้ โดยผู้ขอรับบริการจะต้องทำแบบประเมินความสุขหรือ “RF Index” ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะที่ทีมงานพัฒนาร่วมกับสถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร์และสถาบันวิจัยประชากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อเป็นการประเมินสุขภาพเบื้องต้นก่อนรับบริการ

ขั้นตอนการพูดคุยของนักจิตวิทยาก็จะเริ่มจากการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีเพื่อให้ผู้เข้ารับบริการค่อยๆ เปิดใจและกล้าที่จะเล่าปัญหาให้ฟัง โดยกระบวนการให้คำปรึกษาส่วนใหญ่ต้องใช้เวลาพูดคุยมากกว่าหนึ่งครั้ง “หน้าที่ของนักจิตวิทยาคือการนำทางให้เขาทำความเข้าใจตัวเอง โดยที่เราจะไม่ให้คำแนะนำว่าต้องทำอะไร แต่จะให้แนวทาง หรือเพิ่มตัวเลือกในการจัดการปัญหาให้เขาลองพิจารณา การพูดคุยทางโทรศัพท์จะมีข้อดีตรงที่บางคนก็จะเปิดใจได้เร็วเพราะว่าไม่เห็นหน้ากัน การบำบัดเป็นไปได้ดี” คุณพรทิพย์ นักจิตวิทยาอธิบาย

©Unsplash/Daniel Korpai

ความในใจของลูกค้า คือความลับที่ยังมีในโลก
แม้คนไทยยุคนี้จะเข้าใจเรื่องการดูแลสุขภาพจิตกันมากขึ้น แต่ผู้เข้ารับบริการเองก็ยังรู้สึกกังวลว่าข้อมูลการใช้บริการของพวกเขาจะเป็นที่รับรู้ของบริษัท หรือหนักกว่านั้นคือกระทบต่อการประเมินการทำงาน ความท้าทายในการให้บริการของ Relationflip จึงอยู่ที่การออกแบบวิธีจัดเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ผลเพื่อนำเสนอแก่บริษัทให้เป็นรูปธรรม โดยที่ยังอยู่บนหลักการที่ถูกต้องตามหลักจรรยาบรรณทางวิชาชีพ 

“การรักษาความลับของผู้เข้ารับบริการแต่ละคนเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญอันดับหนึ่ง เพราะบางครั้งแค่เราบอกชื่อแผนกหรืออายุ บริษัทก็เดาได้แล้วนะว่าใครที่มาเข้ารับบริการ พนักงานจะกลัวว่าบริษัทจะเข้าถึงข้อมูลอะไรบ้าง มันเป็นเรื่องอ่อนไหวมาก ดังนั้นเราจึงต้องคิดวิธีการนำเสนอข้อมูลอย่างดีก่อนที่จะส่งให้ฝ่ายเอชอาร์ ซึ่งเอาเข้าจริงเอชอาร์ก็บอกว่าเขาไม่ได้อยากได้ข้อมูลละเอียดว่าใครมารับบริการนะ เขาแค่อยากรู้กว้าง ๆ ว่ามีประเด็นปัญหาอะไรบ้าง เพื่อที่จะได้วางแผนป้องกันหรือแก้ไขได้ถูก” คุณวินัดดาเล่าถึงการทำงานร่วมกับลูกค้าองค์กร

คุณก้อย-พรทิพย์ แม่นทรง

“เคยมีพนักงานคนหนึ่งตั้งธงตั้งแต่เริ่มมาปรึกษาเลยว่ามีปัญหาเรื่องเงินเดือน เราดูจากแบบประเมินความสุขของเขาจะเห็นเลยว่าคะแนนด้านนี้ค่อนข้างต่ำมาก แต่พอคุยไปสักสามสี่ครั้ง กลายเป็นว่าต้นตอของปัญหามันมาจากสัมพันธภาพกับคนในที่ทำงาน พอความสัมพันธ์มันแย่ มิติอื่น ๆ ก็แย่ไปด้วย ไม่พอใจไปหมด หลังจากได้ปรึกษานักจิตวิทยา เขาก็เจอทางออกในการสื่อสารกับเจ้านายและเพื่อนร่วมงาน บรรยากาศในการทำงานเป็นทีมเวิร์กก็ดีขึ้น พอลองทำแบบประเมินอีกครั้งก็พบว่าคะแนนทุกด้านมันดีขึ้น ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ไปแก้เรื่องเงินเดือนเลย เขาได้เงินเท่าเดิม แต่เขาพอใจในสิ่งแวดล้อมมากขึ้น”

ประโยชน์ที่องค์กรจะได้รับจากบริการนี้ จึงแทบไม่ต่างอะไรกับการที่พนักงานมีอาหารกินอิ่มท้อง เพราะถ้าปล่อยให้พนักงานหิวโซหรือวิตกกังวล แน่นอนว่าเขาก็ไม่สามารถทำงานให้องค์กรได้เต็มที่

3 ปัญหากังวลใจของคนยุคนี้
อะไรคือปัญหาที่ผู้เข้ารับบริการของ Relationflip มักจะมาขอคำปรึกษา นี่คือตัวอย่างที่ทีมงานบอกว่าพบบ่อยและน่าสนใจ

  • ค้นหาคุณค่าในตัวเอง 
    ใครจะไปคิดว่าเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่คนรุ่นใหม่เท่านั้นที่เข้ามาขอคำปรึกษา เพราะแม้แต่คนทำงานอายุ 40-50 ปีก็มีความรู้สึกสับสนและยังคงตั้งคำถามเรื่องศักยภาพในการทำงานและค้นหาคุณค่าในตัวเองไม่ต่างกัน
     
  • มองหาความสมบูรณ์แบบที่ไม่มีอยู่จริง
    มีคนจำนวนไม่น้อยที่รอให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบก่อนจะลงมือทำ พวกเขายืนอยู่กับที่และพยายามจะมองให้เห็นทุกอย่าง ซึ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะถ้าไม่ออกเดินก็ไม่มีทางเห็นเป้าหมายชัดขึ้น และกลายเป็นว่าไม่ได้ลงมือสักที
     
  • การสื่อสารและความสัมพันธ์
    ปัญหานี้นักจิตวิทยาบอกว่าพบมากในผู้รับบริการเจนวายและเจนซี ที่เติบโตมาพร้อมเทคโนโลยีและความสะดวกสบาย จึงไม่รู้ว่าจะปรับตัวเข้ากับสังคมและสื่อสารความคิดกับรุ่นพี่หรือเจ้านายอย่างไร
 

เพื่อนคู่ใจ ในโลกที่หมุนเร็ว 
“ปัจจุบันนี้สิ่งแวดล้อมอาจจะไม่ได้เอื้อให้เราฟังกันจริง ๆ สักเท่าไร บางทีจะเล่าให้เพื่อนสนิทฟังก็ต่างคนต่างอยากจะเล่าเรื่องของตัวเอง หรือหยิบมือถือขึ้นมาดูระหว่างฟังไปด้วย น้อยครั้งที่จะมีใครมาตั้งใจนั่งฟังเราอย่างจริงจัง ไม่ตัดสิน และมองตาเราโดยที่ไม่ทำอย่างอื่นไปด้วย” ผู้ก่อตั้ง Relationflip ยอมรับว่าความเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเทคโนโลยีในวันนี้น่าจะมีส่วนที่ส่งผลต่อสุขภาพจิตของเราไม่มากก็น้อย แต่สิ่งที่น่าดีใจก็คือในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา Relationflip พบว่าสังคมไทยเปิดรับบริการด้านสุขภาพจิตมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 

“ปกติเราจะไปเปิดบู๊ทให้คำปรึกษาฟรีในมหกรรมแนะนำการศึกษาปีละ 2 ครั้ง ปีแรก ๆ จะชอบมีเด็กเข้ามาถามว่า "นี่บูทอะไรอ่ะพี่ ดูดวงได้ไหม" ส่วนพ่อแม่ก็จะไม่อยากลูกเข้ามาเพราะกลัวคนอื่นมองไม่ดี เราใช้เวลาอธิบายบริการนานกว่าตอนเข้ามารับคำปรึกษาในบูทอีก ผ่านมา 3 ปีเด็กเดินเข้ามาถามด้วยความตื่นเต้นเลยว่า "คุยได้เหรอพี่" พ่อแม่ก็เข้ามาหาเราเองโดยไม่ต้องอธิบาย”

©FB : Relationflip

แต่สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน ความเปลี่ยนแปลงคือสิ่งที่เราเลี่ยงไม่ได้ และคุณวินัดดาก็เชื่อว่ามนุษย์ทุกคนจะผ่านมันได้ด้วยตัวเอง โดยมีทีมนักจิตวิทยาอย่าง Relationflip เป็นเหมือนที่ปรึกษาที่คอยอยู่ข้างๆ “ต่อให้ผ่านไปอีกพันปี เราก็ยังจะต้องเจอกับความเปลี่ยนแปลง การล้มหายตายจาก การเปลี่ยนสถานะ จากรวยเป็นจน จากลูกน้องเป็นเจ้านาย จากเด็กหญิงเป็นนางสาว เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่ต้องเจอเอง เจ็บเอง เรียนรู้เอง และยอมรับการเปลี่ยนแปลงให้ได้เอง เพราะสิ่งที่แน่นอนที่สุดก็คือความไม่แน่นอน”

ดังนั้นจึงไม่แปลก หากคำแนะนำง่าย ๆ ในการมองปัญหาที่คุณพรทิพย์ในฐานะนักจิตวิทยาบอกกับผู้เข้ารับบริการเสมอ คือต้องเริ่มต้นจากการเข้าใจและยอมรับ “ปัญหาทุกเรื่อง ถ้าเข้าใจมันได้เร็วเท่าไร เราก็จะไปต่อได้เร็วเท่านั้น เพราะพอเข้าใจเร็ว เราก็จะยอมรับเร็ว เมื่อยอมรับ เราก็จะวาง เมื่อวางก็ว่าง ว่างแล้วก็เอาอย่างอื่นมาเติมและไปต่อได้ แต่ถ้าเรายังไม่เข้าใจ ไม่ยอมรับ มีแต่คำถามว่าทำไม ๆ เราจะไปต่อไม่ได้ ต้องเปลี่ยนมามองว่า เมื่อเป็นแบบนี้ เราจะจัดการเรื่องนี้ยังไง ปกติเวลามีเคสเราก็จะชวนเขาคิดแบบนี้”

ติดต่อขอรับบริการหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
FB Inbox : Relationflip
www.relationflip.com

เรื่อง : ณัฏฐนิช ตัณมานะศิริ | ภาพ : ภีร์รา ดิษฐากรณ์