image

Business & Industrial

มุมชวนคิดกับการเตรียมพร้อมเพื่อองค์กรยุคใหม่

Published Date : 3 ม.ค. 2563

Resource : Creative Thailand

7,309

[Featured Book]
The Future of Work
โดย: Jacob Morgan

หนังสือ The Future of Work ซึ่งเขียนโดยเจคอบ มอร์แกน (Jacob Morgan) ได้กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นกับการทำงานยุคใหม่ อันเกิดจากสภาพสังคมและประชากรที่มีการปรับตัวอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นผลจากเทคโนโลยีที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การเปลี่ยนแปลงนี้ก่อให้เกิดแนวโน้ม 5 ประการที่จะเปลี่ยนรูปแบบขององค์กรและอนาคตของการทำงาน

  1. พฤติกรรมใหม่ๆ ของบุคลากรที่คุ้นชินกับเทคโนโลยีออนไลน์ซึ่งกำลังเข้ามาสู่องค์กร และสิ่งเหล่านี้กำลังท้าทายแนวคิดของการทำงานยุคใหม่ ทั้งลักษณะการทำงานและความคาดหวังที่มีต่อองค์กร
  2. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสำหรับองค์กรยุคใหม่ เช่น 
    - เทคโนโลยีคลาวด์ (Cloud Technology) ที่ทำให้องค์กรสามารถลดการดูแลส่วนที่ไม่มีความชำนาญด้านเทคโนโลยีลง แล้วมุ่งเน้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานอย่างแท้จริง ทั้งยังสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยได้อย่างรวดเร็ว เป็นการนำอำนาจในการตัดสินใจด้านระบบไอทีกลับไปให้ผู้ใช้งาน โดยให้ผู้ใช้ได้เลือกใช้ระบบที่เข้ากับการทำงานมากที่สุด
    - แพลตฟอร์มสำหรับการทำงานร่วมกัน (Collaboration Platform) เนื่องจากการสื่อสารระหว่างทีมงานคือสิ่งสำคัญของการทำงานในอนาคต เทคโนโลยีนี้จะช่วยเชื่อมโยงผู้คนและข้อมูลของทีมต่างๆ ในองค์กรเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้เข้าใจจุดมุ่งหมายขององค์กร รวมทั้งรายงานสถานะต่างๆ ของงาน และตอบสนองต่อการทำงานทุกที่ ทุกเวลา และทุกอุปกรณ์
    - บิ๊ก ดาต้า (Big Data) องค์กรที่ให้ความสำคัญกับข้อมูลจะตัดสินใจเรื่องต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งองค์กรสามารถจัดเก็บข้อมูลที่เกิดขึ้นได้หลากหลายมิติ แต่สิ่งที่สำคัญกว่า คือการวิเคราะห์ กลั่นกรอง และนำข้อมูลมาใช้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และมีประสิทธิภาพ
    - อินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง (Internet of Things) จะกลายเป็นผู้ช่วยในการสะสมข้อมูลขององค์กร อุปกรณ์ต่างๆ สามารถเชื่อมโยงกันได้โดยไม่ต้องอาศัยการกำกับควบคุมของมนุษย์ ซึ่งอาจช่วยให้การทำงานในหลายๆ เรื่องเป็นไปได้อย่างอัตโนมัติและสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น
  3. แรงงานในยุคมิลเลนเนียลที่กำลังจะกลายเป็นกลุ่มคนส่วนใหญ่ขององค์กร ต้องการสถานที่ทำงานสำหรับเจเนอเรชั่นใหม่ ซึ่งรองรับการทำงานที่เข้ากับพฤติกรรม วิธีการ ทัศนคติ และความคาดหวังใหม่ๆ
  4. การไม่ยึดติดกับสถานที่ (Mobility) สืบเนื่องมาจากพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยี และความสะดวกในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต แนวโน้มนี้จึงเป็นการเปิดโอกาสให้พนักงานได้เชื่อมต่อระบบต่างๆ ผ่านคลาวด์ และสามารถทำงานได้โดยไม่ยึดติดอยู่กับสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง
  5. โลกาภิวัตน์ (Globalization) ยังคงส่งผลให้องค์กรต้องแสวงหาคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาร่วมตอบโจทย์ที่ท้าทายในวันนี้และอนาคต โดยไม่ยึดติดกับเชื้อชาติ ภาษา และประเทศอีกต่อไป

[Book]
ริเน็น สร้างธุรกิจ 100 ปี ด้วยหลักคิดแบบญี่ปุ่น
โดย: ดร.กฤตินี พงษ์ธนเลิศ

หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้เข้าใจธุรกิจแบบต้นสน ที่ใช้ปรัชญาการดำเนินธุรกิจอย่างค่อยเป็นค่อยไป เน้นการสร้างคุณค่าให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า ผลกระทบต่อสังคม และช่วยแก้ปัญหาให้แก่ผู้อื่นเสมอ ซึ่งเป็นเคล็ดลับสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเหล่านั้นคงอยู่ยาวนานนับร้อยปี “ริเน็น” หรือปรัชญาในการดำเนินธุรกิจ จึงเป็นตัวกำหนดทิศทางของทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น เป็นแสงสว่างปลายทางที่ทุกคนในองค์กรต่างมองเห็นตรงกัน โดยการจะทำเช่นนั้นได้ ทุกกลไกขององค์กรต้องก้าวไปด้วยกัน ทุกคนต้องรู้ว่าเขามีคุณค่าอย่างไรต่อองค์กรและงานที่ทำอยู่ เป็นการขับเคลื่อนด้วยความสุข พร้อมที่จะถ่ายทอดพลังของความสุขและความตั้งใจนั้นไปยังผู้เกี่ยวข้องทุกคน แล้วสะท้อนกลับมาเป็นการสนับสนุนที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนาน ทั้งยังเป็นภูมิต้านทานต่อวิกฤตต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

 

[Video]
How to Run a Company with (Almost) No Rules
โดย Ricardo Semler

https://www.ted.com/talks/ricardo_semler_how_to_run_a_company_with_almost_no_rules/
จะเป็นไปได้หรือไม่ ถ้าองค์กรไม่ต้องมีกฎระเบียบต่างๆ ริคาร์โด เซมเลอร์ (Ricardo Semler) ได้ตั้งคำถามถึงการบริหารงานองค์กรและทดลองยกเลิกกฎเกณฑ์ต่างๆ ในบริษัท ตั้งแต่การให้พนักงานมีอิสระด้านเวลาและสถานที่ทำงานมากขึ้น การแลกวันหยุดกับค่าตอบแทนที่อาจลดลงบ้าง การบริหารงานแบบไม่ต้องมีหัวหน้า หรือแม้กระทั่งการเปิดโอกาสให้พนักงานสามารถกำหนดค่าตอบแทนได้ด้วยตัวเอง โดยอาศัยข้อมูลที่เขาจำเป็นต้องรู้ เช่น รายได้รวมของบริษัท เงินเดือนในตำแหน่งต่างๆ ในท้องตลาด และความสามารถในการจ่ายของบริษัท ทั้งหมดนี้ช่วยลดระบบสำนักงานที่ยุ่งยากลงไปได้เป็นอย่างมาก แม้แต่งานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ซึ่งก็เหลือพนักงานเพียง 2 คน การทดลองนี้ได้ทดลองทำกับบริษัทของเขาที่มีพนักงานราว 5,000 คน และได้ทดลองมาแล้วกว่า 30 ปี 

[Book]
Scrum Mastery: From Good to Great Servant-Leadership
โดย: Geoff Watts 

Scrum เป็นกรอบวิธีการทำงานตามแนวคิดแบบ Agile ซึ่งมุ่งความสำเร็จในการตอบสนองต่อความต้องการที่แท้จริง มากกว่าการทำงานตามเอกสาร เน้นการแบ่งเป้าหมายออกเป็นงานย่อยๆ เพื่อให้งานแต่ละงานมีจุดมุ่งหมายเฉพาะเรื่อง ทยอยส่งมอบงานทีละส่วน และประเมินการดำเนินต่อในระยะถัดไปอย่างต่อเนื่อง พร้อมรับกับความเปลี่ยนแปลงหรือความต้องการใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นเสมอ ทั้งนี้ Scrum Master จะทำหน้าที่สำคัญในการช่วยลดอุปสรรคใดๆ ก็ตามที่จะเกิดขึ้นกับทีม ซึ่งอาจทำให้งานไม่ประสบความสำเร็จ เจฟฟ์ วัตต์ส (Geoff Watts) ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้เชื่อว่า Scrum Master ที่ดีนั้น ต้องเข้าใจหลักการ Servant-Leadership ซึ่งกล่าวถึงหัวใจสำคัญของการเป็นผู้นำ นั่นคือการทำความเข้าใจและช่วยเหลือทีมในทุกๆ ส่วน โดยดึงศักยภาพของทีมออกมาเพื่อสร้างงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

เรื่อง : เลอชาติ ธรรมธีรเสถียร