image

Design & Creativity

Pronouns Matter! ระหว่างเธอ เขา และเรา

Published Date : 1 ส.ค. 2562

Resource : Creative Thailand

3,270

“สวัสดี ฉันคือคิต และฉันใช้สรรพนาม they/them” เป็นประโยคที่คิต วิลสัน (Kit Wilson) นักศึกษามหาวิทยาลัยวิซคอนซิน-มิลวอคี (University of Wisconsin-Milwaukee) รัฐวิสคอนซิน สหรัฐอเมริกา กล่าวแนะนำตัวเมื่อเจอกับคนอื่น ๆ

หลายต่อหลายครั้ง เรามักจะตัดสินเพศบุคคลจากภายนอกและจากสิ่งที่เราเห็น แม้แต่ในบทสนทนา เราก็ถูกสอนให้ใช้ ‘คำสรรพนาม’ เรียกแทนคนที่เราพูดถึง เช่น เขา (He) แทนบุคคลเพศชาย หรือ เธอ (She) แทนบุคคลเพศหญิง ความคิดที่ว่า “ผู้ชายสีฟ้า ผู้หญิงสีชมพู” ยังคงยึดติดเกี่ยวกับเรื่องการแบ่งแยกทางเพศ แม้แต่ LGBT หรือกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศก็ยังระบุเพศว่า ฝ่ายนี้เป็นหญิงและอีกฝ่ายเป็นชาย ตัวอย่างเช่น หากคนหนึ่งรับบทบาทเป็นเพศหนึ่งไปแล้ว อีกคนก็รับบทเพศตรงข้ามไปโดยปริยาย

แล้วถ้าเราไม่อยากใช้แค่ He หรือ She ระบุหรือกล่าวถึงฝ่ายตรงข้าม แล้วเราควรใช้อะไร

ระบบ Non Binary คือคำตอบ เพราะคำสรรพนามที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้เป็นระบบแบบแบ่งเพศชัดเจน หรือที่เรียกว่า Binary คือแบ่งเป็นฝั่งชายและหญิง แต่จริง ๆ แล้วมันลึกซึ้งกว่านั้น ด้วยความหลากหลายและความเป็นปัจเจกที่ชัดขึ้นทุกวันของคนเรา ที่ไม่เพียงแบ่งหญิง ชาย หรือ LGBT

กลุ่ม Non Binary จึงตอบโจทย์เพศที่เป็นกลางหรือความไม่ต้องการจะระบุเพศ หรือจะเรียกอีกอย่างว่า ‘ไร้เพศ’ ก็ยังได้ “บางครั้งฉันก็รู้สึกถึงความเป็นหญิงและชายในเวลาเดียวกัน แต่บางครั้งฉันก็ไม่ได้รู้สึกแบบนั้นทั้งคู่” คิต วิลสัน ชี้ให้เห็นถึงความเป็นกลางของตัวเอง และสาเหตุที่ใช้สรรพนาม They/Them/Their แทนตัวเอง มากกว่าที่จะเป็น He/Him/His

นอกเหนือจากสรรพนาม He She และ They ที่เราคุ้นชินกันแล้ว ตัวภาษาก็ยังไหลลื่นจนเกิดสรรพนามใหม่ๆ เพื่อมารองรับความหลากหลายทางเพศนี้ อย่างเช่น Ze/Zir/Zirs ที่เพี้ยนมาจากภาษาเยอรมันว่า Sie ที่แปลว่า She ในภาษาอังกฤษ 

การที่เราระบุสรรพนามของอีกฝ่ายโดยตัดสินจากภายนอก ยังกลายเป็นเรื่องที่ค่อนไปทางไร้มารยาทและไม่ให้เกียรติบุคคลที่กล่าวอ้างถึง โรงเรียนในสหรัฐอเมริกาฝึกให้เด็ก ๆ สอบถามสรรพนามของคนอื่น และเลือกใช้สรรพนามที่ต้องการแทนชื่อตัวเองหรือแม้แต่การแทนด้วยชื่อไปเลย ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นการปลูกฝังความคิดผ่านตัวภาษาที่เป็นกลางและไม่แบ่งแยกเพศ แม้แต่เฟซบุ๊กก็ยังเคลื่อนไหวด้วยการเพิ่มตัวเลือกเพศอื่น ๆ นอกเหนือจากหญิงหรือชาย รวมถึงคำสรรพนามที่เจ้าของเฟซบุ๊กนั้นอยากจะใช้ด้วย และในเร็ว ๆ นี้ (เดือนตุลาคม 2562) ยังจะมีการจัดวันสรรพนามสากลครั้งที่ 2 (International Pronouns Day) หลังจากที่จัดขึ้นเมื่อเดือนเดียวกันนี้ในปีที่ผ่านมาและได้รับการตอบรับที่ดี เพื่อให้ผู้คนหลากหลายเพศได้เข้ามาพูดคุย แบ่งปันประสบการณ์ และให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องสรรพนามส่วนบุคคลที่เราควรจะให้เกียรติและเคารพ

ขณะที่ ซาร่า เบนโดเรทิส (Sara Bendoraitis) ผู้อำนวยการด้านการจัดโปรแกรมประจำศูนย์ความหลากหลายและการอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียมแห่งมหาวิทยาลัยอเมริกัน (Centre of Diversity and Inclusion of American University) ได้อธิบายสรุปความในคำถามที่ว่า ทำไมเราถึงต้องถามสรรพนามของผู้อื่นก่อนเสมอไว้ว่า “เพราะนั่นหมายถึงการเรียนรู้คนอื่นให้มากขึ้นมากกว่าที่เราจะคาดเดาไปเอง”

จงถาม – เพราะเราไม่สามารถบอกชื่อหรือคำสรรพนามที่คน ๆ หนึ่งจะใช้ เพียงแค่มองจากภายนอก
ให้เกียรติ – หากบางคนใช้เวลาบอกชื่อกับคำสรรพนาม เราควรใช้ตามนั้นและให้เกียรติพวกเขา เพราะไม่ใช่เรื่องของเราที่จะไปตัดสินลักษณะของคนอื่น
ฝึกฝน – ถ้ามันยากที่จะต้องเอ่ยคำสรรพนามหรือชื่อของคนอื่น ก็ลองฝึกมันดูเสียก่อน ถามผู้ร่วมงานหรือเพื่อน ๆ เวลาใช้คำเหล่านั้นผิดไป

ที่มา : International Pronouns Day
บทความ “Beyond 'he' and 'she': The rise of non-binary pronouns” (ธันวาคม 2558) จาก bbc.com

เรื่อง : วนบุษป์ ยุพเกษตร