image

Business & Industrial

ปฏิวัติอุตสาหกรรมเพลง อินโดนีเซียเตรียมใช้บล็อกเชนจัดการลิขสิทธิ์เพลงของศิลปิน

Published Date : 6 พ.ย. 2562

Resource : Creative Thailand

153

ไม่ว่ายุคไหน ดูเหมือนว่าคนทำงานในวงการเพลงก็หนีไม่พ้นปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ แต่ความหวังที่ศิลปินผู้ผลิตงานจะได้รับผลตอบแทนอย่างสมน้ำสมเนื้อมากขึ้นอาจอยู่ไม่ไกล เพราะอินโดนีเซียกำลังสร้างฐานข้อมูลเพลงอินโดฯ บนแอพพลิเคชันเพื่อจัดการลิขสิทธิ์เพลงด้วยเทคโนโลยีใหม่อย่างบล็อกเชนและผลักดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของประเทศ 

สำนักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งอินโดนีเซีย (Bekraf) ร่วมมือกับ Massive Music Entertainment ผู้จัดจำหน่ายเพลงชั้นนำของอินโดนีเซีย พัฒนาแอพพลิเคชัน “Portamento” นำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาบริหารจัดการและปกป้องลิขสิทธิ์เพลงของเหล่าศิลปิน โดยผู้ผลิตเพลงสามารถเผยแพร่ผลงานด้วยการอัพโหลดเพลงลงในฐานข้อมูล ทุกครั้งที่มีการดาวน์โหลดหรือนำเพลงไปใช้งาน ระบบติดตามจะคำนวณส่วนแบ่งค่าลิขสิทธิ์ พร้อมกับจัดสรรรายได้ให้ศิลปินและผู้มีส่วนร่วมในการผลิตแต่ละฝ่ายอย่างโปร่งใส

Portamento มีกำหนดเปิดตัวในปี 2020 และถือเป็นอีกก้าวสำคัญของอินโดนีเซียซึ่งมีอุตสาหกรรมเพลงที่โดดเด่น โดยเป็นหนึ่งใน 16 อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่มีอัตราการเติบโตเร็วที่สุดของประเทศ นอกจากนี้ การที่อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับสี่ของโลก จึงเป็นตลาดเป้าหมายที่ธุรกิจมิวสิกสตรีมมิงหลายรายเช่น Spotify พยายามเข้ามาครอบครองส่วนแบ่งในตลาดอีกด้วย 

บล็อกเชนถูกพูดถึงมานานหลายปี ว่าเป็นเทคโนโลยีแห่งความหวังของผู้ผลิตเพลงทั่วโลก โดยเฉพาะในยุคที่การฟังเพลงแบบสตรีมมิงกำลังมาแรง (รายงาน Global Music Report 2019 ของ IFPI พบว่ารายได้จากธุรกิจสตรีมมิงทั่วโลกในปี 2018 เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 34 จากปีก่อนหน้า และคิดเป็นสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งหมดของอุตสาหกรรม) เพราะเป็นนวัตกรรมการจัดเก็บข้อมูลแบบไม่รวมศูนย์ (Decentralized) ผู้ใช้งานจึงสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างไฟล์เพลงกันได้โดยตรง พร้อมด้วยระบบรักษาความปลอดภัยและการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่รัดกุมขึ้น โดยจะบันทึกการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับข้อมูลแต่ละครั้งพร้อมกับสร้าง Unique ID และบันทึกเวลา (Time Stamp) กำกับ ทำให้การปลอมแปลงข้อมูลเกิดขึ้นได้ยาก ลดปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บและจัดสรรรายได้ให้แก่ผู้ผลิตเพลง

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมายังพบข้อผิดพลาดเรื่องการส่งต่อรายได้ให้แก่ผู้ผลิตเพลงในธุรกิจมิวสิกสตรีมมิงหลายรายที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน โดยคาดว่ามีเงินรายได้ราว 2.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ที่ไม่ได้ถูกส่งให้ผู้ผลิตอย่างที่ควรจะเป็น หนึ่งในสาเหตุมาจากความซับซ้อนของระบบบันทึกข้อมูลที่เรียกว่า Metadata (ข้อมูลทางลิขสิทธิ์ที่กำกับบนไฟล์เพลงในบล็อกเชน) ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่ารายได้จากการฟัง ดาวน์โหลด หรือซื้อลิขสิทธิ์เพลงแต่ละครั้งจะถูกจัดสรรไปให้ใครบ้าง นอกจากนี้ยังพบจุดอ่อนเรื่องการตรวจสอบการละเมิดลิขสิทธิ์เพลงบนแพลตฟอร์ม โดยมีคนแอบอ้างเป็นศิลปินและทำเงินจากการสตรีมมิงเพลงละเมิดลิขสิทธิ์บนแพลตฟอร์มเจ้าตลาดอย่าง Apple Music และ Spotify อยู่เรื่อยๆ

ต้องจับตาดูกันต่อไปว่า Portamento แอพพลิเคชันที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอินโดนีเซียโดยตรง จะสร้างมาตรฐานใหม่ในการจัดระเบียบฐานข้อมูลเพลงและปกป้องลิขสิทธิ์ของศิลปินด้วยบล็อกเชนได้หรือไม่ เพราะหากทำสำเร็จ เชื่อว่าอุตสาหกรรมเพลงในอนาคตจะเปิดกว้างและโปร่งใสยิ่งขึ้น และแน่นอนว่า คนทำงานก็จะมีเรี่ยวแรงในการสร้างสรรค์ผลงานดี ๆ ออกมามากขึ้นเช่นกัน

ที่มา :
บทความ “Indonesia adopts blockchain to grow music industry IP” (2019) จาก unctad.org
บทความ “Looking to Globalise Creative Economy, This is How Indonesia Catch-Up to K-Pop” (2019) จาก indonesiadevelopmentforum.com
บทความ “Metadata is the Biggest Little Problem Plaguing the Music Industry” (2019) จาก theverge.com
รายงาน “Global Music Report 2019: State of the Industry” (2019) โดย IFPI จาก ifpi.org

เรื่อง : ณัฏฐนิช ตัณมานะศิริ