image

Workshop & Training

สวมบทบาทนักสื่อสาร ลงสนาม Pitching

Published Date : 1 มี.ค. 2562

Resource : TCDC CONNECT

671

เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2562 (Bangkok Design Week 2019) นอกจากจะเป็นเทศกาลที่รวบรวมงานสร้างสรรค์จากทั่วกรุงเทพฯ ให้คนในทุกวงการได้เข้ามามีส่วนร่วมแล้ว ‘การต่อยอดโอกาสทางธุรกิจให้กับนักสร้างสรรค์ และผู้ประกอบการ’ ถือเป็นอีกภารกิจสำคัญของเทศกาลงานออกแบบในครั้งนี้ โดยมี โครงการ Launchpad Program กิจกรรมเตรียมความพร้อมละพัฒนาการแสดงผลงาน เป็นกิจกรรมสนับสนุนในการส่งเสริมความสามารถของนักออกแบบและผู้ประกอบการ ทั้งในด้านการจัดแสดงผลงาน การสร้างจุดแข็งของแบรนด์ การสื่อสารตัวตนของแบรนด์ การจัดองค์ประกอบภาพเพื่อการสื่อสาร รวมไปถึง เทคนิคการพูดนำเสนอธุรกิจ (Business Pitching) เพื่อสร้างโอกาสในการเจรจากับธุรกิจทั้งไทยและต่างประเทศ

การสัมนาเชิงปฏิบัติการเทคนิคการนำเสนอธุรกิจ (Business Pitching) ในครั้งนี้มีผู้เชี่ยวชาญด้านการแสดงอย่าง ครูกุ๊กไก่ รังสิมา อิทธิพรวาณิชย์ คุณครูสอนการแสดงชื่อดังที่สามารถนำเอาศาสตร์การแสดงมาประยุกต์ใช้ในบริทบาทที่หลากหลาย ด้วยความเชื่อที่ว่า “การแสดงช่วยเสริมทักษะการสื่อสาร” จึงเป็นที่มาของการสร้างทักษะการสื่อสารให้แก่นักสร้างสรรค์ที่กำลังจะลงสนาม Pitching ผ่านศาสตร์การแสดงในครั้งนี้

 

การ Pitching เปรียบเหมือนการแสดงที่นักแสดงต้องมีการเข้าฉาก การเตรียมจุดที่จะโฟกัสในบทบาทที่ได้รับ

 

ครูกุ๊กไก่เริ่มต้นการสัมนาด้วยการชวนให้นักสร้างสรรค์เข้าใจถึงความหมายของคำว่า ‘Public Speaking’ นั่นคือ การสื่อสารกับผู้อื่นไม่ว่าจะจำนวนกี่คนก็ตาม โดยในการสื่อสารนั้นมีเพียง 3 องค์ประกอบหลัก คือ

(1) ผู้พูด - ME   (2) ผู้ฟัง - AUDIENCE  (3) ข้อมูลที่จะสื่อสาร - MESSAGE

อย่างที่เราทราบกันดีว่าส่วนที่สำคัญที่สุดคือ ‘ผู้ฟัง’ เนื่องจากผู้ฟังมีหลากหลายระดับ ผู้ฟังที่เป็นเด็กจะมีความสามารถในการเข้าใจที่ต่างกับผู้ฟังที่เป็นผู้ใหญ่ ดังนั้น ผู้ฟัง หรือ คนดู เป็นปัจจัยแรกที่จะคำนึงถึง เมื่อระบุได้แล้วว่าผู้ฟังเป็นใคร จะนำไปสู่การทำความเข้าใจเส้นทางการส่งสารผ่านเทคนิคง่าย ๆ ดังนี้

 

PITCHING STRUCTURE : WHY - WHEN - WHERE - HOW

WHY - เล่าไปทำไม
วาง ‘เป้าหมาย(Objective)’ หรือ ‘การกระทำเป้าหมายของผู้ฟัง (Call-to-Action)’ ให้ชัด

WHEN - จุดยืนอยู่ในช่วงไหน
สื่อสารจุดยืนของการ Pitching ให้ชัดว่าอยู่ในช่วงใดของแผนการ เช่น สร้างการรับรู้แบรนด์ (brand Awareness) หรือ การระดมเงินทุน (Raise Fund) เป็นต้น

WHERE - ลึกแค่ไหน
เตรียมข้อมูลให้มีความลึกซึ้งของเนื้อหาที่เหมาะสมกับจุดยืนที่ต้องการสื่อสาร

HOW - เล่าอย่างไร
เตรียมเทคนิค สคริปต์ และอุปกรณ์ในการนำเสนอให้พร้อม

ครูกุ๊กไก่ วาดแผนที่ของการ Pitching ให้นักสร้างสรรค์ได้เห็นเส้นทางที่จะเดินเรียบร้อยแล้ว ถึงเวลาของการเตรียมความพร้อมที่นักสร้างสรรค์ ทุกคนจะต้องเลือกวิธีการเดินทางของตัวเอง ผ่านกิจกรรมในสัมนาเชิงปฏิบัติการในช่วงหลังนี้

 

(1) ME - หาจุดเด่นของตัวเองให้เจอ

กิจกรรมแรกเริ่มต้นด้วยการ ‘เขียนข้อดีของตัวเองให้มากที่สุดภายใน 1 นาที’ ทำให้นักสร้างสรรค์ได้เห็นว่าการเขียนข้อดีของตัวเอง มักเขียนได้น้อย เนื่องจากความไม่มั่นใจ เช่นเดียวกับความไม่มั่นใจในการสื่อสารข้อดีของผลิตภัณฑ์ตนเอง

ครูกุ๊กไก่แนะนำเทคนิคการนำมุมมองของคนนอกมองเข้ามาช่วยเสริมความคิด ช่วยให้เห็นจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ที่กว้างขึ้น หลากหลายมิติขึ้น อาจมองในฐานะคู่แข่งว่าจุดใดเป็นข้อได้เปรียบ ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในการนำเสนอเรื่องราว

กิจกรรมถัดมา ‘เล่าเรื่องของที่มีคุณค่าทางใจ (Sentimental Object)’ เป็นการฝึกซ้อมการเล่าให้ผู้ฟังรู้สึก เห็นภาพ และคล้อยตาม ภาพที่เกิดขึ้นจะช่วยเสริมเรื่องเล่าได้อย่างชัดเจนมาก จะเห็นได้จากตัวอย่างความเห็นของนักสร้างสรรค์ในเวิร์กช็อปที่ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า

 

“พอได้ฟังจากเจ้าของแบรนด์ ได้เห็นขั้นตอนการคิดจากสมุดสเกตช์ที่เขาเอามาเล่าให้ฟัง ทำให้เข้าใจแล้วว่าทำไมเราต้องยอมซื้อของจากดีไซน์เนอร์แพง ๆ ”

 

(2) AUDIENCE - เล่า Benefit ที่ทำให้ผู้ฟังตาโต

แม้จะรู้ข้อดีของผลิตภัณฑ์มากมาย แต่ไม่จำเป็นต้องสื่อสารออกไปทั้งหมดให้ผู้ฟังทุกคนรับรู้เหมือนกัน เพราะ ผู้ฟังแต่ละกลุ่มอยากฟังในสิ่งที่ดีต่างกัน กิจกรรมนี้ครูกุ๊กไก่ให้ตัวแทนนักสร้างสรรค์ได้ออกมาทดลองการ Pitching โดยให้คำนึงว่าผู้ว่าฟังเป็นใคร ครูกุ๊กไก่ได้ยกตัวอย่างกลุ่มผู้ฟังเป็น Buyer จากห้างสรรพสินค้า ที่ให้ความสำคัญว่าผลิตภัณฑ์นี้เมื่อนำมาวางภายในห้างสรรพสินค้าของเขาแล้ว จะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของห้างสรรพสินค้าหรือไม่ ซึ่งจะต่างกับกลุ่มผู้ฟังกลุ่มที่เป็นผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญว่าผลิตภัณฑ์นี้ทำจากอะไร ใช้ได้ทนทานไหม เป็นต้น

 

(3) MESSAGE - เตรียมเรื่องเล่าให้ดี

เทคนิคและลำดับการเล่าเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่ลำดับการเล่าเรื่องนั้นไม่จำเป็นต้องเรียงตามขั้นตอน เพียงแค่ต้องทำให้ผู้ฟังรู้สึกคล้อยตามตลอดการฟัง เกิดความรู้สึก ‘BOOM - WOW - WOW - AWWW’ โดยองค์ประกอบของเนื้อหา มีดังนี้