image

Design & Creativity

นิทรรศการรวม “ข้าวของแห่งช่วงโควิด-19”

Published Date : 13 พ.ค. 2563

Resource : Creative Thailand

2,501

“พอโลกของผมถูกย่อมาเหลือแค่ระยะ 2 ไมล์ (ราว 3.2 กิโลเมตร) จากบ้าน ผมเลยเพิ่งสังเกตว่า สนามหญ้าหน้าบ้านคนอื่นก็มีอะไรน่าสนใจเหมือนกัน” โอลิเวอร์ เวนไรต์ (Oliver Wainwright) คอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์ The Guardian กล่าว

เวนไรต์ยังกล่าวว่า เมื่อต้องกักตัวอยู่ในห้องสี่เหลี่ยม ออกไปนอกบ้านแค่เวลาซื้ออาหาร เขาก็เริ่มสนุกกับการสังเกตหน้าต่างของเพื่อนบ้าน สังเกตว่าเพื่อนบ้านวางกระถางต้นไม้ชนิดไหนไว้ริมหน้าต่างบ้าง สังเกตกรวดปูทางเข้าบ้าน สังเกตลายกรอบหน้าต่าง กรอบประตู

เบรนแดน คอร์เมียร์ (Brendan Cormier) ภัณฑารักษ์ด้านการออกแบบของพิพิธภัณฑ์วิกตอเรียและอัลเบิร์ต (The Victoria & Albert Museum) ใจกลางกรุงลอนดอน กล่าวว่า โรคโควิด-19 นั้นราวกับเป็น “วิธีสุดประหลาด” ที่ทำให้คนเราหันกลับมามองสิ่งที่ปกติไม่เคยสนใจ

ด้วยเหตุนี้เอง พิพิธภัณฑ์วิกตอเรียและอัลเบิร์ตจึงคิดจัดนิทรรศการออนไลน์ชื่อว่า Pandemic Objects หรือ “สิ่งของช่วงโรคระบาด” เพื่อเป็นบันทึกทางสังคม ว่ามีสิ่งของอะไรบ้างที่มีอยู่แล้วแต่เพิ่งได้รับความสนใจ ได้รับ “ความหมายใหม่” หรือ “จุดประสงค์ในการใช้” ใหม่ ๆ ในช่วงที่ทั้งโลกชะงักงันเพราะไวรัส รวมถึง “สิ่งประดิษฐ์” ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้โดยเฉพาะ 

ข้าวของอันดับแรก ๆ ที่คอร์เมียร์สนใจ คือสารพันป้ายหน้าร้านขายของทั่วโลกที่เขียนแบบง่าย ๆ โดยใช้ปากกากับกระดาษ เพื่อแจ้งลูกค้าให้รักษาระยะห่างระหว่างกัน และแจ้งเรื่องบริการส่งถึงบ้าน คอร์เมียร์อธิบายว่า เมื่อถึงคราวจำเป็นและสถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว คนไม่มานั่งใช้เครื่องพิมพ์หรือปรินเตอร์กันหรอก กลายเป็นว่าเรากลับไปหาอุปกรณ์ที่ง่ายที่สุดอย่างปากกากับกระดาษ

การ “ติดป้ายหน้าร้าน” นี้ยัง “ระบาด” ไปถึงบ้านเรือนด้วย ในบางกรณีก็เพื่อเป็นการแสดงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของชุมชนนั้น ๆ หรือเพื่อหากิจกรรมให้เด็ก ๆ ที่บ้านทำ บางโรงเรียนจัดกิจกรรมให้เด็ก ๆ (ที่อยู่บ้าน) วาดสายรุ้งแห่งความหวัง แล้วแปะไว้ที่หน้าต่าง เพื่อให้กำลังใจเพื่อนบ้าน

สิ่งของน่าสนใจอีกอย่างคือ แป้งและยีสต์ ...ซึ่งเหตุผลที่ แคเทอรีน ฟลัด (Catherine Flood) ภัณฑารักษ์อีกคนของพิพิธภัณฑ์อธิบายก็คือ แม้ขนมปังจะยังมีให้หาซื้อในซูเปอร์มาร์เก็ต แต่ปรากฏว่ายอดขายแป้งและยีสต์พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ในขณะเดียวกันยอดค้นหาสูตรอบขนมปังในเว็บไซต์บีบีซี (BBC) ก็พุ่งตามไปด้วย เพราะผู้คนต่างพบว่า การอบขนมปังกินเองที่บ้านเป็นการบำบัดอย่างหนึ่ง และทำให้รู้สึกว่าพึ่งตนเองได้ (self-sufficient) จึงพากันอบขนมปังกินเองเป็นการใหญ่

คอร์เมียร์ยังกล่าวว่า ตอนนี้แป้งคือ “สัญลักษณ์แห่งอภิสิทธิ์” เพราะคนที่จะอบขนมปังกินเองได้ แสดงว่าต้องมีเวลาและอยู่บ้าน เหล่าหมอ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ย่อมไม่มีเวลาอบขนมปังกิน หรือค้นพบความอิ่มใจจากขนมปังโฮมเมดแน่ ๆ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจเลือกแป้งมารวมไว้ในนิทรรศการครั้งนี้ด้วย

นอกจากนี้ ทีมภัณฑารักษ์ยังสนใจสิ่งต่าง ๆ ที่ “ทำให้เราเพิ่งตระหนักว่าวันหนึ่ง ๆ ต้องใช้มือทำโน่นทำนี่บ่อยแค่ไหน” เช่น ลูกบิดประตู ที่พอมีโควิด-19 ปุ๊บ ถูกทำให้เปลี่ยนสถานะจาก “เครื่องอำนวยความสะดวก” มาเป็น “ตัวร้ายและอุปสรรค” ทันที

ข้าวของอื่น ๆ เช่น ป้ายติดหน้าบ้านฝีมือเด็ก ๆ ที่เขียนคำขอบคุณถึงบุคลากรทางการแพทย์ กระดาษชำระ บริการสตรีมมิ่ง (streaming) ระเบียงบ้าน ไปจนถึงจักรเย็บผ้า ที่มียอดขายสูงขึ้นในช่วงโควิด-19 ระบาด เพราะผู้คนเริ่มซ่อมแซมเสื้อผ้าเอง เย็บหน้ากากอนามัย ไปจนถึงเย็บชุดป้องกันไวรัสเพื่อส่งให้แพทย์และพยาบาลใช้

“สิ่งประดิษฐ์น่าทึ่งจากยุคศตวรรษที่ 19 อย่างจักรเย็บผ้า ยังคงวนเวียนให้เราเห็นตลอดแม้ในยุคนี้” คอร์เมียร์กล่าว

ติดตามข่าวเกี่ยวกับนิทรรศการครั้งนี้ได้ที่ https://www.vam.ac.uk/blog/ 

ที่มาภาพเปิด : Catherine Flood

ที่มา : บทความ Museum of Covid-19: the story of the crisis told through everyday objects โดย Oliver Wainwright จาก theguardian.com

เรื่อง : กรณิศ รัตนามหัทธนะ