image

Business & Industrial

Night Time Economy ไม่เพียงแต่เป็นวิถีชีวิตไทย ๆ หลังพลบค่ำ แต่ยังเป็นภาพจำอันเรืองรองในสายตาชาวต่างชาติ

Published Date : 21 ก.ค. 2563

Resource : Creative Thailand

2,219

เวลาเกือบตีสอง คนสามสี่กลุ่มทยอยเดินออกมาจากไนต์คลับย่าน RCA บางกลุ่มเดินโซซัดโซเซไปเรียกแท็กซี่แต่ก็ต้องลุ้นว่าเขาจะรับหรือเปล่า ส่วนบางกลุ่มก็มุ่งหน้าไปยังร้านค้ารถเข็นที่ตั้งอยู่ด้านหน้าติดกับถนนใหญ่ ซื้อไก่ทอดกินเพื่อให้สร่างเมา 

 

นั่นเป็นภาพชินตาของคนกรุงเทพฯ เมื่อไป Royal City Avenue หรือที่คนส่วนใหญ่คุ้นกันในชื่อ RCA ย่านที่ถูกทำขึ้นมาให้เป็นศูนย์รวมความบันเทิงตั้งแต่กลางวัน ไปจนถึงกลางคืน อยู่คั่นกลางระหว่างถนนเพชรบุรีและถนนพระราม 9 แม้ว่า RCA จะเป็นย่านที่มีทั้งโรงภาพยนตร์ ร้านหนังสือ ร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต หลายห้างร้านตั้งอยู่ในย่านนี้มาร่วมยี่สิบปี แต่ภาพที่คนส่วนใหญ่จดจำกลับมอง RCA เป็นแหล่งรวมไนต์คลับ สถานบันเทิง ร้านเหล้า สถานที่จัดคอนเสิร์ต ไปจนถึงที่จัดโฟมปาร์ตี้ในช่วงสงกรานต์ จนเมื่อบางครั้งที่เราพูดถึง ‘nightlife’ ก็ต้องมี RCA มาเป็นของคู่กัน เช่นเดียวกับ เอกมัย ทองหล่อ สีลม รัชดา พัฒน์พงศ์ หรือข้าวสาร ไลฟ์สไตล์ที่เกิดขึ้นในย่านเหล่านี้ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ Night-Time Economy หรือการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจในช่วงพลบค่ำของกรุงเทพฯ เกิดความเฟื่องฟู จนกลายเป็นเมืองที่ไม่เคยหลับใหล

เมื่อก่อนในกรุงเทพฯ ยังไม่มีการจำกัดเวลาเปิดปิดผับ หรือมีความเข้มงวดในการตรวจบัตรประชาชนจำกัดอายุผู้เข้าใช้บริการ หรือมาตรการควบคุมแอลกอฮอล์ ซึ่งในช่วงนั้นก็ทำให้เกิดอุบัติเหตุสร้างความสูญเสียแก่ชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก ในสมัยที่ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ เป็นรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ทางภาครัฐได้ออกนโยบายจัดระเบียบสังคม แก้ไข พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ. 2509 ปรับเวลาจากเดิมที่ผับปิดตี 4 ร่นมาเหลือตี 2 จนมาถึงปัจจุบันที่มี พรก. ฉุกเฉิน ทำให้ขาเที่ยว ’หมดเวลาสนุกแล้วซิ’ กันตั้งแต่เที่ยงคืน

การปรับเวลาเปิด-ปิดกิจการเช่นนี้ส่งผลกระทบต่อคนค้าขายในช่วงกลางคืน ซึ่งเป็นผลพวงที่เกิดขึ้นจากผับ บาร์ ที่เคยเปิดจนสว่างในอดีตกาล หลายฝ่ายเริ่มเล็งเห็นว่าอาจจะเป็นการดีถ้าเราสามารถขยายเวลาให้บริการของผับ บาร์ได้นานขึ้น เพราะจำนวนนักท่องเที่ยวก็มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ และด้วยวัฒนธรรมของชาวตะวันตกเองก็คุ้นเคยดีกับการปาร์ตี้กว่าใคร ทำให้ช่วงกลางปี 2019 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีแนวคิดให้ขยายเวลาปิดกิจการจากเดิมให้กลับไปเป็นตี 4 อีกครั้ง เพราะอาจส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ทำให้เพิ่มรายได้ไม่น้อยกว่า 25% แม้ไอเดียแรกตั้งใจจะเปิดเฉพาะในบางพื้นที่แล้วก็ตาม เพื่อความสะดวกในการดูแลความเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ ก็ยังมีกลุ่มต่อต้าน เพราะเกรงว่าอาจทำให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเช่นในอดีต จุดนี้ก็เป็นเรื่องที่ทางภาครัฐและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต้องพิจารณาอย่างรัดกุม อย่างเช่นการจัด zoning และควบคุมให้การเข้าใช้บริการเป็นไปตามกฎหมาย เพราะอันที่จริงแล้วก่อนหน้านี้ก็มีกฎหมายตรวจอายุ แต่ผู้บังคับใช้หรือเจ้าของกิจการเองก็เลือกที่จะหละหลวมกับข้อบังคับมากกว่า


Night-Time Economy ไม่ใช่ผับ บาร์ หรือไนต์คลับเท่านั้น
 

คำนี้หมายรวมถึงทุกกิจกรรมที่ขับเคลื่อนธุรกิจที่เกิดขึ้นหลังพระอาทิตย์ตกไปแล้ว ตั้งแต่รถแท็กซี่ที่วิ่งดึกดื่นจนถึงเช้ามืด เพราะต้องคอยรับคนที่ดูหนังจบจากโรงหนังที่ฉายหนังรอบดึก ตลาดดอกไม้ย่านปากคลองตลาด หรือร้านข้าวต้มรอบดึก ไปจนถึงร้านขายอาหารข้างทางที่ทั้งคนไทยและต่างชาติรู้จักกันในชื่อ ‘street food’ ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศจน Night-Time Economy ในไทยเหล่านี้กลายเป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอันดับต้น ๆ ของโลก

ในช่วงการระบาดของ COVID-19 ที่ผ่านมา จากที่มีข่าวว่าย่านศูนย์รวมของ Night Time Business หนึ่งกลายมาเป็นจุดแพร่ระบาด ทำให้ผู้คนบางส่วนไม่กล้าที่จะไปเที่ยวคลับตามเคย เจ้าของกิจการเองก็ตัดสินใจไม่เปิดให้บริการเป็นการชั่วคราวเพื่อป้องกันการกระจายของเชื้อ จากเหตุการณ์์นี้ทำให้ประเทศไทยสูญเสียเม็ดเงินไปกว่า 5.5 พันล้านบาท บางบาร์ใช้วิธีจำหน่ายเหล้า เบียร์ ไวน์ ทางออนไลน์ ขายค็อกเทลเป็นเซ็ต ไปจนถึงเปิด ‘บาร์ออนไลน์’ ผ่านแอปพลิเคชันที่สามารถวิดิโอคอลกันหลาย ๆ คนได้ เพื่อทำให้บรรยากาศของไนต์ไลฟ์แบบที่มีเฉพาะในบาร์นั้นไม่หายไป

แต่วิกฤตกลับหนักขึ้นในกลุ่มกิจการผับบาร์ เมื่อมีช่วงประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ห้ามจำหน่ายสุรา และการห้ามโฆษณาก็ยิ่งเข้มงวดขึ้น ร้านที่เปิดมาหลายทศวรรษต้องปิดให้บริการเป็นครั้งแรก หรือจากเดิมที่ห้ามลงประกาศโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอลทุกชนิดอยู่แล้วก็ยิ่งทำให้ธุรกิจกลุ่มนี้ โดยเฉพาะร้านคราฟต์เบียร์ที่พยุงตัวเองไม่อยู่ ต้องล้มหายปิดตัวไปหลายราย นี่ยังไม่รวมไปถึงโรงภาพยนตร์ หรือร้านอาหารที่ห้ามไม่ให้ลูกค้าเข้ามานั่งกินในร้าน จะต้องสั่งกลับบ้าน หรือเดลิเวอรี่เท่านั้น ทำให้ร้านอาหารสูญเสียรายได้ไปไม่น้อย โดยเฉพาะกับร้านที่จำหน่ายช่วงเย็นเป็นต้นไป และเสิร์ฟเครื่องดื่มแอลกอฮอลที่จากเดิมก็เป็นตัวทำกำไรของร้านเหล่านั้นด้วย บางร้านก็คาดคะเนว่า อาจต้องใช้เวลากว่า 6 เดือน สถานการณ์จึงจะกลับมาเป็นปกติ สิ่งนี้ไม่เพียงแต่กระทบผู้ประกอบการ แต่บรรดาลูกจ้างหลายรายยังโดน aftershock จากการลดชั่วโมงงาน หรือเดิมที่เคยได้ทิปมาอีกก้อนก็สูญเสียรายได้ บางคนถูกบังคับให้ออกจากงาน หรือนักดนตรีที่เล่นประจำที่ร้านก็ว่างงานกันเป็นแถบ ๆ 

ทางภาครัฐเองก็เล็งเห็นผลกระทบตรงนี้ หลังจากที่สถานการณ์ทรงตัว ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ก็เลยมีการคลายล็อกให้หลาย ๆ กิจการกลับมาเปิดทำการได้ตามปกติในระยะที่ 4 แต่สิ่งที่ยังน่าเป็นห่วงก็คือร้านอาหาร หรือผับ บาร์ แม้จะเปิดได้แล้ว ก็ยังไม่ได้รับอนุญาตให้มีดนตรีเล่นสดได้ดังเดิม นักดนตรีกลางคืนก็ยังตกงานตามเคย เว้นเสียแต่ว่าจะเปลี่ยนมาเป็นดีเจเปิดเพลงแทน (ในขณะที่คาสิโน หรือเว็บไซต์พนันบอลดูจะมีรายได้เพิ่มขึ้น เพราะมีช่องทางให้ลูกค้าสามารถเล่นพนันออนไลน์ได้ ไม่ต้องเปิดบ่อน แบบที่ต้องเจอหน้าพบปะกัน ให้เสี่ยงแพร่เชื้อ)

อันที่จริงแล้วทางฝั่งดนตรีสดหรือคอนเสิร์ต ก็ถือเป็นหนึ่งในธุรกิจสร้างสรรค์ที่มีความเกี่ยวข้องกับ Night Time Economy ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจาก COVID-19 เพราะคอนเสิร์ตส่วนมากมักจัดในช่วงค่ำ และไม่ใช่เพียงแค่ผู้ชมที่ไม่สามารถอยู่รวมกันเป็นจำนวนมากในสถานที่หนึ่งตามมาตรการการเว้นระยะห่าง นักดนตรีทั้งในไทยและจากต่างประเทศเองก็ไม่กล้าพาตัวเองมาเสี่ยงท่ามกลางฝูงชน สนามบินในบางประเทศก็งดให้บริการ ทำให้คอนเสิร์ตต้องงดจัดไปเป็นระยะเวลานึง บางผู้จัดก็ใช้วิธีการจัดคอนเสิร์ตออนไลน์ หรือ live session แก้ขัด แน่นอนว่าอรรถรสทางเสียงและภาพไม่สามารถเทียบกับการไปคอนเสิร์ตจริง ๆ ได้ แต่พวกเขาก็พยายามที่จะหาทางต่ออายุให้กับทั้งศิลปินและทีมงานอีกหลายชีวิต เพราะรู้ว่าลำพังเงินเยียวยาก็ไม่สามารถช่วยเหลือได้ทุกภาคส่วน

ใช่แล้ว การจัดคอนเสิร์ตไม่ใช่แค่ศิลปินและผู้ชม แต่มีทีมงานเบื้องหลังอีกหลายคนต้องประสบกับปัญหานี้ หรือแม้ว่าจะได้รับการผ่อนปรนการเฝ้าระวังโดยอนุญาตให้จัดงานได้ โดยผู้เข้าร่วมงานต้องมีระยะห่าง 5 ตารางเมตรต่อคน แบบนี้ก็คงจะได้ไม่คุ้มเสีย เพราะการให้ศิลปินมาเล่นก็มีค่าจ้าง ค่าเดินทาง อุปกรณ์เครื่องเสียง ค่าเช่าสถานที่ และค่าใช้จ่ายจิปาถะอีกมากมาย ซึ่งการจำกัดผู้เข้าชมเท่ากับว่าต้องปรับราคาบัตรให้สูงขึ้นตามค่าใช้จ่ายที่ลงทุนไปด้วย 

หากไม่มีการระบาดของโรค การสนับสนุนให้ธุรกิจช่วงกลางคืนในไทยก็ยังต้องผ่านการพิจารณาหลายขั้นตอน ทั้งในเรื่องความปลอดภัย และการได้ไม่คุ้มเสียในหลาย ๆ ด้านที่บางคนอาจมองว่าไม่เหมาะสมต่อศีลธรรมหรือวัฒนธรรมของประเทศ แต่บางทีกรอบของธุรกิจกลางคืนของท่านอาจจะถูกตีไว้เท่านั้น จนลืมมองว่าบางครั้งมันก็เป็นช่องทางเลือกที่ธุรกิจสร้างสรรค์สามารถมีที่ทางได้อย่างกิจกรรม bar hoppping มีนักดื่มที่สนุกกับการลิ้มรสค็อกเทลใหม่ ๆ โดยที่รู้จักการ ‘ดื่มอย่างมีความรับผิดชอบ’ (drink responsibly หรือ gallery hopping ที่เราสามารถเที่ยวชมแกลเลอรีในละแวกใกล้เคียง ที่ขณะเดียวกันอาจมีงาน lighting installation ที่สร้างบรรยากาศใหม่ ๆ หรือมุมมองใหม่ให้กับย่านท้องถิ่นที่แกลเลอรีนั้นตั้งอยู่ หรือ music hopping ที่สามารถเข้าไปรับชมวงดนตรีตามผับ หรือไนต์คลับ ที่มีเครื่องเสียงพร้อมให้พวกเขาได้ถ่ายทอดเสียงเพลงอย่างที่ตั้งใจ 

ไม่ว่าจะเมืองเล็กหรือใหญ่ Night-Time Economy ควรจะเป็นธุรกิจที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคนทุกเพศ ทุกเชื้อชาติ และทุกวัย ซึ่งไม่ว่าจะยากดีมีจน ก็สามารถเข้าถึงความบันเทิงกะดึกนี้ได้ในท้องถิ่นของตัวเอง หากมองย้อนดี ๆ สิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในเมืองหลวง แต่ในธรรมชาติของคนไทยที่ไม่ว่าจะในวาระใด ต่างก็ต้องมีงานรื่นเริงและการสังสรรค์เป็นของคู่กันเสมอ ทั้งงานบวช งานแต่งงาน งานขึ้นบ้านใหม่ ซึ่งแม้งานรื่นเริงนั้นจะจัดในช่วงกลางวันไปแล้ว ก็มักจะมีงานบันเทิงช่วงค่ำ ด้วยผู้มาร่วมงานที่ยังอารมณ์ค้าง ก็ไม่ต้องทนต่อสภาพอากาศระหว่างวันของประเทศใกล้เส้นศูนย์สูตร เลยทำให้ทุกคนได้สนุกยิ่งกว่าเดิม

จะมีทางไหนไหมที่เราสามารถสนับสนุนธุรกิจสร้างสรรค์ ให้เติบโตไปได้พร้อม ๆ กับ Night-Time Economy ได้อย่างปลอดภัย และไร้ข้อจำกัด ดังเช่นหลายประเทศในยุโรป กำลังค่อย ๆ ผลักดันให้ธุรกิจหลังอาทิตย์ตกฟาก กลายมาเป็นพื้นที่ที่สามารถลดอาชญากรรม ลดการเป็นอันตรายของแอลกอฮอล์ที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ สร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับผู้ใช้บริการ รวมถึงผู้ให้บริการ ว่าก็เป็นธุรกิจที่สุจริตและสร้างรายได้ในทางหนึ่ง เช่นกันกับธุรกิจอื่น ๆ ที่เปิดในช่วงกลางวัน เพราะนาฬิกาชีวิตของทุกคน ไม่ได้เดินไปพร้อม ๆ กัน

เรียบเรียงโดย มนต์ทิพา วิโรจน์พันธ์
อ้างอิง
https://asia.nikkei.com/Economy/Pandemic-dims-lights-on-Thailand-s-5bn-nightlife-sector
https://www.thailand-business-news.com/tourism/78984-the-change-of-the-entertainment-business-in-bangkok-due-to-covid-19.html
https://www.matichon.co.th/politics/politics-in-depth/news_1635963