image

Design & Creativity

เสียสมาธิ! กับราคาที่คนทำงานแบบ Multi-tasking ต้องจ่าย

Published Date : 9 ม.ค. 2563

Resource : Creative Thailand

2,561

9 วินาที คือช่วงเวลาโดยเฉลี่ยที่ปลาทองจะสามารถโฟกัสกับสิ่งต่าง ๆ ได้ แต่รู้หรือไม่ว่า มนุษย์เรานั้นเสียสมาธิเร็วกว่าปลาทองเสียอีก เพราะเวลาเฉลี่ยที่คนเราสามารถโฟกัสกับสิ่งต่าง ๆ ได้ อยู่ในช่วงเวลาแค่ 8 วินาทีเท่านั้น และมนุษย์เราก็แพ้ปลาทองมาตั้งแต่ปี 2000 แล้ว ซึ่งเป็นยุคที่โทรศัพท์มือถือกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการใช้ชีวิต

Microsoft คือผู้ทำการศึกษาในเรื่องนี้ โดยนักวิจัยชาวแคนาเดียนได้ทำการสำรวจผู้เข้าร่วมการศึกษาเป็นจำนวน 2,000 คน และทำการตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (Electroencephalograms - EEGs) ของผู้เข้ารับการทดลองจำนวน 112 คน พบว่า ความสามารถที่มนุษย์จะมีสมาธิหรือใส่ใจกับสิ่งต่าง ๆ นั้นลดลงจาก 12 วินาที เป็น 8 วินาที ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากการใช้เวลาในโลกดิจิทัลนั่นเอง โดยล่าสุด NBA ถึงขั้นปรับให้การแข่งขันสั้นลงเพื่อรักษาแฟนกีฬารุ่นใหม่ที่มีสมาธิต่ำอีกด้วย

ในแง่หนึ่ง ความสามารถของมนุษย์ในการทำหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน และเชื่อมต่อข้อมูลอย่างง่ายดายเพื่อนำไปสู่ไอเดียใหม่ ๆ นั้นถูกพัฒนาไปอย่างมากตั้งแต่เราใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในโลกอินเทอร์เน็ต แต่การกอบกู้ความสนใจให้อยู่ตรงหน้าแค่เพียงช่วงเวลาหนึ่งอีกครั้ง ในขณะที่สมาร์ตโฟนก็เอาแต่แจ้งเตือนและเรียกร้องความสนใจจากเราไม่หยุดหย่อน ก็ทำให้คนเรารู้สึกเหน็ดเหนื่อยไม่น้อย

กรอเรีย มาร์ก (Gloria Mark) ศาสตาจารย์ประจำ University of California, Irvine ได้ทำการศึกษาเรื่องผลกระทบจากการถูกขัดจังหวะในเวลางาน โดยพบว่า มนุษย์ทำงานต้องใช้เวลา 23.15 นาทีในการกลับมามีสมาธิกับงานที่ทำอีกครั้ง และสิ่งที่ต้องแลกมายิ่งกว่าเวลาที่เสียไปก็คือความเครียดที่เพิ่มมากขึ้น โดยการทดลองให้ผู้เข้าร่วมการศึกษา 2 กลุ่ม ระหว่างคนทำงานที่ถูกขัดจังหวะโดยเสียงโทรศัพท์และเมสเสจ กับคนทำงานที่ไม่ถูกขัดจังหวะในการทำงานเลยพบว่า กลุ่มคนทำงานที่ถูกขัดจังหวะจะเร่งทำงานให้เร็วขึ้นกว่าคนที่ไม่ถูกขัดจังหวะ และนั่นก็เป็นการเพิ่มความกดดัน รู้สึกเวิร์กโหลด และทำให้รู้สึกเครียดเพิ่มขึ้น

“ฉันยืนยันว่าเมื่อคนเราถูกขัดจังหวะทุก ๆ 10 นาทีครึ่ง พวกเขาจะไม่สามารถคิดได้อย่างลึกซึ้งในสิ่งที่กำลังทำอยู่ มันแย่สำหรับการสร้างนวัตกรรมและเป็นไปไม่ได้เลยที่คนทำงานเหล่านั้นจะสัมผัสได้ถึงสภาวะโฟลว์” กรอเรีย มาร์กให้สัมภาษณ์ไว้กับเว็บไซต์ fastcompany

การให้คุณค่ากับการไม่ถูกขัดจังหวะระหว่างการทำงานของกรอเรียสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของสัตยา นาเดลลา (Satya Nadella) ซีอีโอของไมโครซอฟท์ที่ให้ไว้กับพนักงานของเขาว่า “สิ่งที่จะมีคุณค่าอย่างแท้จริงในอนาคตอันใกล้ คือความสามารถในการให้ความใส่ใจของมนุษย์” หรืออาจจะสรุปให้ง่ายขึ้นอีกหน่อยก็คือ ในยุคที่ทุกอย่างพร้อมเรียกร้องความสนใจจากเรา คนที่สามารถมีสมาธิได้มากกว่าผู้นั้นจะได้เปรียบ

เครดิตภาพ : จุฑาทิพย์ บัวเขียว

ที่มา :
บทความ “Worker, Interrupted: The Cost of Task Switching” จาก www.fastcompany.com
บทความ “You Now Have a Shorter Attention Span Than a Goldfish” จาก time.com

เรื่อง : วรรณเพ็ญ บุญเพ็ญ