image

Design & Creativity

More Than Music

Published Date : 7 พ.ย. 2562

Resource : Creative Thailand

145

ภายหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 เมืองต่าง ๆ ในยุโรปเต็มไปด้วยซากปรักหักพังจากการทิ้งระเบิด เวียนนาก็ไม่ต่างกัน ที่ต้องสูญเสียโรงโอเปรา (Vienna State Opera House) ไป พร้อมกับความเสียหายของอาคารสถานที่ราชการอื่น ๆ แต่เมื่อถามถึงความสมัครใจของชาวเวียนนา การซ่อมแซมโรงโอเปรากลับเป็นอาคารหลังแรก ๆ ที่พวกเขาอยากให้ทำโดยเร็วที่สุด แม้ว่าแหล่งเงินบูรณะส่วนหนึ่งจะมาจากแผนมาร์แชล โครงการช่วยเหลือทางเศรษฐกิของสหรัฐอเมริกาแก่ยุโรปตะวันตก และอีกส่วนหนึ่งมาจากเงินภาษีของประชาชน แต่ทุกคนก็เต็มใจจะสนับสนุน เพราะการฟื้นฟูให้ดนตรีกลับมาโลดแล่นอีกครั้ง ไม่ใช่แค่เรื่องวัฒนธรรมและศิลปะ แต่เป็นเสมือนหนึ่งการฟื้นฟูประเทศหลังสงคราม ภายในระยะเวลาเพียง 10 ปี โรงโอเปราแห่งกรุงเวียนนาก็กลับมาเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยอุปรากรที่สร้างสรรค์ออกมาเพียงเรื่องเดียวของบีโธเฟน (Ludwig van Beethoven) คือ ฟิเดลิโอ (Fidelio) พร้อมกับตารางการแสดงที่มีเกือบทุกวันในปัจจุบัน    

อันที่จริง เวียนนาก็ไม่ต่างจากทุกประเทศทุกเมืองในโลกที่มีดนตรีเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม แต่ในศตวรรษที่ 19 จักรวรรดิเวียนนามีสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุดสำหรับอุตสาหกรรมดนตรีคลาสสิก นอกเหนือจากการอุ้มชูศิลปิน การเปิดรับนักดนตรีจากต่างถิ่นให้เข้ามาแสดงและสร้างสรรค์งานร่วมกับดนตรีแขนงอื่น ๆ และที่สำคัญการไม่จำกัดให้ดนตรีคลาสสิกอยู่เฉพาะกลุ่มชนชั้นสูง แต่เป็นความบันเทิงสำหรับประชาชนทั่วไป ทำให้เวียนนาเป็นทั้งเวทีและตลาดที่มีขนาดใหญ่มากพอสำหรับบริษัทโอเปราชั้นนำระดับโลก ทั้งยังเป็นแหล่งรวมช่างฝีมือในการสร้างสรรค์และซ่อมแซมตั้งแต่โรงโอเปรา เครื่องดนตรี จนถึงกระดาษโน้ตเพลง  การเป็นเมืองแห่งดนตรีของเวียนนาจึงเป็นความภาคภูมิใจมากกว่าความบันเทิง

ในวันนี้ มีอีกหลายเมืองที่เป็นเมืองแห่งดนตรี  ออสตินในมลรัฐเท็กซัส ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีพื้นที่สำหรับแสดงดนตรีหลากหลายประเภทได้ฟรีมากกว่าร้อยแห่ง เป็นบ้านเกิดของเทศกาลแสดงดนตรีจากศิลปินทั่วโลก และด้วยค่าครองชีพที่ไม่สูงจนเกินไปนัก จึงเป็นเมืองที่เหมาะสำหรับการฟูมฟักนักดนตรีที่มีความคิดสร้างสรรค์แหวกแนวซึ่งอาจจะเกิดยากในเมืองอื่น ออสตินจึงไม่เคยขาดแคลนศิลปินหน้าใหม่ที่มาสร้างความเคลื่อนไหวให้กับเมือง 

สำหรับเวียนนาและออสติน “เสียง” ที่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นท่วงทำนองของดนตรีทั้งคลาสสิกและร่วมสมัย กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและการพัฒนาเมืองที่ก่อให้เกิดสิ่งต่าง ๆ ตามมามากมาย แต่ประสาทสัมผัสของคนเรานั้นยังสามารถรับรู้เสียงได้อีกหลากหลายประเภทที่สร้างความหมายแตกต่างกัน การได้ยินเสียงพลุเพียงอย่างเดียวก็ทำให้เรารู้สึกได้ถึงการเฉลิมฉลอง พอ ๆ กับเสียงบีบแตรรถยนต์ดัง ๆ บนท้องถนนที่มักใช้ควบคู่ไปภาพยนตร์ที่มีฉากของกรุงเทพฯ หรือฮานอย  “เสียง” จึงเป็นเหมือนทรัพยากรสำหรับนักขุดความคิดสร้างสรรค์ในการนำมาใช้ร่วมกับศาสตร์อื่น ๆ เพื่อเชื่อมโยงไปสู่ความรู้สึกร่วมที่ต้องการให้เกิดขึ้น จากการกล่อมเกลาทางความคิดผ่านสื่อวิทยุ การผ่อนคลายและบำบัด จนเมื่อเราเข้าสู่ยุคดิจิทัลและการสร้างประสบการณ์คือพระเจ้าของการขายสินค้าและบริการ “เสียง” จึงเป็นองค์ประกอบที่ไม่อาจละเลย พรสวรรค์ที่มีจึงถูกขยายความเพื่อการใช้งานที่มากขึ้น นอกเหนือจากการเป็นนักร้องหรือนักดนตรี นั่นก็เพื่อให้เสียงที่ถูกผลิตขึ้นมานั้นได้รับการส่งต่อไปยัง “ใจ” ของคนฟังให้มากที่สุด CT 

ที่มาภาพ : flickr.com/photos/tripu

มนฑิณี ยงวิกุล
บรรณาธิการอำนวยการ