image

Business & Industrial

ธุรกิจแบ่งปันยังไปต่อได้ในด้านการขนส่ง (The sharing revolution)

Published Date : 8 ก.ย. 2563

Resource : Creative Thailand

1,375

ธุรกิจแบบแบ่งปัน Sharing Community เป็นแนวโน้มที่สำคัญด้านเศรษฐกิจ และยังเป็นทางออกสำหรับการเติบโตของจำนวนผู้บริโภคในอนาคต ท่ามกลางพื้นที่ที่จำกัด สิ่งที่มาพร้อมๆ กับเทรนด์นี้ คือการเกิดขึ้นของคำศัพท์ใหม่ๆ ที่ใช้เรียกหรือบรรยายลักษณะของการบริการที่เกี่ยวกับการแบ่งปันทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น Carsharing, Ridesharing, Carpooling หรือ Ride-hailing เป็นต้น สิ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญทำให้ธุรกิจการให้บริการประเภทนี้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง นั่นคือการการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล ที่พัฒนาแพลตฟอร์มไปพร้อมกับโมเดลธุรกิจแบบ P2P เปิดโอกาสให้ภาครัฐและผู้ประกอบการรุ่นใหม่สร้างโอกาสทางธุรกิจสำหรับการเดินทางในเมือง 

สำหรับ Ridesharing คือ รูปแบบบริการของรถหลายๆ คันที่มีเจ้าของเป็นบริษัทหรือองค์กรเดียว หรืออาจะเป็นรถคันเดียวของบุคคลทั่วไป มักเป็นการใช้เดินทางภายในเมือง เพื่อไปยังจุดหมายเดียว โดยมีคนขับอาจจะเป็นลูกจ้างของบริษัทที่เป็นเจ้าของรถ หรือเจ้าของรถเองนั้นขับเพื่อนำคนอื่นไปส่งจุดหมายเพื่อหารายได้ การโบกรถของบริษัทที่ทำ Ridesharing จะเข้ามายึดพื้นที่บริการแท็กซี่ในรูปแบบเดิม รายงานจาก Goldman Sachs คาดการณ์ว่าตลาด Ridesharing ทั่วโลกเพิ่มขึ้น 8 เท่าจากปี 2019 ที่ทำรายได้ 36 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็น 285 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในขณะที่ตลาดแท็กซี่โลกทุกวันนี้มีพื้นที่ในท้องตลาด 108 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่ง 1 ใน 3 ของธุรกิจแท็กซี่จะเพิ่มบทบาทเป็นแท็กซี่ที่พ่วงธุรกิจ Ridesharing 

นอกจากนี้ประเทศที่เศรษฐกิจพัฒนาทำให้รายได้ของประชากรสูงขึ้น ความต้องการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลจึงมากขึ้นตาม ส่งผลให้การจราจรในหลายเมืองติดขัด แม้ขณะเดียวกันระบบขนส่งสาธารณะได้พัฒนาไปมาก แต่ไม่สามารถรองรับประชากรจำนวนมากนี้ได้ การใช้บริการรถสาธารณะทั้งรถแท็กซี่ รถเมล์ หรือวินมอเตอร์ไซค์ เรียกรถได้ยากขึ้นและใช้เวลารอนานกว่าเดิม ด้วยเหตุนี้จึงได้มีการพัฒนาบริการยานพาหนะผ่านทางแอปพลิเคชัน Ridesharing ซึ่งขยายไปถึงการให้บริการแบบ Ride-hailing 

ธุรกิจ Ride-hailing เป็นการขยายธุรกิจที่ให้บริการบนแอปพลิเคชัน Ridesharing เดิมที่เรียกใช้เรียกยานพาหนะในเครือข่ายผู้ให้บริการ เช่น รถยนต์ส่วนบุคคล รถแท็กซี่ รถมอเตอร์ไซค์ และเป็นตัวกลางในการจ่ายเงินค่าโดยสาร ซึ่งจะช่วยสร้างความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการและแก้ไขปัญหาจากพฤติกรรมผู้บริโภค อย่างในด้านอื่นๆ เช่น การขนส่งพัสดุและอาหาร และอีเพย์เมนต์ เป็นต้น รายงาน e-Conomy Southeast Asia 2018 ที่จัดทำโดย Google และTemasek Holdings กล่าวว่าธุรกิจ Ride-hailing ในฝั่งเอเชีย ซึ่งรวมการให้บริการขนส่งผู้โดยสาร และการขนส่งอาหาร (food delivery) ในปี 2018 มียอดขาย  7.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวในอัตราเฉลี่ย 39% จากปี 2016 จากการให้บริการใน 500 เมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีมูลค่าธุรกิจ Ride-hailing ทั้งการให้บริการขนส่งผู้โดยสารและการขนส่งอาหารสูงถึง 30 พันล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจาก Grab และ GO-JEK ต่างตั้งเป้าที่จะก้าวไปสู่แอปพลิเคชันที่ครอบคลุมทุกบริการที่ผู้บริโภคใช้งานประจำทุกวัน 

ผู้บริโภคในอาเซียนเองหันมาใช้บริการ Ride-hailing มากขึ้นและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอีก รายงานคาดว่าปัจจุบันมีผู้บริโภคที่ใช้บริการเป็นปกติทุกวันมีจำนวนถึง 35 ล้านคน โดยมียอดจองยานพาหนะเพื่อการเดินทางเฉลี่ยสูงถึง 8 ล้านเที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้นมากกว่า 4 เท่าจากปี 2016 ธุรกิจและมีแนวโน้มที่จะเติบโตได้อีก จากจำนวนประชากรที่ใช้อินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 80% ของประชากรทั้งหมด หากมองในระดับโลกธุรกิจ บริการ Ride-hailing จะแย่งชิงแบ่งส่วนการตลาดของธุรกิจแท็กซี่ทั่วไป จากเดิมที่ธุรกิจแท็กซี่ หรือถ้ามองในมุมของโอกาสทางธุรกิจ ผู้ให้บริการแท็กซี่เดิมสามารถขยายขอบเขตการให้บริการในรูปแบบ Ride-hailing ได้ซึ่งจะเพิ่มรายได้เป็น 3 เท่า จากเดิมที่มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 108 พันล้านสหรัฐฯ Bloomberg คาดการณ์ว่าจะมีผู้ให้บริการ Ride-hailing เพิ่มขึ้นจากปี 2018 อยู่ที่ 15 ล้านคน เป็น 97 ล้านคน ซึ่งทำรายได้เฉลี่ย 65 พันล้านเหรียญสหรัฐในแต่ละบริษัทที่ทำธุรกิจนี้ และเติบโตในภาคเศรษฐกิจถึง 23% ภายในปี 2030

ธุรกิจ Ridesharing เติบโตที่สุดในสหรัฐอเมริกา และจีน มีผลจากปัจจัยด้านการพฤติกรรมผู้บริโภค 
ระบบการชำระค่าบริการ และข้อกฎหมายที่ควบคุมราคาและความปลอดภัยให้อยู่ในระดับน่าเชื่อถือสำหรับผู้บริโภค
ที่มาภาพ ‘Statista Digital Market Outlook’, Statista

เห็นได้ว่าการเข้ามาของธุรกิจ Ride Sharing ส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภค บางส่วนเปลี่ยนไป จึงนับเป็นความท้าทายในการจัดเก็บมูลค่าของกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้สอดคล้องไปกับ พฤติกรรมเหล่านั้นให้ถูกต้องครบถ้วน ขณะที่กิจกรรมที่เกิดในธุรกิจ Sharing Economy มีสัดส่วนมากขึ้นเรื่อยๆ ความท้าทายในการจัดเก็บข้อมูลผู้บริโภคกลับเป็นตัวแปรสำคัญที่หลายหลายองค์กรต้องการมาเพิ่มการชำระเงินระหว่างประเทศ รวมถึงการพัฒนาระบบให้บริการแพลตฟอร์ม โดยประมาณค่าใช้จ่ายการใช้บริการจากบริษัทต่างประเทศ Sharing Economy จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการวัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นให้ถูกต้องและครบถ้วน ซึ่งการให้น้ำหนักที่แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ ทำให้เกิดแนวทางการออกกฎหมายที่หลากหลาย ตั้งแต่การอนุญาตให้ประกอบกิจการได้ แต่มีกฎหมาย ควบคุมดูแลอย่างชัดเจน จนถึงการไม่อนุญาตให้ประกอบกิจการ 

ที่มาภาพเปิด : Unsplash/Fikri Rasyid

ที่มา :
บทความ “Worldwide ridesharing at $285 billion per year by 2030 will be profitable when self driving” จาก nextbigfuture.com
บทความ “Top 20 Incredible Stock Market Statistics and Facts in 2019” เข้าถึงจาก fortunly.com