image

Design & Creativity

เมืองในฐานะบ้านหลังที่สองของกลุ่มเกษียณอายุ

Published Date : 17 ก.ค. 2563

Resource : Creative Thailand

7,621

ทำไมอีสานจึงเหมาะกับการใช้ชีวิตวัยเกษียณ?
อีสานเป็นภูมิภาคที่มีประชากรผู้สูงอายุมากที่สุดในประเทศ และกำลังจะมีอัตราส่วนผู้สูงอายุเกินร้อยละ 20 ภายในปีหรือสองปีนี้ เปิดโอกาสให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกลายเป็นธุรกิจแห่งอนาคต อาทิ ที่พัก ศูนย์ดูแล เครื่องมืออุปกรณ์อำนวยความสะดวก หรือกิจกรรมส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้เหล่าสว.(สูงวัย) ในวันนี้หรือตัวเราในอนาคต ยังสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนเดิม

จากข้อมูลจำนวนผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป โดยกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในปี 2559 พบว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีจำนวนผู้สูงอายุ 3,117,763 คน เป็นชาย 1,412,512 คน และหญิง 1,705,251 คน คิดเป็นร้อยละ 14.21 ของประชากรทั้งภาค 21,945,392 คน โดย จังหวัดนครราชสีมา มีจำนวนผู้สูงอายุมากเป็นอันดับสองรองจากกรุงเทพฯ มีจำนวน 400,496 คน คิดเป็นร้อยละ 15.22 และขอนแก่น มีจำนวนผู้สูงอายุมากเป็นอันดับ 3 ของไทย มีจำนวน 276,209 คน คิดเป็น ร้อยละ 15.32 ของประชากรทั้งจังหวัด โดยมีเชียงใหม่ และนครศรีธรรมราช มีจำนวนผู้สูงอายุในลำดับ 4 และ 5 ตามลำดับ

เมืองแห่งการพักอาศัยในวัยเกษียณ
หนองคายในภาพจำของคนทั่วไปคือเมืองที่ผูกพันกับด้านความเชื่อ แต่อีกด้านหนึ่งคือเมืองที่ดำรงวิถีความเรียบง่ายที่มีความสัมพันธ์กับสายน้ำโขงและไม่มีอุตสาหกรรมกรรมหนัก จึงเรียกได้ว่าเป็นเมืองแห่งการพักอาศัยที่สมบูรณ์และพร้อมสรรพ

เมื่อต้นปี 2562 นครพนมและหนองคายได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่เหมาะสำหรับการใช้ชีวิตในวัยเกษียณจากนิตยสาร Panama City Living ในขณะที่นิตยสาร Modern Maturity ของสหรัฐอเมริกา เคยจัดให้หนองคายเป็นเมืองน่าอยู่ลำดับที่ 7 ของโลก จาก 15 เมืองที่ได้รับการจัดลำดับ โดยอาศัยตัวชี้วัด 12 ตัว คือ ภูมิอากาศ ค่าครองชีพ วัฒนธรรม ที่อยู่อาศัย สาธารณูปโภค การคมนาคม บริการทางการแพทย์ สภาพแวดล้อม กิจกรรมนันทนาการ ความปลอดภัย ความมั่นคงทางการเมือง และการเข้าถึงเทคโนโลยี หนองคายจึงเป็นหนึ่งในเมืองสำหรับคนวัยเกษียณชาวอเมริกัน ที่ถือเป็นแหล่งพักผ่อนที่สองรองจากบ้านหนองคายยังประกาศเป็น “เมืองน่าอยู่ ประตูสู่อาเซียน” แม้จะไม่ใช่หัวเมืองหลักของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่การมีพื้นที่ตั้งติดกับอุดรธานี เมืองเศรษฐกิจการค้าที่สำคัญทำให้หนองคายได้รับผลเชิงบวกจากความเป็นศูนย์กลางดังกล่าว ทั้งในแง่การคมนาคมขนส่ง การค้า การติดต่อราชการ การศึกษา และการรักษาพยาบาล ซึ่งหมายถึงบริบทแวดล้อมที่สะดวกสบายเข้าถึงได้เพียง 60 กิโลเมตร ตลอดจนสภาพที่ตั้งทางภูมิศาสตร์เป็นจังหวัดสุดท้ายของภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่สามารถเชื่อมต่อไปยังนครหลวงเวียงจันทน์ เมืองหลวงของประเทศลาว ซึ่งในอนาคตมีแผนจะเชื่อมโยงไปยังจีนอีกด้วย 

หมู่บ้านวัยเกษียณ
หมู่บ้าน “ลาณี เรสซิเดนซ์” อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ หมู่บ้านจัดสรรเนื้อที่กว่า 13 ไร่ ที่ก่อสร้างขึ้นเพื่อรองรับชาวต่างชาติจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และประเทศเยอรมนี ที่เกษียณอายุราชการ และได้เดินทางมาพักอาศัยอยู่ในประเทศไทยในช่วงบั้นปลายชีวิต

ปัจจุบันมีชาวสวิตเซอร์แลนด์เดินทางมาท่องเที่ยวและพักอาศัยอยู่ในไทย จำนวนกว่า 6,700 คน โดยพบว่าส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่ต้องการมาพักอาศัยและใช้ชีวิตในช่วงบั้นปลาย นิยมอาศัยอยู่ในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธุ์ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี จ.ภูเก็ต และบางส่วนนิยมมาใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ภาคอีสาน เนื่องจากความชื่นชอบสภาพภูมิอากาศของภาคอีสาน รวมทั้งวัฒนธรรมและประเพณี ซึ่งลาณี เรสซิเดนซ์นับเป็นหมู่บ้านชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวสวิตเซอร์แลนด์และเยอรมนีแห่งแรกของภาคอีสาน ภายในบริเวณของหมู่บ้านยังมีสระว่ายน้ำ สวนสุขภาพ สวนพืชสมุนไพร และยังมีอาคารสูงขนาด 2 ชั้น ไว้เพื่อเป็นที่รับรองญาติที่แวะมาเยี่ยมเยียน “แนวโน้มต่อไปในอนาคต จะมีประชาชนชาวสวิตเซอร์แลนด์ ที่เกษียณอายุราชการและอยากมาใช้ชีวิตในบั้นปลายอยู่ที่ภาคนอีสานเพิ่มมากขึ้นด้วย เนื่องด้วยชื่นชอบในความเป็นเอกลักษณ์เด่นเฉพาะตัว และวัฒนธรรมความเป็นอยู่และผลงานด้านฝีมือหัตถกรรมของชาวอีสาน”

นางคริสทีน ซาลาเนอร์ เบอร์เดอร์เนอร์ เอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิตเซอร์แลนด์ ประจำประเทศไทย (ในขณะนั้น)  กล่าวไว้ ณ วันเปิดหมู่บ้าน

กิจกรรมผู้สูงอายุ
ไม่เพียงการพัฒนาเมืองสำหรับการพักอาศัยเท่านั้น ด้วยความตระหนักถึงอนาคตที่กำลังจะก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ หลายจังหวัดในภาคอีสานยังพัฒนาโมเดลและกลุ่มผู้สูงอายุผ่านรูปแบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตผ่านโรงเรียนผู้สูงอายุ และกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุ ไม่เว้นแม้แต่การปูทางรูปแบบการรักษาสุขภาพแบบบูรณาการที่คำนึงถึงความเป็นสากลและอีสานอย่างเป็นระบบ

แน่นอนว่าโรงเรียนผู้สูงอายุเป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่สามารถส่งเสริมสนับสนุนผู้สูงวัยให้สามารถดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขภายใต้กิจกรรมและการมีส่วนร่วมคิด ภายใต้เงื่อนไขที่แตกต่างกันของแต่ละพื้นที่ เรียกได้ว่าเป็นแนวทางเพื่อตอบโจทย์แนวทางของผู้สูงอายุแบบ  Active Aging ทั้งนี้องค์การอนามัยโลก (WHO’s Active Ageing framework) อธิบายถึงองค์ประกอบสำคัญของการเป็นผู้สูงอายุที่มีพลัง ประกอบด้วย 3 ประการ ได้แก่ มีสุขภาพที่ดี (Healthy) มีความมั่นคง หรือการมีหลักประกันในชีวิต (Security)  และมีส่วนร่วม (Participation) เป็นกระบวนการที่สร้างโอกาสให้ผู้สูงอายุเข้าถึงระบบสาธารณสุข การมีส่วนร่วมและได้รับความปลอดภัย เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีในการวางนโยบาย บริหารจัดการการให้บริการ การจัดสภาพแวดล้อมและโครงสร้างของเมืองที่เป็นมิตรต่อผู้สูงอายุ  ตามความหมายที่องค์การอนามัยโลกนิยามไว้ โรงเรียนผู้สูงอายุจึงเป็นหนึ่งในโครงการที่ช่วยสนับสนุนให้เกิดการสร้างสุขภาวะสำหรับผู้สูงอายุและสนับสนุนความสัมพันธ์ทางสังคมให้ผู้สูงอายุมีความกระตือรือร้นในการมีส่วนร่วมในกิจกรรมและมีความกระฉับกระเฉงในแบบของตนเองได้ การดำเนินงานส่วนใหญ่จึงเป็นไปในแนวทาง “ทฤษฎีกิจกรรม” ที่เชื่อว่า กิจกรรมทางสังคมเป็นแก่นแท้ของชีวิตและจำเป็นสำหรับคนทุกวัย เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความรู้สึกเห็นคุณค่าในตนเอง 

กรมกิจการผู้สูงอายุ มองว่าโรงเรียนผู้สูงอายุที่มีบทบาทต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต เช่น งานศึกษาของยุพิน ทรัพย์แก้ว (2559) พบว่า คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุที่ผ่านหลักสูตรโรงเรียนผู้สูงอายุของวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จังหวัดนครศรีธรรมราช มีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าร้อยละ 93.33 ทั้งในด้านร่างกาย การดูแลตนเอง ความสัมพันธ์ เช่นเดียวกับงานศึกษาของพวงนรินทร์ คำปุก (2558) พบว่า การจัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุ ตำบลหัวง้ม อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2553 เป็นวัตกรรมท้องถิ่นที่ได้ส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้กับผู้สูงอายุเป็นอย่างดี
นำไปสู่การทดลองโรงเรียนผู้สูงอายุในพื้นที่ 3 ตำบลรอบมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้แก่ ตำบลเมืองศรีไค ตำบลโพธิ์ใหญ่ และตำบลคำขวาง อำเภอวารินชำราบ ในปี 2560 ตามแนวทาง 5 ก ซึ่งเป็นโมเดลที่น่าสนใจในเชิงการบริหารจัดการสำหรับอนาคต ซึ่งทำให้เกิดการรวมตัวกันทำกิจกรรมเพิ่มความแอคทีฟให้กับผู้สูงอายุ อย่างการออกกำลังกาย นวดผ่อนคลาย ปลูกผักสวนครัว หรือศิลปะ 

นอกจากนี้การออกแบบให้ผู้สูงอายุมีกิจกรรมที่สร้างการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้อื่นและส่งเสริมการทำงานของร่างกายก็เป็นสิ่งจำเป็น อย่าง “ต่อ Think Thought” ผลงานจากนักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาออกแบบอุตสาหกรรม แขนงวิชาออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม คณะศิลปกรรมและออกแบบอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ที่ประยุกต์เอาการดึงหนังยางเข้ากับสกูลให้เกิดเป็นรูปร่าง บวกกับแนวคิดเรื่องการทายคำเเละสุภาษิตจากรูปร่าง เกิดเป็นกิจกรรมออกกำลังกายโดยการใช้กล้ามเนื้อมือ เเละบริหารสุขภาพสมอง สร้างเสียงหัวเราะในกลุ่มผู้สูงอายุ ทั้งยังช่วยลดอัตราการเกิดอาการสมองเสื่อมได้ในกระดานเดียวก็ถูกนำไปติดตั้งยังศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในภูมิภาคอีกด้วย

ที่มาภาพเปิด : travel.kapook.com

ที่มา :
บทความ “Thailand named in top 10 places in the world to retire“ , เข้าถึงจาก https://www.nationthailand.com/national/30363201
บทความวิชาการ “โรงเรียนผู้สูงอายุกับการพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุในชุมชนท้องถิ่นอีสาน”, เข้าถึงจาก
https://www.tci-thaijo.org/index.php/gvc-tu/article/view/110052/89778 
บทความ “ทูตสวิส” เปิดหมู่บ้านชาวต่างชาติที่ “บุรีรัมย์” - รองรับฝรั่ง ใช้ชีวิตบั้นปลาย”, เข้าถึงจาก
https://mgronline.com/local/detail/9540000155176
บทความ “มทร.อีสาน สร้างของเล่นวัยเก๋า คว้ารางวัลชนะเลิศ Big Toys 61+” , เข้าถึงจาก https://www.esanbiz.com/25901