image

Business & Industrial

KAYOR พรมละหมาดที่เกิดจากยางพาราที่ไหลเวียนในสายเลือด

Published Date : 6 ต.ค. 2563

Resource : TCDC CONNECT

746

เราเชื่อว่าทุกคนมีความหลงไหลในอะไรบางอย่างอยู่ เราอาจจะยอมเสียสละทำในสิ่งที่ไม่ชอบเพียงเพื่อจะได้อยู่กับความหลงไหลของเราเพียงครู่เดียวก็ยังดี พนักงานออฟฟิศอาจจะยอมแลกการทำงานเอกสารที่น่าเบื่อเพื่อจะได้ทำ Business Model ที่ตัวเองหลงไหล พนักงานขายต้องแก้ใบเสนอราคาหลายรอบเพียงเพื่อจะปิดดีลการขายอย่างสมบูรณ์แบบ 
 
แต่สำหรับ คุณแอร์ – อภิสิทธิ์ รอดฉวาง เจ้าของแบรนด์ KAYOR (กายอร์) พรมละหมาดที่มีเบาะยางพารารองรับ หนุ่มใต้ที่มองว่ายางพาราไม่ใช่แค่ความหลงไหลหรืออาชีพ แต่เป็นเหมือนเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเขา 
 

ยางพารา – ต้นกำเนิดของชีวิตและโอกาส 

จุดเริ่มต้นของยางพาราและคุณแอร์ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เนื่องจากพื้นเพของคุณแอร์เป็นคนสุราษฎร์ธานี ครอบครัวทำสวนยางมาตั้งแต่จำความได้ จึงไม่แปลกหากเราบอกว่ายางพาราเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิตของคุณแอร์และครอบครัว แต่เมื่อการตื่นตั้งแต่เช้ามืดไปกรีดยาง เริ่มเป็นเรื่องที่สวนทางกับสุขภาพ อายุของคุณพ่อและคุณแม่ ทำให้ครอบครัวตัดสินใจเริ่มธุรกิจขายน้ำยางพารา โดยการเป็นพ่อค้าคนกลางที่คอยรับซื้อจากชาวบ้านและนำไปขายให้กับโรงงาน ซึ่งธุรกิจขายน้ำยางพาราก็เติบโตไปในทิศทางที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ จนทุกคนตัดสินใจขยายสาขาเพิ่มขึ้น
 
ในปีพ.ศ. 2557 ราคาน้ำยางพาราตกจนน่าใจหาย จากที่เคยขายได้กิโลกรัมละ 180 บาท กลายเป็น 3 กิโลกรัมในราคาแค่ 100 บาทเท่านั้น น้ำยางพาราที่เคยหล่อเลี้ยงครอบครัวได้เปลี่ยนจากผู้สร้างกลายเป็นผู้ร้ายที่ทำให้ธุรกิจของคุณแอร์และครอบครัวขาดทุนอย่างหนัก จนต้องปิดตัวลง เนื่องจากหนี้ที่พอกพูนขึ้นเรื่อย ๆ คุณแอร์ เองต้องตัดสินใจที่จะลาออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของทางบ้าน 
 

พรมละหมาด – นวัตกรรมจากความตั้งใจ

 
พรมละหมาด
 
จุดเปลี่ยนที่ทำให้คุณแอร์ตั้งมั่นกับตัวเองว่าจะต้องพลิกฟื้นธุรกิจของที่บ้านให้กลับมาอีกครั้งให้ได้ โดยเป้าหมายคือ ‘การแปรรูปยางพาราเพื่อเพิ่มมูลค่า’ คือการได้รับการช่วยเหลือจากท่านคณบดี ที่ทราบถึงเหตุผลในการลาออกของคุณแอร์ และได้ทำการผ่อนผันเรื่องค่าเทอมและสนับสนุนค่าใช้จ่ายบางส่วนให้กับคุณแอร์ 
 

แต่จะแปรรูปเป็นอะไรดี ?

คุณแอร์ได้ข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งคือ เพื่อนร่วมห้องพักของคุณแอร์เป็นผู้นับถือศาสนาอิสลามที่ต้องทำพิธีกรรมทางศาสนาเป็นจำนวนหลายครั้งต่อวัน ซึ่งทุกครั้งที่ทำกิจกรรมก็จะทำบนผ้าหรือเสื่อที่ไม่มีเบาะรองรับแรงกระแทก ทำให้เกิดความเจ็บปวดบริเวณหัวเข่าที่เป็นจุดรับน้ำหนัก ต้องถูกน้ำหนักตัวกดทับลงไปที่พื้น จึงเกิดเป็นไอเดียแปรรูปยางพาราให้กลายเป็นเบาะรองเข่าสำหรับพรมละหมาด แต่เนื่องจากไอเดียนี้ต้องใช้ทุนในการผลิตค่อนข้างสูง ทำให้ไม่สามารถทำทั้งผืนได้ คุณแอร์จึงเริ่มจากการทำสินค้าตัวทดลองขนาดเท่าฝ่ามือ และใช้ความจริงใจเป็นกลยุทธ์ในการทำแบรนด์ ด้วยการนำไปเสนอขายตามมัสยิดในละแวกชุมชน และให้ลูกค้าจ่ายมัดจำครึ่งหนึ่งก่อน เพื่อนำมาเป็นต้นทุนในการผลิต และในที่สุดก็เกิดเป็นแบรนด์ ‘KAYOR’ (กายอ) ซึ่งเป็นภาษามลายูที่แปลว่าความมั่งคั่ง
 

ก้าวต่อไปที่ยิ่งใหญ่

แต่การจะเริ่มต้นด้วยซื้อโรงงานมาทอพรมละหมาดก็ดูจะเป็นการลงทุนที่สูงเกินไป คุณแอร์เริ่มจากหาหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการ ในการให้ใช้สถานที่ผลิต หรือแปรรูปได้ จนได้ใช้ห้องทดลองในมหาวิทยาลัยในการแปรรูปยางพารา แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งมีความต้องการมีพื้นที่เป็นของตัวเอง จึงตัดสินใจขอใช้พื้นที่บริเวณใต้ถุนของหอพักที่คุณแอร์อาศัยอยู่โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีจากเจ้าของหอพัก และเมื่อปัจจัยทุกอย่างลงตัวทั้งเรื่องของทรัพยากรต่าง ๆ ยอดขายที่เพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงจังหวะและโอกาสที่เข้ามา ในที่สุดคุณแอร์ก็มีโรงงานการผลิตเป็นของตัวเอง
 
ถึงแม้ว่า KAYOR จะกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงจากการบอกกันปากต่อปากของลูกค้าหลายราย  แต่ก็ไม่ต่างกับธุรกิจอื่น ๆ ที่เมื่อดำเนินมาถึงจุดหนึ่งก็จะต้องเจออุปสรรคในเรื่องการขยายตลาด เนื่องจากบรรจุภัณฑ์ของ KAYOR นั้นอาจจะยังไม่ทันสมัย เตะตากลุ่มลูกค้าเท่าที่ควร ทำให้คุณแอร์ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ ‘CEA VACCINE ร่วมสร้างสรรค์ ภูมิคุ้มกันเศรษฐกิจไทย’ ซึ่ง CEA เป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือผู้ประกอบการโดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์  ซึ่งทำให้ KAYOR กลายเป็นเสือติดปีกจากคำแนะนำของกลุ่มดีไซเนอร์ระดับประเทศ รวมไปถึงกระบวนการ Rebranding ที่ทำให้บรรจุภัณฑ์ของ KAYOR ทันสมัยมากยิ่งขึ้น
 
 
โลโก้ใหม่หลังจากเข้าร่วมโครงการ
 
 
Packaging ใหม่หลังจากเข้าร่วมโครงการ
 
แน่นอนว่าผลลัพธ์จากการเข้าโครงการทำให้ KAYOR ได้ขยายตลาดให้กว้างขึ้นไปอีกขั้น เป้าหมายของ KAYOR นั้นไปไกลเกินกว่าระดับสินค้าภายในประเทศแล้ว จากเดิมที่กลุ่มเป้าหมายหลักคือ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีประชากรที่นับถือศาสนาอิสลามอยู่เป็นจำนวนมาก ตอนนี้คุณแอร์หันมาเจาะกลุ่มลูกค้าที่ประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มเติม อย่างมาเลเซีย และเป้าหมายต่อไปที่ท้าทายกว่าเดิมคือการพา KAYOR ไปบุกตลาดตะวันออกกลาง 
 

HOPE ความหวังชิ้นที่สอง

นอกจากพรมละหมาดแล้ว คุณแอร์ยังมีอีกแบรนด์ที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ ‘HOPE’ ซึ่งเป็นแบรนด์ของเก้าอี้ที่สานจากกระจูดซึ่งเป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน นำมาผสมผสานกับเบาะยางพารา และปิดท้ายด้วยการเติมกลิ่นอโรม่าจากสมุนไพรท้องถิ่นของพัทลุง ซึ่งนอกจากจะเป็นการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาเพิ่มมูลค่าแล้ว ยังทำให้ชุมชนมีรายได้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย
 
สำหรับใครที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วสนใจในผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ KAYOR สามารถติดตามได้ทาง
https://www.facebook.com/KaYoR.PrayerMat/ หรือพิมพ์คำว่า ‘พรมละหมาดยางพาราเพื่อสุขภาพ’ หรือติดต่อได้ที่ hrt.songkhla@gmail.com 
 
สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย เมธัส ไกรฤกษ์