image

Other

Indigo in trend ไปกับภูสะไน ครามเจนใหม่ในงาน ISAN CREATIVE FESTIVAL 2019

Published Date : 6 เม.ย. 2562

Resource : TCDC CONNECT

6,479

เมื่อการทอผ้าย้อมครามเริ่มกลับมาได้รับความสนใจ และเป็นกระแสบนรันเวย์ของเหล่าดีไซนเนอร์อีกครั้ง สังเกตได้จากงานแฟชั่นที่ใช้ผ้าย้อมคราม หรือ ผ้าไทยมีให้เห็นกันอย่างต่อเนื่องในช่วงนี้  ด้วยการสนับสนุนจากหลายภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นภาครัฐและเอกชน และแน่นอนว่าทีมงาน TCDC เองก็ไม่พลาดที่จะเปิดโอกาสให้กับแบรนด์ผ้าไทยย้อมครามอย่าง “ภูสะไน” ได้มาแสดงตัวตนในงานเทศกาลสุดชิค ISAN CREATIVE FESTIVAL 2019 ด้วยการหยิบยกผลงานของ คุณศักดิ์อนุสรณ์  วงค์กาฬสินธุ์ หรือ ทิดภู  ข้าราชการและนักออกแบบหัวใจสีคราม ที่รักในการทำงานร่วมกับชุมชน ส่งเสริมการสร้างรายได้ และเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ด้านต่างๆแก่ชุมชน ทั้งที่ร่ำเรียนมาทางด้านบริหารธุรกิจ แต่ผันตัวเองมาลองทำงานที่ชอบและคุ้นเคยมาแต่เด็ก จนกลายเป็นนักออกแบบแห่งแบรนด์ภูสะไน และมีผลงานนวัตกรรมการทอผ้ายีนส์ย้อมครามทอมือ ร่วมสมัยสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบความเป็นธรรมชาติ

 

สกลนคร เมืองไม่สิ้นกลิ่นคราม

เพราะทิดภู มีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านหนองสะไน จังหวัดสกลนคร  ซึ่งถือเป็นดินแดนแห่งที่ราบหุบเขาภูพาน ทิดภูจึงมีโอกาสได้อินกับวิถีชีวิตแบบคนพื้นที่มาตั้งแต่เกิด  “เพราะว่าผมใช้ชีวิตแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก ได้ซึมซับเอาวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงาม ได้เห็นคุณย่า คุณยาย แต่งกายด้วยผ้าย้อมคราม  ภาพจำของผมคือ การที่คุณยายมือดำ นั่งย้อมผ้า  มันเป็นวิถีชีวิตของคนสมัยก่อนที่ชาวบ้านนิยมย้อมผ้า+ทอผ้าใช้เองกันทุกบ้าน  ถ้าได้เห็นผมตอนเป็นเด็ก จะเห็นว่าเสื้อผ้าของผมคือ ชุดเรียบง่ายที่คุณแม่นำผ้าท้องถิ่นมาตัดให้  แม่จะตัดเสื้อกับกางเกงผ้าย้อมครามให้ใส่ กลายเป็นภาพที่เห็นจนชินตา สมัยก่อนบางทีผมก็ยังแอบน้อยใจว่า ทำไมเราไม่มีเสื้อผ้าทันสมัยใส่บ้าง ซึ่งนั่นก็เป็นความคิดแบบเด็กๆ ครับ แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป เราโตเป็นผู้ใหญ่ ได้เห็นความเจริญที่เข้ามาในพื้นที่ มีเสื้อผ้าและโรงงานทันสมัยเปิดเต็มไปหมด จนมันเริ่มกลืนกินวัฒนธรรมการทำผ้าย้อมครามแบบดั่งเดิม ซึ่งก็หมายความว่าภูมิปัญญาท้องถิ่นอันทรงคุณค่านี้ค่อยๆเลือนหายไปด้วย เราเลยคิดว่า มันถึงเวลาที่เราควรทำอะไรบางอย่างเพื่อรักษาสิ่งเหล่านี้ไว้”

 

ฟื้นฟูครามให้มีชีวิต

ด้วยการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาจะเริ่มสังเกตว่า การทอผ้าย้อมครามเริ่มกลับมาเป็นกระแสอีกครั้ง โดยเฉพาะในจังหวัดสกลนคร ถือเป็นจังหวัดแรกของประเทศไทย และเป็นหนึ่งในประเทศในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก ที่ได้ สภาหัตถศิลป์ โลกรับรองจังหวัดสกลนครให้เป็น นครหัตถศิลป์โลก เจ้าแห่งครามธรรมชาติ (World Craft City for Natural Indigo) และได้ขึ้นทะเบียนขอใช้ตรา GI สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ "ผ้าครามธรรมชาติสกลนคร"

จากกระแสตรงนี้ ทำให้ทิดภูจึงไม่รอช้าที่จะสานต่อด้วยการสร้างแบรนด์ภูสะไน เพื่อสืบสานผ้าย้อมครามเอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้ต่อไป “ผมเองก็เป็นคนที่มีใจรักงานศิลปะมาตั้งแต่สมัยเป็นเด็ก ได้มีโอกาสเรียนรู้กระบวนการทอผ้าย้อมครามธรรมชาติจากภูมิปัญญาท้องถิ่น  เรียนรู้วิธีการปลูกคราม เก็บเกี่ยว การกวน ทำเนื้อคราม การก่อหม้อคราม หม้อนิล การย้อม การทอ และการแปรรูป ซึ่งกระบวนการเหล่าเป็นภูมิปัญญาที่ต้องเรียนรู้และใช้ความชำนาญเป็นอย่างมาก เพื่อให้ได้สีครามบนเนื้อผ้า ซึ่งถือเป็นความอัศจรรย์แห่งภูมิปัญญานี้ ”
 

สืบสานภูมิปัญญาจากบรรพบุรุษ

สร้างผลงานจากครามไม่ง่ายเลย การถ่ายทอดความรู้ในการย้อมครามถือเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน “เพราะถ้าไม่ได้เรียนรู้อย่างถูกวิธี การย้อมสีครามจากเนื้อครามเมื่อผสมน้ำแล้วก็ไม่ต่างจากน้ำโคลนตมธรรมดา แต่ถ้าได้เรียนรู้และปฏิบัติตามองค์ความรู้ที่ได้รับการถ่ายทอดมาแล้ว ก็จะได้ผลงานที่สวยงาม” นอกจากผ้าครามแล้ว ทิดภูยังสนใจวิธีการทอมืออื่นๆที่แสดงออกถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็น “การทอมัดหมี่ การสร้างลายผ้า ซึ่งเป็นศิลปะที่งดงาม ซึ่งผมตั้งใจไว้ว่าอยากจะทำเป็นแหล่งเรียนรู้การทำผ้าย้อมคราม และสะสมผ้าลายมัดหมี่ เก็บรักษาไว้ ให้คนรุ่นต่อๆไปได้ศึกษา เรียนรู้  ถึงคุณค่าความงามของภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ”