image

Business & Industrial

IN RAP WE TRUST ก้าวต่อไปของแร็ป และการต่อยอดธุรกิจในแบบฉบับของ Rap is Now

Published Date : 1 ธ.ค. 2561

Resource : Creative Thailand

1,201

ถ้าจะให้พูดถึงกระแสที่มาแรงที่สุดในพ.ศ. นี้ เรื่องหนึ่งที่กำลังได้รับความสนใจจากผู้คน คงหนีไม่พ้นกระแส “แร็ป” หรือ “ฮิปฮอป” และหากพูดถึงวงการฮิปฮอปในบ้านเรา แล้วไม่พูดถึงคนกลุ่มนี้ ก็เหมือนยังเข้าไม่ถึงวงการฮิปฮอปไทยในปัจจุบัน “Rap is Now” คือกลุ่มคนที่เรากำลังพูดถึง โจ้-ศวิชญ์ สุวรรณกุล aka PHENOMENYX ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ และฟลุ๊ค-พลกฤต ศรีสมุทร aka FLUKERALWAYSON ผู้จัดการของ Rap is Now พร้อมบอกเล่าถึงจุดเริ่มต้นของพวกเขา ที่ทำให้กระแสฮิปฮอปในบ้านเราขับเคลื่อนสู่ธุรกิจด้านวัฒนธรรมฮิปฮอปที่เรียกได้ว่า “ครบวงจร” ที่สุดในปัจจุบัน

จากความชอบส่วนตัวสู่การสร้างชุมชนคนรักฮิปฮอป
คุณโจ้ ผู้ก่อตั้ง Rap is Now เล่าว่าจุดเริ่มต้นของ Rap is Now มาจากความชื่นชอบส่วนตัว ทำเพื่อสนองความต้องการของตัวเอง และเบื่ออาชีพการงานที่ทำอยู่ โดยงานแรกเริ่มของ Rap is Now คือการจัดปาร์ตี้แนวฮิปฮอปกับเพื่อนฝูงที่รักดนตรีฮิปฮอปเหมือนกัน มีการแร็ปแบทเทิล เป็นอีเวนต์เล็กๆ ก่อนได้มาเจอฟลุ๊ค ซึ่งเป็นเจ้าของร้านที่ใช้ในการจัดปาร์ตี้ การจัดงานในครั้งนั้นจึงเป็นการจุดไฟในตัวขึ้นมา 

ขณะที่คุณฟลุ๊คเผยว่า ตอนแรกไม่อินกับแร็ปแบทเทิล เพราะรู้สึกว่ามีแต่คำหยาบ แต่พอมาถึงรายการ Rap is Now ซีซั่น 2 เขาเห็นว่านี่เป็นเวทีที่ให้โอกาสแก่แร็ปเปอร์ที่ไม่มีใครรู้จัก จึงขอมาร่วมทำด้วย รู้สึกว่ามันสนุกและมองเห็นโอกาสว่าน่าจะไปต่อได้ เกิดเป็นความคิดที่จะนำ Rap is Now เข้าสู่ความเป็นธุรกิจในช่วงนั้น “ตอนทำเวทีไฟนอล Rap is Now ซีซั่น 2 มีคนมาดูถึง 4,500 คน เรารู้สึกว่ามันมีอะไรสักอย่างที่น่าจะไปได้อีก ระหว่างนั้นก็มีส่วนประกอบอื่นๆ ที่มาจุนเจือให้ธุรกิจหมุนไปได้ อย่างค่าตั๋ว รายได้จากการจำหน่ายเสื้อผ้า เราคิดว่ามันต่อยอดเป็นบริษัทได้ เพราะอยากให้มันใหญ่ขึ้น จึงต้องมีเรื่องสปอนเซอร์เข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อจะนำเงินมาเติม และทำให้มันใหญ่ให้ได้ สุดท้ายจึงกลายเป็นบริษัทเต็มตัวหลังจบรายการ Rap is Now ซีซั่น 2”

เมื่อกระแสช่วยผลักดันสิ่งที่รักให้เป็นธุรกิจ
แม้จุดเริ่มต้นของ Rap is Now จะมาจากความรักในฮิปฮอปก็จริง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเพราะกระแสของรายการ Rap is Now ซีซั่น 2 ด้วย ที่ทำให้พวกเขาฝันได้ไกลและต่อยอดเป็นธุรกิจได้จริง คุณโจ้เล่าว่า “มันมีความโชคดีอย่างหนึ่งช่วงซีซั่น 2 ที่ต้องขอบคุณมาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊กครับ คือเขามีฟังก์ชั่นเล่นวิดีโออัตโนมัติเวลาเลื่อนมาเจอ แล้วมีแฟนรายการคนหนึ่งเอาวิดีโอไปตัดเหลือแค่ฉากแบทเทิล เพราะรายการเต็มมีทั้งไตเติ้ล คอนเทนต์ต่างๆ พอคนเลื่อนไปเจอ จากคนไม่เคยเห็นเลย ก็มีคนแชร์คลิปมหาศาล หลายหมื่นเลย เพียงคืนเดียวเพจของ Rap is Now จากที่มียอดผู้ติดตามเพียงหลักหมื่น ก็ขึ้นมาเป็นหลักแสน” คุณฟลุ๊คเสริมว่า “หลังจากวันนั้น เราเลยแก้เกมด้วยการเอาคลิปรายการเต็มมาตัดทุกอย่างออกให้เหลือแค่ช่วงแบทเทิล แล้วโพสต์ลงเฟซบุ๊กบ้าง”

“Respect และ Run วงการ” คติประจำใจของสาวกฮิปฮอป
เมื่อมีคนติดตามมากขึ้น ปัญหาที่ไม่คาดคิดก็มากขึ้น Rap is Now ในฐานะที่เป็นสื่อกลางระหว่างแร็ปเปอร์กับคนดู จึงต้องมีวิธีรับมือ “พอคนเยอะก็จะเริ่มมีปัญหา เด็กเก่าเด็กใหม่หวงพื้นที่กัน บางคนดูมาก่อนตั้งแต่ซีซั่น 1 บางคนเพิ่งมาติดตาม ตอนนั้นเลยเกิดคำว่า “Respect” (เคารพ ให้เกียรติ) และคำว่า “Run วงการ” (ขับเคลื่อนวงการ) ที่มาพร้อมกัน เราสร้างคตินี้ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ปัญหานี้ คือเราควรจะเคารพกันทั้งคนใหม่คนเก่า ทุกคนเหมือนมาช่วยกันรันวงการ นี่จึงกลายเป็นคติที่เรายึดมั่นและใช้มาจนปัจจุบัน แล้วก็ลามไปถึงวงการอื่นๆ”

แร็ปแบทเทิลในสไตล์ของ Rap is​ Now
แร็ปแบทเทิลไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการฮิปฮอปบ้านเรา แล้วทำให้รายการ Rap is Now ประสบความสำเร็จ คุณโจ้พูดถึงความแตกต่างของแร็ปแบทเทิลในแบบ Rap is Now ว่า “ เมื่อก่อนแร็ปแบทเทิลเป็นเหมือนการสู้กันในอินเทอร์เน็ตหรืออีเวนต์ตามผับ แต่โอกาสที่แร็ปเปอร์จะเป็นที่รู้จักยังน้อยอยู่ สิ่งที่ Rap is Now คิดคือการทำให้มันเป็นที่รู้จักมากขึ้น แต่กลุ่มแร็ปสายดั้งเดิมจะบอกว่าวิธีการที่เราทำ เช่น การให้ผู้แข่งขันรู้คู่ต่อสู้ของตัวเองก่อนแข่งขัน ทำให้การแร็ปแบทเทิลไม่ขลังเหมือนเดิม แต่เรามองว่าอยากให้คนเตรียมตัวก่อนแข่ง คุณสามารถรู้ได้ก่อนว่าจะเจอใคร เมื่อก่อนจะเป็นการจับฉลากก่อนแข่งขัน เลยทำให้การแร็ปแบทเทิลมักเป็นการด่าเรื่องรูปลักษณ์ เช่น ไอ้เสื้อแดง ไอ้หัวฟู ซึ่งเราอยากให้แร็ปไปไกลกว่านั้น อยากให้เป็นแร็ปและเอนเตอร์เทนเมนต์ไปด้วย เพราะอยากให้มันดูสนุก”

จากยุคทำเพลงเอง ฟังกันเอง สู่ยุคกระแสนิยมของฮิปฮอป
ถ้าเป็นเมื่อก่อนดนตรีแร็ป ฮิปฮอป อาจถูกมองว่าเป็นดนตรีกระแสรอง แต่มาวันนี้ ดนตรีแร็ปและฮิปฮอปได้สร้างปรากฏการณ์ก้าวกระโดด จนเลื่อนขั้นจากดนตรีกระแสรองสู่ดนตรีกระแสนิยมมากขึ้น “จริงๆ เราพยายามกันมานาน อยากให้คนได้ยิน ได้เห็นเพลงมากที่สุด สมัยก่อนจะมีเว็บไซต์หนึ่งที่รวมเรื่องดนตรีแร็ปและฮิปฮอป แต่แล้วมันก็หายไป ส่วนพวกเรา Rap is Now ก็เหมือนกลับมาทำเรื่องนี้ใหม่ นอกจากการทำแร็ปแบทเทิล เรายังรวบรวมข้อมูลและเปิดเพจขึ้นมา เพื่อจะนำเสนอเพลงให้ผู้คนได้ฟังมากที่สุด เราทำแบบนี้ต่อเนื่องมาเรื่อยๆ จนมีรายการฮิปฮอปในสื่อหลักอย่าง The Rapper, Show Me the Money Thailand ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนที่ใหญ่ที่สุดของเรา เพราะทั้ง 2 รายการเข้าถึงผู้คนได้มากกว่าเดิม แต่ก่อนจะมีเฉพาะกลุ่มคนที่ชอบแร็ป ฮิปฮอป แต่ตอนนี้ดนตรีแร็ป ฮิปฮอป สามารถเข้าถึงผู้คนทั่วไปที่ชอบฟังเพลง มันขยายไปอีก ถือว่าตอนนี้ดีขึ้นมากสำหรับเรา” คุณฟลุ๊ค ผู้จัดการ Rap is Now กล่าว

ส่วนคุณโจ้ได้พูดถึงมุมมองการนำเสนอดนตรีแร็ปในยุคก่อนกับปัจจุบันว่ามีความแตกต่างกัน “ยุคก่อนทุกคนอยากเป็นแร็ปเปอร์ ทำเพลงเพื่อฟังกันเอง มีแต่คนอยากทำ เหมือนมีแต่ของขาย แต่ไม่มีคนซื้อ อย่างเราไปร้องเพลง ได้ตังค์ไม่ได้ตังค์ไม่รู้นะ แต่ไปร้องให้เพื่อนอีกวงฟัง เหมือนผลัดกันพรีเซนต์งาน แต่ยังไม่มีกลุ่มผู้ฟังขึ้นมา สิ่งที่เราพยายามจะสร้างคือกลุ่มผู้ฟังที่ชัดเจน ไม่ใช่ทำไปแล้วไม่รู้จะขายใคร ต้องทำให้ศิลปินโดดเด่นและดูเป็นมืออาชีพมากที่สุดในการแข่งขัน ทั้งหน้าและหลังกล้อง เราปฏิบัติต่อเขาเหมือนมืออาชีพ เมื่อศิลปินซึมซับวิธีการนี้ ก็จะส่งผลถึงแฟนๆ ซึ่งจะมองเห็นว่าเขาเป็นมืออาชีพจริงๆ”  

นอกจากนี้ฮิปฮอปอาจเป็นวัฒนธรรมป็อปอีกรูปแบบหนึ่งที่มีแนวเพลงแบ่งย่อยไปอีก พร้อมจะเสิร์ฟความบันเทิงให้แก่ผู้ฟังที่มีรสนิยมการฟังเพลงอันหลากหลาย “ถ้าคนชอบปาร์ตี้ ก็มีให้ คนชอบชิลล์ ก็เปิดฮิปฮอปบางประเภทฟังได้ หรือคนที่ต้องการผลักดันอะไรสักอย่างด้วยเพลง ก็มีเพลงแร็ปที่เคยช่วยคนที่กำลังจะฆ่าตัวตายให้อยากมีชีวิตอยู่ต่อ เมื่อก่อนคนอาจมีภาพจำกันว่าแร็ปจะเป็นแก๊งๆ ดุๆ แบบยิงปืน อย่างรายการ The Rapper ก็ช่วยให้ความเป็นฮิปฮอปกระจายเป็นหลายแบบมากขึ้น”

Work Like Rap is​ Now
เมื่อเป็นธุรกิจย่อมมีผลกำไรและความก้าวหน้าเข้ามาเกี่ยวข้อง ธุรกิจดนตรีที่เป็นงานสร้างสรรค์อย่างหนึ่งมีวิธีการทำงานอย่างไร คุณฟลุ๊ค ผู้ดูแลด้านธุรกิจเผยว่า “เวลารับงาน เราจะขอเลือกเนื้อหา ถ้าทำคอนเทนต์นั้นไม่ได้ คนที่เสียไม่ใช่แค่ลูกค้า แต่คือภาพลักษณ์ของเราด้วย ดังนั้นต้องให้ทั้งคู่ Win Win เราประนีประนอมมากที่สุด ทำให้ตรงกับความเป็นแร็ปเปอร์มากที่สุด ถ้าคอนเทนต์ไม่ได้ เราก็จะไม่ทำ ฟังดูเหมือนเงื่อนไขเยอะ หลายคนบอกว่าทำงานด้วยยาก แต่สุดท้ายก็เพื่อผลงานและแร็ปเปอร์ด้วย” 

การกระโดดเข้าสู่สื่อกระแสหลัก จากที่เคยทำรายการและออกอากาศผ่านทางยูทูบและเฟซบุ๊กอย่างเดียว เมื่อ Rap is Now เข้าสู่วงการธุรกิจด้านบันเทิงเต็มตัว ล่าสุดพวกเขาจึงตัดสินใจร่วมโปรเจ็กต์กับบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างเวิร์คพอยท์ ผลิตรายการ The Rapper ขึ้นมา เพื่อต่อยอดกระแสฮิปฮอปให้เข้าถึงกลุ่มผู้ชมทั่วไป และเป็นฐานข้อมูลของฮิปฮอปให้ได้ “ในระยะยาว เราคิดกันว่าทำอย่างไรดนตรีฮิปฮอปถึงจะเป็นที่รู้จักมากขึ้นได้  ลำพังตัวเราเองทำไม่ได้หรอก เพราะดนตรีสไตล์นี้มีคนฟังเฉพาะกลุ่ม พอทางเวิร์คพอยท์มาชวนไปทำ ก็คิดว่ามีคนมองเห็นแล้ว เราคิดว่าโทรทัศน์นี่ล่ะเป็นช่องทางที่แมสส์ที่สุด การร่วมงานกับเวิร์คพอยท์ เป็นการเริ่มต้นใหม่ เริ่มสร้างจากศูนย์ไปด้วยกัน แบ่งหน้าที่กัน โดยทีม Rap is Now มีหน้าที่ดูแลจิตใจของแร็ปเปอร์และสร้างแพลตฟอร์มร่วมกับเขา เพราะว่าการเปลี่ยนพื้นที่ บางทีก็มีผลต่อจิตใจของแร็ปเปอร์อยู่เหมือนกัน” 

Rap is​ Now and Its Future
ปัจจุบัน Rap is Now ไม่ได้แค่ผลิตรายการแร็ปแบทเทิล แต่พวกเขายังต่อยอดไปสู่การทำธุรกิจด้านวัฒนธรรมฮิปฮอปแบบครบวงจร มีเสื้อผ้าแบรนด์ Rap is Now ซึ่งทำเป็นคอลเล็กชั่นสตรีทแวร์จริงจัง จำหน่ายทางออนไลน์เป็นหลัก มีการจัดคอนเสิร์ตทั้งของตัวเองและงานภายนอก ผลิตงานโฆษณา เช่น ทำเพลง ทำหนัง ทำเอ็มวี ส่วนโปรเจ็กต์ใหญ่ที่ทำอยู่ในตอนนี้กับเครือจีเอ็มเอ็ม คือ The Rapisode ซึ่งเป็นการทำเพลงแร็ป 50 เพลง โดยนำเพลงฮิตของค่ายแกรมมี่มาคัฟเวอร์ในแบบแร็ป และล่าสุดยังมีการก่อตั้งค่ายเพลงที่ชื่อว่า Yupp โดยมุ่งเน้นการสร้างศิลปิน ผูกมิตร สร้างอิมเมจ สร้างฐานแฟนเพลง จัดทัวร์คอนเสิร์ต เพื่อทำให้การทำงานเป็นระบบมากขึ้น นั่นยังรวมไปถึงการสร้างสรรค์โปรเจ็กต์เพื่อสังคมที่ชื่อ Rapiness ที่ชาวแร็ปเปอร์จะได้ไปช่วยสอนแร็ปให้กับเด็กๆ ในชุมชนหรือโรงเรียนต่างๆ จนเรียกได้ว่า Rap is Now กำลังขยับขยายธุรกิจไปในทุกๆ ด้าน และก้าวย่างได้อย่างมั่นคง

เรื่อง : ดาหลา เจนณรงค์ 
ภาพ : ภีร์รา ดิษฐากรณ์