image

Business & Industrial

ที่ในฝันเมื่อวันสูงวัย

Published Date : 16 ต.ค. 2563

Resource : Creative Thailand

2,098

“ประชากรผู้สูงอายุในไทยใกล้เคียงกับในญี่ปุ่น และเมื่อเทียบกับในเอเชีย ผู้สูงอายุของไทยเราก็มีมากกว่าหลาย ๆ ประเทศ แทบจะเรียกได้ว่าเป็นเบอร์ 2 ของเอเชีย ฉะนั้นแน่นอนว่าธุรกิจผู้สูงอายุกำลังสปีดขึ้น” นี่คือคำที่คุณจตุพร พิศาลวาเลิศ ซีอีโอของโฮมเมอร์ลี่ สถานที่ดูแลและฟื้นฟูผู้สูงอายุนานาชาติให้สัมภาษณ์กับเราในวันงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการของโครงการ Homerly Senior Living

©Homerly Senior Living

บ้านหลังสุดท้าย
การตัดสินใจพาผู้สูงอายุมาอยู่ที่สถานที่ดูแลอาจไม่ใช่ปลายทางของทุกครอบครัว บางบ้านอยากดูแลกันเองอย่างใกล้ชิด แต่ในความเป็นจริงที่ทุกคนมีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ สภาพแวดล้อมในบ้านก็อาจไม่เหมาะกับผู้สูงวัย เพราะความปลอดภัยและการอยู่ดีมีสุขของผู้คนวัยนี้เป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ “ใจเราอยากดูแล แต่ความจริงสิ่งแวดล้อมที่บ้านและอะไรอีกหลายอย่างไม่เอื้อให้เราได้ดูแลท่านอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพราะทุกคนย่อมมีภาระ” แต่เทรนด์ในปีหลัง ๆ มานี้ก็แสดงให้เห็นว่า ผู้สูงอายุชาวไทยมีความเข้าใจและยอมรับเกี่ยวกับบ้านพักผู้สูงอายุมากขึ้น จนค่อย ๆ ทลายความรู้สึกผิดในใจของลูกหลานลงไปบ้าง

©Homerly Senior Living

สถานที่ซึ่งอาจจะไม่ใช่บ้าน แต่มอบความอบอุ่น สบายใจ และมั่นใจให้กับเรายามแก่เฒ่า สุดท้ายแล้ว บั้นปลายชีวิตเรา คงไม่ได้อยากอยู่ที่ไหน ถ้าไม่รู้สึกว่าที่นั่นเป็นบ้านอย่างแท้จริง เพราะบ้านไม่ใช่แค่สถานที่แต่ยังรวมความรู้สึกของผู้คนเอาไว้ด้วย

©Homerly Senior Living

ดูแลให้เหมือนครอบครัว
Family Community คือ จุดประสงค์หลักของการบริหารสถานที่ดูแลและพักฟื้นผู้สูงอายุแห่งนี้ “เราอยากให้ผู้สูงอายุอยู่ดีมีสุข สบายทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต” คุณจตุพรกล่าวพร้อมรอยยิ้ม จากประสบการณ์ตรงที่สามีล้มป่วยทำให้เธอมีความเข้าอกเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุในระยะพักฟื้น “แม้ที่นี่จะเป็นบ้านพักแบบนานาชาติ แต่พนักงานสามารถพูดได้หลายภาษา และวิธีการดูแลก็ยังอยู่บนพื้นฐานการดูแลแบบวิถีไทยที่เน้นให้ความเคารพนับถือเสมือนญาติผู้ใหญ่ ให้เกียรติ และนอบน้อมต่อกัน เพราะข้อสำคัญก็คือการดูแลกันเหมือนครอบครัว” เธอว่า

©Homerly Senior Living

คุณจตุพรยกตัวอย่างครั้งหนึ่งเธอพยายามโน้มน้าวมาดามอมิตา ลูกบ้านชาวอินเดียสัญชาติอังกฤษผู้มีโลกส่วนตัวสูง ออกไปจิบชาที่ร้านด้วยกันตามตารางการพาลูกบ้านออกไปแฮงก์เอาต์ประจำสัปดาห์...เธออาศัยจิตวิทยาในการพูดคุย จนสุดท้ายมาดามอมิตาก็เปิดใจและประทับใจกับวินาทีที่ลิ้นสัมผัสกับชา “เราต้องมองเขาด้วยความเข้าใจ เราเหนื่อยมากเลยนะเวลาพาพวกเขาออกไป แต่พอเห็นทุกคนมีความสุข เราก็ดีใจ” ความสุขของลูกบ้านเป็นกำลังใจชั้นดีที่ช่วยผลักดันให้คุณจตุพรมีแรงดำเนินธุรกิจนี้ จากที่เธอเล่าทำให้เราเห็นภาพว่า บ้านพักผู้สูงอายุที่ดีจะต้องมีความเข้าใจในตัวผู้สูงอายุ เพราะคนเหล่านี้ก็เหมือนเด็กในเวอร์ชันผู้ใหญ่ แต่ละคนต่างมีตัวตนของตนเองที่ประสบการณ์ชีวิตหล่อหลอมมา การทำความเข้าใจกันระหว่างผู้ดูแลและตัวผู้สูงอายุเองจึงกลายเป็นจุดแข็งในการอยู่ร่วมกันเป็นชุมชน 

©วนบุษป์ ยุพเกษตร

ละเอียดให้เหมือนโรงพยาบาล
การดูแลอย่างใกล้ชิด การฟื้นฟูอย่างถูกวิธี และการรักษาอย่างเหมาะสม เป็น 3 คำสำคัญสำหรับผู้สูงอายุในระยะพักฟื้น ที่เพิ่งผ่านการผ่าตัดหรือออกจากโรงพยาบาลมาหมาด ๆ “ช่วงที่ออกจากไอซียูมาแล้วเป็นช่วงนาทีทอง การฟื้นฟูต้องเร่งด่วน ต้องถูกต้อง ถูกวิธี ถูกสถานที่ และถูกบุคคล ถึงจะเกิดประสิทธิภาพ” ประสบการณ์ตรงสอนให้คุณจตุพรเข้าใจว่าผู้ป่วยสูงอายุควรได้รับการเอาใจใส่อย่างต่อเนื่องและลงรายละเอียดมากเพียงใด 

แต่ละวัน เวรผู้ดูแลจะรายงานผลผู้สูงอายุแต่ละคนโดยละเอียด ระบุกิจกรรมที่ทำ สภาพร่างกาย แม้แต่สภาพจิตใจ รวมไปถึงข้อมูลทางการแพทย์และสุขภาพอีกหลายสิ่งที่คนทั่วไปอาจฟังไม่เข้าใจ เพราะเมื่อรายละเอียดทุกอย่างถูกบันทึก การช่วยเหลือเบื้องต้นจะเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว “เวลาคุณหมอมาตรวจที ก็จะสังเกตความเปลี่ยนแปลงและติดตามอาการผู้สูงอายุแต่ละคนได้จากบันทึกประจำวัน แล้วก็สามารถแนะนำว่าควรปรับลดยาที่กินอยู่ไหม หรือให้ไปหาหมอเพิ่มเติมได้แล้ว สิ่งเหล่านี้คือความแตกต่างกับการพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านที่อาจไม่มีข้อมูลทางสุขภาพที่สำคัญเหล่านี้” แม้จะไม่ใช่โรงพยาบาลเต็มรูปแบบ แต่ทีมงานเป็นพยาบาลวิชาชีพทั้งสิ้น แถมยังมีผู้ดูแล (Caregiver) ที่มาเสริมให้การดูแลผู้สูงวัย ที่นี่เต็มไปด้วยความละเอียดรอบคอบ 

©Homerly Senior Living

จากประชากรชาวเบบี้บูมเมอร์ที่ก้าวเข้าสู่วัยเกษียณเพิ่มขึ้น เป็นผลให้ธุรกิจยิ่งมีช่องทางและเพิ่มจำนวนขึ้นได้มาก ผู้อาศัยอย่างเราก็มีตัวเลือกมากขึ้นที่อาจมองไว้ในยามตัวเองสูงวัย หรือหาไว้ให้สำหรับผู้สูงอายุที่บ้าน ส่วนที่ใดจะเป็นที่ที่เรามั่นใจและเชื่อใจที่จะฝากชีวิตวัยสุดท้ายไว้ และสามารถเรียกได้ว่าเป็น “บ้าน” ได้อย่างเต็มปาก ก็อาจขึ้นอยู่กับปัจจัยในการพิจารณาที่ต่างกันไปในแต่ละคน

©Homerly Senior Living

Homerly Senior​ Living เหมาะสำหรับใคร

  1. ผู้สูงอายุที่ต้องการการดูแลเป็นรายวัน : ผู้สูงอายุที่ต้องการสังคมหรือการดูแลเป็นรายวัน โดยสามารถเข้ามาสนุกกับกิจกรรมต่าง ๆ ได้โดยประยุกต์ตามเงื่อนไขด้านสุขภาพและความชอบส่วนบุคคล ทั้งยังได้รับการฟื้นฟูด้านจิตใจและสังคมในสถานที่ที่ปลอดภัยและสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตร
     
  2. ผู้สูงอายุที่ไม่มีโรคประจำตัว : ผู้สูงอายุที่ใช้ชีวิตอย่างอิสระ สามารถรับผิดชอบกิจวัตรประจำวันของตนได้ เช่น การอาบน้ำ การแต่งตัว การกินข้าว หรือแม้กระทั่งการดูแลแบบส่วนตัว เช่น การจัดเตรียมยา
     
  3. ผู้สูงอายุที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ : ผู้สูงอายุที่ยังสามารถสนุกกับการใช้ชีวิตอย่างอิสระได้ ในขณะที่ต้องการได้รับการช่วยเหลือในชีวิตประจำวันกับการทำกิจกรรมต่าง ๆ เป็นพิเศษ เช่น การแต่งตัว อาบน้ำ และการกินอาหาร
     
  4. ผู้ป่วยระยะพักฟื้น : ที่นี่มีบริการทำกายภาพบำบัดฟื้นฟู การอภิบาลการหายใจ และการดูแลโดยพยาบาลมืออาชีพ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล การผ่าตัด หรือผู้ที่มีอาการป่วยระยะวิกฤต เช่น โรคหลอดเลือดสมอง

รายละเอียดเพิ่มเติม : homerly-seniorliving.com และ facebook.com/Homerlyseniorlivingpattaya

ที่มาภาพเปิด : Homerly Senior Living

ที่มา : บทสัมภาษณ์คุณจตุพร พิศาลวาเลิศ เมื่อวันแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ Homerly Senior Living วันที่ 27 กันยายน 2563

เรื่อง : วนบุษป์ ยุพเกษตร