image

Design & Creativity

History is the Present

Published Date : 16 พ.ย. 2563

Resource : Creative Thailand

276

วิชาประวัติศาสตร์ในความทรงจำของใครหลายคนอาจจะเหมือนกับการดูหนังสักเรื่องที่เราเป็นเพียงผู้ชม แต่ในคลาสเรียนประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยของอเมริกาของเดวิด เอ. มอสส์ (David A. Moss) อาจารย์สอนประวัติศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เขาต้องการให้นักเรียนเป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ในอดีตที่ส่งผลมายังปัจจุบัน ด้วยการตั้งคำถามกับนักศึกษาในห้องว่า “หากคุณเป็นเจมส์ เมดิสัน (James Madison) ผู้ร่างรัฐธรรมนูญต้นฉบับของสหรัฐอเมริกา ที่กำลังอยู่ในสภาร่างรัฐธรรมนูญ ในปี ค.ศ. 1787 และกำลังถกเถียงกันว่ารัฐบาลกลางควรจะมีอำนาจในการจัดการมลรัฐอย่างไร ภายใต้สถานการณ์ที่รัฐบาลกลางมีหนี้สินและต้องจัดการกับปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำหลังเสร็จสิ้นจากสงครามปฏิวัติอเมริกา คุณจะเขียนอะไรลงไปในรัฐธรรมนูญ”1

วิธีการของมอสส์นี้เรียกว่า Case Method ที่เขาหยิบยืมมาจากห้องเรียนเอ็มบีเอที่ใช้กรณีศึกษาเป็นสื่อหลักในการสอน ซึ่งวิธีนี้ไม่เพียงทำให้วิชาเรียนประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยข้อมูลและลำดับช่วงเวลาเป็นสิ่งที่น่าสนุกและเข้าถึงง่ายแล้ว แต่การดึงเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์มาเป็นบทเรียนนั้น ยังทำให้นักเรียนได้ฝึกฝนการค้นหาข้อมูล การถกเถียงกันในกลุ่มเล็กและกลุ่มใหญ่ในห้องเรียนที่มีผู้คนหลากหลาย เพื่อการตัดสินใจและทำความเข้าใจถึงผลลัพธ์ที่ตามมา โดยเป็นกระบวนการสำคัญที่จะช่วยเติมทักษะด้านการวิเคราะห์เพื่อการแก้ปัญหา และการตัดสินใจที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ในทุกเรื่อง อันเป็นทักษะสำคัญในอนาคต

ความพยายามของมอสส์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแนวร่วมแห่งความต้องการทำให้วิชาประวัติศาสตร์เป็นการศึกษาเพื่อทำความเข้าใจอดีตและก้าวไปสู่อนาคตที่ดีกว่าอย่างแท้จริง การตั้งคำถาม การถกเถียง และการตีความจากมุมมองที่หลากหลาย เพื่อไม่ให้เนื้อหาทางประวัติศาสตร์เกิดอาการหยุดนิ่งอยู่กับเรื่องเล่าของผู้บันทึก ที่อาจจะบันทึกด้วยวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันตามห้วงเวลาและบริบท นับเป็นกลไกสำคัญในการนำประวัติศาสตร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่แวดวงการศึกษา เพราะในบางสังคมที่เปิดกว้างให้คนได้เข้าถึงและสามารถหยิบเอาประวัติศาสตร์มาใช้ได้ในความหมายที่แตกต่างออกไปจากเรื่องตั้งต้น มักปรากฏให้เห็นผลงานสร้างสรรค์จำนวนมาก อาทิ งานศิลปะ แฟชั่น งานออกแบบ งานเขียนและภาพยนตร์  การเล่าเรื่องเพื่อสร้างแบรนด์สินค้าและเมือง ที่สามารถสร้างมูลค่าใหม่ให้เกิดขึ้นได้ตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง 

อย่างไรก็ตาม การสร้างความเป็นไปได้ใหม่จากแนวคิดในอดีต คงต้องเริ่มจากการทำให้ประวัติศาสตร์ไม่พึ่งพามุมมองการบันทึกหรือการถ่ายทอดของคนใดคนหนึ่ง เพราะถึงแม้ว่าจะเป็นเฮโรโดตัส (Herodotus) ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งประวัติศาสตร์จากยุคกรีก ในการบุกเบิกเส้นทางการบันทึกประวัติศาสตร์แบบพรรณนาให้เห็นภาพและความรู้สึก รวมถึงเกร็ดความรู้ต่าง ๆ ของเขา ก็ยังถูกเคลือบแคลงถึงความถูกต้องของข้อมูล ซึ่งอาจจะถูกบ้างผิดบ้างบนข้อจำกัดในการเก็บข้อมูลจากการสังเกตและฟังจากเรื่องเล่ารอบตัวในยุคนั้น แต่เพราะการเปิดให้มีความสงสัย สืบค้นได้ และยอมรับความจริงนี่เอง จึงทำให้รากฐานของการเข้าถึงประวัติศาสตร์ในสังคมตะวันตกมีความรุดหน้า ทั้งในเชิงกระบวนการค้นหาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ การศึกษาในเชิงพฤติกรรม การตีความที่หลากหลายแง่มุม และทำให้ “ประวัติศาสตร์” เคลื่อนไปเป็นปัจจุบันและพร้อมที่จะเป็นฐานแห่งอนาคต ไม่ใช่บันทึกเก่าเก็บที่รอวันถูกลืมและเสื่อมสลาย CT 

1ดูวิดีโอเพิ่มเติมเกี่ยวกับการศึกษาประวัติศาสตร์ของ David A. Moss ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=hKjdbB-VqcE 

ที่มาภาพเปิด : unsplash/@spoony

มนฑิณี ยงวิกุล
บรรณาธิการอำนวยการ