image

Business & Industrial

อัพเดตอนาคตการทำงาน กับ GetLinks ผู้ช่วยหางานสายเทคฯ ที่น่าจับตาที่สุดในเอเชีย

Published Date : 1 ม.ค. 2563

Resource : Creative Thailand

11,852

“ยุคนี้ใครปรับตัวได้เร็ว ก็มีสิทธิ์ที่จะแข็งแกร่งมากในอนาคต” นี่คือใจความที่ถูกย้ำหลายครั้งตลอดการสนทนาของเรากับ พลภัทร ทรงธัมจิตติ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด (CMO) ของ GetLinks

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปัจจุบันบริษัทสายเทคโนโลยีนั้นมาแรงอย่างต่อเนื่อง และเดินนำอุตสาหกรรมอื่น ๆ ทั้งในแง่ทิศทางของตลาดและวัฒนธรรมการทำงานของบุคลากร

ในฐานะธุรกิจหางานสำหรับบุคลากรสายเทคโนโลยีในเอเชีย ซึ่งได้รับการจัดเข้าทำเนียบ “30 Under 30” จาก Forbes Asia ในปี 2018 และเป็นองค์กรยุคใหม่ที่ทำงานใกล้ชิดกับทั้งฝั่ง ‘บริษัท’ ที่กำลังมองหาคน และ ‘บุคลากร’ ที่กำลังมองหางาน เรื่องราวธุรกิจของ GetLinks จึงน่าจับตา และยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่พวกเขาพบจากการทำงานร่วมกับทั้งสองฝ่าย ก็น่าจะบอกเล่าแนวโน้มความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นในโลกการทำงานยุคนี้ได้เป็นอย่างดี

คอมมูนิตี้หางานของมนุษย์สายเทคฯ
หากถามว่า GetLinks ต่างจากธุรกิจหางานอื่น ๆ อย่างไร ข้อแรกที่ชัดเจนก็คือพวกเขาเลือกจับตลาดเฉพาะกลุ่ม เน้นการจัดหางานให้คนทำงานสายเทคโนโลยี (Tech Talent) แบ่งเป็น 3 สาขาหลัก ได้แก่ Developer (โปรแกรมเมอร์) Designer (นักออกแบบ) และ Digital Marketer (นักการตลาดดิจิทัล) ซึ่งถือว่าเป็นตำแหน่งงานสำคัญที่บริษัทสายเทคโนโลยีมองหา

ห้าปีที่ผ่านมา GetLinks ได้รับความไว้วางใจจากบริษัทชั้นนำในเอเชีย อาทิ Grab, LINE, HSBC, SCG, Eatigo, Uber, Garena ฯลฯ และประสบความสำเร็จในการจับคู่บุคลากรที่ใช่เข้ากับบริษัทที่ใช่มากกว่า 1,500 อัตรา

1,500 อาจดูเหมือนเป็นตัวเลขที่ไม่สูงนัก แต่นั่นก็เพราะว่าการทำงานของ GetLinks ต่างจากเว็บไซต์หางานส่วนใหญ่ในตลาด ที่มักจะทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการประกาศรับสมัครงาน (Job Advertiser) เท่านั้น ในขณะที่ GetLinks จะมีการติดตามผลการสมัครงานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงให้คำแนะนำเรื่องการเตรียมตัวและพัฒนาทักษะสำหรับผู้สมัครที่ยังไม่ได้งานในการสัมภาษณ์ครั้งแรกอีกด้วย (Talent Coaching) และจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากบริษัทเมื่อมีการว่าจ้างผู้สมัครจริง โดยที่ฝั่งผู้สมัครงานไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น 

ตั้งแต่การกรอกเอกสารสมัครงาน การทำแบบทดสอบความสามารถ (Skill Test) ไปจนถึงการคัดเลือกผู้สมัคร ขั้นตอนทุกอย่างเกิดขึ้นบนเว็บไซต์เดียวด้วยอัลกอริธึมที่จะคัดกรองข้อมูลทักษะของผู้สมัครตามคีย์เวิร์ดในโปรไฟล์ว่าเหมาะกับตำแหน่งงานใดบ้าง ยกเว้นการทดสอบทัศนคติ (Attitude Test) ที่ทีมงานจะติดต่อกลับไปสัมภาษณ์ผ่านวิดีโอคอลล์ หลังจากนั้นข้อมูลของผู้สมัครจะถูกส่งไปที่บริษัทที่ประกาศรับสมัคร โดยจะไม่เปิดเผยข้อมูลทั้งหมด แต่แสดงผลเพียงแค่ส่วนที่น่าสนใจ บริษัทที่สนใจก็จะติดต่อกลับมาเพื่อขอสัมภาษณ์

“ถ้ามองในเรื่องขั้นตอน เราใช้เวลาน้อยกว่าเอเจนซีทั่วไปประมาณ 2-3 เท่า เพราะจุดแข็งของเราคือการนำเทคโนโลยีมาใช้ปรับเปลี่ยนขั้นตอนการรับสมัคร ปัจจุบันทีมงาน GetLinks แทบไม่ต้องทำงานด้วยการยกหูโทรศัพท์แล้ว ยกเว้นการสัมภาษณ์งานรอบสุดท้าย และนั่นก็ทำให้เราสามารถมอบส่วนลดให้บริษัทได้ค่อนข้างเยอะ เมื่อเปรียบเทียบกับเอเจนซีที่ยังทำงานแบบแมนนวลอยู่” พลภัทรอธิบาย 

GetLinks Academy ห้องเรียนทักษะพร้อมใช้
นอกจากการเป็นผู้ช่วยจัดหางานคุณภาพให้บุคลากรคุณภาพแล้ว สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ GetLinks ยังพัฒนาคอร์สเรียนเพื่อพัฒนาทักษะการทำงานที่จำเป็นสำหรับบุคลากรสายเทคฯ อีกด้วย

“Buzzword ที่เราจะได้ยินคนพูดถึงบ่อยในช่วงนี้คือคำว่า ‘Upskill’ (การยกระดับทักษะเดิม) กับ ‘Reskill’ (การเรียนรู้ทักษะใหม่เพื่อเปลี่ยนสายงาน) ซึ่งมีที่มาตั้งแต่ช่วงแรกที่เกิดการแย่งตัวกันอย่างดุเดือด

เห็นได้ชัดเจนว่าบุคลากรไม่เพียงพอกับความต้องการ ก็เลยเกิดการตกผลึกของคนในอุตสาหกรรมว่า ถ้าอย่างนั้นเราต้องผลิตบุคลากรมาเพิ่มในตลาด ก็มีสองวิธีคือ หนึ่ง ยกระดับทักษะให้คนที่ทำได้อยู่แล้ว จากเดิมถ้าเป็นโปรแกรมเมอร์ที่เขียนได้แค่ Front-end เราก็อัพสกิลให้เขาเขียน Full-stack ได้ หรือสอง สอนทักษะใหม่ให้คนต่างสายงาน จากคนที่เรียนสถิติ เข้าใจการเขียนโค้ดนิดหน่อย ก็ให้ผันตัวมาเป็นโปรแกรมเมอร์เต็มตัว” พลภัทรเท้าความ

GetLinks จึงไม่รอช้า ใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลที่มีอยู่ พัฒนาคอร์สเรียนเพื่อสอนทักษะเฉพาะทางที่เป็นที่ต้องการของตลาดแต่คนทำงานยังขาดมากที่สุดเช่น การเขียนโค้ดภาษาต่าง ๆ และเปิดสอนทั้งคอร์สภายในองค์กรสำหรับบริษัทที่มีบุคลากรอยู่แล้วและต้องการเพิ่มทักษะให้พนักงาน และคอร์สที่เป็นอีเวนต์ของ GetLinks เองด้วย 

เทรนด์การทำงานยุคใหม่...อะไรมา อะไรไป 
อะไรคือสิ่งที่ GetLinks ค้นพบในโลกการหางานและการจ้างงานขององค์กรชั้นนำยุคนี้ นี่คือข้อสรุปที่พลภัทรบอกกับเรา
1. More Contractors 
“เราเริ่มเห็นการจัดจ้างงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น เมื่อก่อนบริษัทส่วนใหญ่จะจ้างแบบประจำเท่านั้น แต่เดี๋ยวนี้มักจะจ้างแบบสัญญาชั่วคราวก่อน เช่น บางแห่งทำสัญญาแบบ 6 เดือน แล้วหลังจากนั้นค่อยมาพิจารณาจากการทำงานว่าคนไหนที่จะทำงานด้วยกันยาว ๆ ก็ค่อยขยับมาเป็นพนักงานประจำ คือบริษัทยินดีที่จะจ่ายแพงก่อนในช่วงแรก เหตุผลเพราะเขาต้องการลดขั้นตอนหลังบ้าน เช่น การทำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเงินเดือนและค่าตอบแทน เรื่องโควต้า และกฎหมายแรงงาน แต่ถ้าเป็นพนักงานคอนแทร็ก จ้างวันนี้ พรุ่งนี้ก็เริ่มงานได้เลย”

“GetLinks เองให้บริการจัดหาบุคลากรทั้งในรูปแบบพนักงานประจำและพนักงานสัญญาจ้างแบบชั่วคราว สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ตัวเลขการจ้างงานแบบสัญญาชั่วคราวเติบโตเร็วขึ้นมาก ประมาณ 2-3 เท่าในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา”

2. More Flexible
“บริษัทจำนวนมากหันมาชูเรื่องความยืดหยุ่นเพื่อสร้างความแตกต่างและดึงดูดบุคลากรเข้ามามากขึ้น ซึ่งเป็นความยืดหยุ่นในเชิงวัฒนธรรมองค์กรจริง ๆ มีตั้งแต่เข้างานกี่โมงก็ได้ หยุดพักร้อนกี่วันก็ได้ตราบใดที่ทำงานเสร็จ ไปจนถึงเรื่องการแต่งตัว การมีอาหารกลางวันให้ฟรี และสามารถนำสุนัขมาเลี้ยงในออฟฟิศได้”

3. More Equal
“เกณฑ์การรับสมัครแบบเดิมกำลังจะหมดไป ทั้งเรื่องเพศที่เมื่อก่อนบางตำแหน่งงานจะมองหาแค่ผู้หญิงหรือผู้ชายเท่านั้น ปัจจุบันเราแทบจะไม่เห็นแลัว และเรื่องอายุ เดี๋ยวนี้บริษัทไม่เกี่ยงแล้ว ผู้บริหารหลายคนมาจากอายุขึ้นต้นด้วยเลขสองก็มีนะ ผมมองว่ามันคือการล้างไพ่ที่กำลังมาสู่จุดที่มีการกระจายตัวได้เหมาะสมมาก ๆ ซึ่งผมก็ภูมิใจที่บ้านเรามีการพัฒนาโดยที่ไม่แบ่งแยกคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งด้วยเกณฑ์แบบเดิม และมันทำให้ผมมองว่าตอนนี้มันคือยุคทองของคนรุ่นใหม่รวมถึงคนรุ่นเดิมที่มีชุดความคิดแบบใหม่ ให้สามารถปรับตัวเข้าสู่โลกยุคใหม่ได้น่าสนใจมาก”

4. High Growth = Right Performance + Right Vehicle
“ผมตกใจกับเงินเดือนของคนหางานยุคนี้เหมือนกัน ซึ่งผมไม่ได้บอกว่าเงินเดือนที่เขาได้รับมันเฟ้อด้วยนะ เพราะว่าคนเหล่านี้ที่เข้าไปทำงานหลายคนเขาสร้างคุณค่าให้องค์กรแบบเต็ม ๆ เมื่อก่อนค่าตอบแทนของคนทำงานมักจะแปรผันตามอายุ แต่สิ่งที่ผมเห็นคือเรื่องความอาวุโสมันกำลังเบลอขึ้นเรื่อย ๆ ผมเริ่มเห็นพนักงานอายุสามสิบปีเป็นผู้บริหารระดับสูงมาก และมีลูกน้องอายุสี่สิบหรือห้าสิบปีจำนวนมาก ผมเริ่มเห็นเดเวอลอปเปอร์จบใหม่ได้เงินเดือนหกหลักทันทีโดยที่ยังไม่แน่ใจเลยว่าเขาทำได้หรือยัง เพราะมีการแย่งตัวกันสูงมาก มันเป็นช่วงของการล้างไพ่ใหม่ ใครที่เซ็ตตัวเอง ก้าวขาเข้าไปได้ถูกที่ถูกทาง พาตัวเองไปอยู่ในโลกการทำงานที่มีศักยภาพ มันจะพาคุณไปได้ไกลมาก”

ธุรกิจที่สร้างคุณค่าด้วยพลังคนรุ่นใหม่
ในฐานะที่ GetLinks เป็นองค์กรยุคใหม่ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในเวลาไม่กี่ปี มีการระดมทุนจากบริษัทใหญ่ในจีน ออสเตรเลีย ฮ่องกง และญี่ปุ่น และยังเป็นองค์กรที่มีอายุเฉลี่ยของทีมงานอยู่ที่ 27 ปีเท่านั้น เราจึงถามผู้ร่วมก่อตั้งว่าสิ่งที่เขาคิดว่าเป็นคุณค่าที่พาให้พวกเขาก้าวมาถึงจุดนี้คืออะไร

“ผมคิดว่าความเชื่อหลัก ๆ ที่ทำให้ GetLinks เติบโตคือเราเห็นต่างในเรื่องของคนรุ่นใหม่ ผู้ใหญ่บางคนจะเชื่อว่าเด็กยุคนี้เห็นแก่ตัว เข้ามาแป๊บเดียวก็ลาออกไปทำอะไรของตัวเองกันหมดแล้ว แต่เรามองว่าความเห็นแก่ตัวของเด็กยุคใหม่คือจุดแข็งที่สำคัญที่สุดของเขา

เราต้องยอมรับความจริงก่อนว่าคนเรามีความเห็นแก่ตัวด้วยกันทั้งนั้น แล้วตั้งคำถามว่าในเมื่อเขาเห็นแก่ตัว แต่จริง ๆ แล้วเป้าหมายของเขาคืออะไรกันแน่ แน่นอนเป้าหมายของเขาไม่ใช่บริษัทตั้งแต่ต้นแล้ว เขาไม่ได้ตื่นขึ้นมาตอนเช้าแล้วคิดว่า ‘เราอยากจะขับเคลือนบริษัทไปข้างหน้าให้ได้’ แต่เป้าหมายของเขาคือ ‘ทำยังไงถึงจะเรียนรู้ให้ได้มากที่สุด เติบโตให้ได้มากที่สุด และสร้างเงินให้ได้มากที่สุด’ ส่วนใหญ่จะเรียงตามลำดับแบบนี้ คือเงินไม่ใช่เป้าหมายอันดับแรก”

“ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำตั้งแต่วันสัมภาษณ์คือ การออกแบบเส้นทางอาชีพให้เขาสามารถเติบโตในแบบที่เขาได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ถ้าวันนี้ผมต้องสัมภาษณ์ผู้สมัครงาน ผมจะถามเขาแบบอ้อม ๆ ก่อนว่าผมจะให้อะไรเขาได้บ้าง เช่น ทำไมวันนี้เขาถึงมาสัมภาษณ์ เขาอยากเป็นอะไร คิดว่าจะได้เรียนรู้อะไรจากที่นี่ ถ้าผมคิดว่าผมให้เขาได้ ผมก็จะถามเขาว่าผมจะได้อะไรจากเขาบ้าง ทักษะการทำงานของเขาเป็นยังไง มีประสบการณ์แบบไหนมาบ้าง พอเราชัดเจนว่าเขาจะต้องประสบความสำเร็จในเป้าหมายชีวิตของตัวเองก่อน แล้วบริษัทเราจะเป็นยานพาหนะพาเขาไป นั่นคือการจับคู่ที่ใช่ หลังจากนั้นเราไม่ต้องห่วงเรื่องแรงผลักดันในการทำงานของเขาเลย เขาจะตื่นเช้ากว่าใคร ออกจากออฟฟิศสายกว่าใคร เหตุผลเพราะเขาไม่ได้ทำเพื่อบริษัทก่อน เขาทำเพื่อตัวเองก่อน แต่ในนั้นมันมีบริษัทอยู่ด้วย”

“อีกเรื่องที่เราเน้นย้ำมาตลอดคือการส่งมอบคุณค่าให้ลูกค้า เราไม่ได้สนใจมากว่าจะต้องทำงานแบบแมนนวลหรือใช้ระบบอัตโนมัติ บางบริษัทอาจจะพยายามให้ทุกอย่างต้องขยายธุรกิจด้วยเทคโนโลยีทั้งหมด แต่เราไม่เป็นแบบนั้น เรารู้ว่าบริษัทเราทำงานกับคนอยู่ ถ้าสมมติว่ามีการสัมภาษณ์งานรอบสุดท้ายแล้ววันนั้นผู้สมัครงานของเราต้องการโค้ชหรือกำลังใจหน้าห้องสัมภาษณ์ที่บริษัทหนึ่งซึ่งอยู่ไกล ผมก็จะส่งคนไป ตราบใดที่มันให้คุณค่ากับเขาอยู่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง เพื่อให้เขาได้สิ่งที่ดี เราเชื่อและชัดเจนว่าต้องสร้างคุณค่าตรงนั้น เทคโนโลยีเป็นเพียงแค่ส่วนเสริม และเป็นพาหนะหนึ่งที่พาเราไปถึงจุดที่ควรจะไป ...เพราะสุดท้ายธุรกิจคือธุรกิจ ไม่ได้แบ่งว่านี่คือสตาร์ตอัพ หรือเอสเอ็มอี ธุรกิจคือทำอะไรก็ได้ที่ยั่งยืน มีกำไร เกิดคุณค่ามหาศาล นั่นคือสิ่งที่เราเชื่อและอยากไปต่อในทางนี้”

เรื่อง : ณัฏฐนิช ตัณมานะศิริ

ภาพ : ภีร์รา ดิษฐากรณ์