image

Business & Industrial

“อนาคตหัตถกรรมท้องถิ่นกับงานออกแบบ: Folk Craft, Global Marketing” โดย กรกต อารมย์ดี

Published Date : 14 ส.ค. 2562

Resource : Creative Thailand

2,993

คุณกรกต อารมย์ดี นักออกแบบและเจ้าของแบรนด์ KORAKOT คือหนึ่งในผู้สร้างสรรค์งานหัตถกรรมไม้ไผ่ที่มีเอกลักษณ์มากที่สุดคนหนึ่งของไทยและยังสร้างชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในระดับสากล แบรนด์ KORAKOT เกิดขึ้นจากการประยุกต์วิชาการผูกมัดว่าวพื้นบ้าน งานฝีมือประจำชุมชนชาวเมืองเพชรบุรีที่คุณกรกตอยู่อาศัยและเติบโต รวมเข้ากับความคิดสร้างสรรค์และความมุมานะอุตสาหะ จนกลายมาเป็นงานออกแบบหัตถกรรมจากไม้ไผ่ที่ทั่วโลกต่างยอมรับ 

ในการบรรยาย Isan Folkcraft Changeover กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการจากอุตสาหกรรมงานฝีมือท้องถิ่นภาคอีสาน เพื่อช่วยขยายโอกาสใหม่ ๆ ในภาคธุรกิจและบริการ ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 29-30 มิถุนายน 2562 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น คุณกรกต อารมย์ดี ได้ให้เกียรติมาร่วมบอกเล่าถึงเส้นทางชีวิตและแรงบันดาลใจที่ทำให้เขากลายมาเป็นนักออกแบบที่ประสบความสำเร็จ พร้อมทั้งแนะนำแนวทางธุรกิจที่สามารถทำควบคู่ไปกับการสร้างสรรค์และการเผยแพร่วัฒนธรรม โดยเฉพาะการสืบสานฝีมือการสานไม้ไผ่ ที่นักออกแบบรุ่นใหม่ควรรู้และควรมี

เส้นทางการค้นหาเอกลักษณ์ของตนเอง
คุณกรกตเล่าย้อนไปถึงช่วงที่กำลังศึกษาปริญญาโทที่คณะมัณฑนศิลป์ สาขาประยุกต์ศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งเป็นที่ที่เขาได้มีโอกาสเรียนรู้การใช้ศิลปะพื้นบ้านมาผสมกับศิลปะร่วมสมัย เกิดเป็นแรงบันดาลใจใหม่ที่ทำให้ผลผลิตของแบรนด์ KORAKOT ก้าวไปอีกระดับ 

การเกิดและเติบโตในครอบครัวชาวประมงชายฝั่ง ที่ตำบลบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ทำให้เด็กชายกรกตมีวิถีชีวิตอยู่ใกล้ชิดกับการเห็นโป๊ะไม้ไผ่ลอยอยู่กลางทะเลหรืออวนจับปลาที่ทำจากทักษะการผูกและมัดของชาวบ้านในชุมชน สิ่งเหล่านี้คือภาพจำที่คุ้นชินตั้งแต่วัยเด็ก ซึ่งนอกจากที่เขาจะได้เรียนรู้การจับปลาแล้ว ก็ยังได้เรียนรู้งานฝีมือและงานหัตถกรรมพื้นบ้านจากไม้ไผ่อีกด้วย

แต่การเรียนรู้การทำอวนจับปลาเพียงอย่างเดียวก็ยังไม่สามารถนำไปต่อยอดสู่ผลงานอื่นได้ กรกตจึงเริ่มศึกษาการทำ “แร้วจับปู” และ “ว่าวจุฬาปักเป้า” จากก๋ง บุคคลที่เป็นคนสำคัญในการถ่ายทอดวิชาความรู้และเทคนิกการผูกมัด การดาม การต่อไม้ไผ่ การขึ้นโครงสร้าง และการใช้ประโยชน์จากไม้ไผ่ให้แก่เขามากที่สุด นอกจากที่ก๋งจะปลูกฝังทักษะและภูมิปัญญาพื้นบ้านให้แก่กรกต อย่างการทำกาวธรรมชาติจากข้าวสวยหรือเส้นขนมจีนบดกับน้ำแล้ว เทคนิคการจัดการกับไม้ไผ่เมืองเพชรที่ก๋งสอน ก็ยังกลายมาเป็นหัวข้อวิทยานิพนธ์และอาชีพที่ทำเงินให้แก่เขาและชาวชุมชนบ้านแหลมจนถึงวันนี้อีกด้วย

คุณกรกตได้ยกตัวอย่างเอกลักษณ์ของงานหัตถกรรมพื้นบ้านในแต่ละพื้นที่ที่ล้วนมีตัวตนของตนเองอยู่ เช่น การถัก Dream catcher แบบชนพื้นเมืองอเมริกัน ไปจนถึงกระติบข้าวเหนียวของชาวอีสานที่ใช้ใส่บาตรทำบุญ ซึ่งแม้การใช้งานจะเหมือนกัน แต่รูปลักษณ์และลวดลายที่ถูกสานอยู่บนกระติบข้าวเหนียวจะแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่หรือชุมชน 

แรงบันดาลใจจากกระติบข้าวเหนียวนี่เองที่ทำให้กรกตเริ่มสร้างประติมากรรมโคมไฟจากไม้ไผ่ที่มีลวดลายซับซ้อน และมีส่วนประกอบถึง 3 ชั้น ชั้นแรกคือผ้าที่จะพรางขั้วไฟและหลอดไฟไว้ ชั้นที่สอง จะเป็นลวดลายที่พรางขอบผ้าไว้อีกที ส่วนชั้นสุดท้ายจะเป็นผิวโคมไฟ การสร้างส่วนประกอบที่ซับซ้อนนี้ จะช่วยสร้างบรรยากาศและให้แสงที่สลัว เหมาะกับห้องผนังทึบ ซึ่งเป็นเทคนิคพื้นบ้านแท้ ๆ ที่เขาได้ร่ำเรียนมาจากครอบครัว ประกอบกับการฝึกฝนจนชำนาญ

 

ปัจจัยสภาพแวดล้อมที่สามารถนำไปเป็นเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ได้
เห็นได้ว่าปัจจัยแห่งความสำเร็จอย่างหนึ่งของแบรนด์ KORAKOT ก็คือการนำเอาภูมิปัญญาบ้านมาประยุกต์ใช้สร้างสรรค์เป็นงานหัตถกรรมชิ้นพิเศษ และนี่คือสิ่งที่คุณกรกตพบว่าสามารถนำไปสร้างเป็นเรื่องราวพื้นฐานของแบรนด์ได้

  • ชุมชนของเราเป็นแบบไหน
  • สภาพแวดล้อมเป็นอย่างไร เช่น บ้านเรือนติดทะเล หรือเป็นชุมชนชาวประมง
  • ชุมชนมีอะไรเป็นองค์ประกอบบ้าง
  • ทรัพยากรที่มีในชุมชนของเราคืออะไร เช่น ดิน ไม้ไผ่ หรือภูมิปัญญา
  • ภูมิภาคอยู่ที่ไหน มีจุดเด่นอย่างไร
  • สิ่งต่างๆ ที่มีผลต่อการผลิต เช่น วัสดุพื้นบ้าน และทักษะพื้นถิ่น
 

Knowhow – How to
งานฝีมือพื้นบ้านเต็มไปด้วยรายละเอียดมากมายที่จำเป็นต้องรู้ นอกจากเรื่องราวของชุมชนแล้ว นักออกแบบยังจำเป็นต้องรู้และเข้าใจกระบวนการที่ใช้สร้างผลงานได้อย่างดี ได้แก่

  1. สิ่งที่เป็นทักษะของแต่ละพื้นที่เพราะแต่ละพื้นที่มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน
  2. ตั้งข้อสังเกตที่ “วัสดุ” ว่าเส้นใยหรือพืชชนิดไหนที่เหมาะงานของเรา สามารถหาได้ที่ไหน ช่วงอายุไหนที่พืชชนิดนี้จะดีที่สุด และช่วงเวลาไหนของปี
  3. เทคนิคที่เป็นความลับของชุมชนหรือท้องถิ่นที่เป็นประโยชน์
  4. ให้ความสำคัญกับเทคนิคที่เป็นความลับ โดยการคัดเลือกทีมงานที่จะเข้ามาร่วมกระบวนการผลิต โดยให้แบ่งขั้นตอนการทำงานออกเป็นส่วนๆ เพื่อเป็นการประหยัดเวลา เพิ่มความเชี่ยวชาญของทักษะในแต่ละขั้นตอน เพื่อให้ได้งานที่มีคุณภาพในเวลาที่กำหนด
 

การสร้างธุรกิจของนักออกแบบ
การเป็นนักออกแบบที่ดีจำเป็นต้องมองภาพรวมจากบันไดขั้นแรกจนถึงขั้นสุดท้าย หนึ่งในวิธีการ “สร้างชื่อ” ที่ดีของนักออกแบบก็คือ การส่งผลงานของตนเข้าประกวด เพราะเป็นวิธีการแสดงผลงานของตนให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ซึ่งคุณกรกตได้เล่าถึงผลงานของตัวเองที่ได้ส่งประกวดในเวทีงานสินค้า OTOP หลายครั้ง จนได้รับรางวัลชนะเลิศในปี 2549 อันเป็นการเปิดทางให้เขาได้รับคัดเลือกให้ไปแสดงงานที่ประเทศฝรั่งเศส

การประกวดและการแสดงสินค้าที่ฝรั่งเศสได้สร้างโอกาสมากมายให้กับแบรนด์ KORAKOT แต่ขณะเดียวกันก็สร้างภาระหน้าที่ให้เขาอย่างมากมาย เช่น ยอดการสั่งซื้อโคมไฟ 4,000 ชิ้นต่อเดือน จะทำอย่างไรให้สามารถผลิตผลงานได้รวดเร็วและมีคุณภาพ อีกทั้งยังต้องวางแผนสำหรับอนาคต ว่าหากเสร็จสิ้นงานจากลูกค้าคนนี้แล้ว เหล่าสมาชิกที่เป็นแรงงานจะได้รับเงินค่าแรงจากไหน เป็นเหตุผลว่านักออกแบบที่เป็นเจ้าของธุรกิจจำเป็นสร้างช่องทางให้ตัวเองเป็นที่รู้จักและรักษาลูกค้าเอาไว้ให้ดี

การพัฒนาผลงานให้ได้หลากหลายยังเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างธุรกิจให้เจริญเติบโตมากขึ้น งานฝีมือแบบพื้นบ้านอย่างเช่นไม้ไผ่ หากไม่ได้ใส่ความคิดสร้างสรรค์ ก็จะเป็นได้แค่งานไม้ไผ่ธรรมดา แต่ถ้าเราใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไป ก็จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ได้อย่างมหาศาล ไม้ไผ่สามารถกลายเป็นของแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ หรือแม้แต่ประติมากรรมชิ้นหลักของสถานที่ต่างๆ ได้ หากเราเปิดทางให้ความคิดสร้างสรรค์ได้ทำงาน

ที่สำคัญคือ เมื่อนักออกแบบที่เป็นผู้ประกอบการต้องการขยายตลาดไปในต่างประเทศ สิ่งที่คนทำงานออกแบบจำเป็นต้องทำก็คือ การศึกษาประวัติศาสตร์ของศิลปะให้ท่องแท้ รู้จักตัวเอง รู้จักโลก และไม่ควรยึดมั่นต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปตลอด หากแต่ควรผสมผสานทฤษฎีต่างๆ เพื่อต่อยอดเป็นสิ่งใหม่

 
9  เทคนิคสร้างชื่อและหลักพื้นฐานของการสร้างธุรกิจ KORAKOT
  1. ส่งประกวด เพราะจะช่วยให้มีคนรู้จักในวงกว้าง ทำให้ธุรกิจก้าวกระโดด
  2. เตรียมตัวด้านการขาย จำเป็นต้องอธิบายงานตนเองให้ได้ว่างานของเราคืออะไร มีจุดเด่นอย่างไร
  3. การจัดแสดงผลงาน ไม่จำเป็นต้องจัดให้งานทุกอย่างอยู่ในบูธแสดงสินค้า สามารถเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ได้เสมอ
  4. แนวทางการเจรจา จำเป็นต้องอะลุ่มอล่วย เช่น ลูกค้ามีงบประมาณเท่านี้ คุณสามารถทำอะไรได้บ้าง
  5. สื่อที่ใช้ในการประชาสัมพันธ์ต้องเหมาะสมทั้งกับสินค้าและลูกค้า เช่น เว็บไซต์ เฟชบุ๊ก อินสตราแกรม
  6. มีทีมการตลาดที่เข้มแข็ง รู้ทันเทรนด์ที่เปลี่ยนไปของโลก 
  7. มีทีมบัญชีที่รู้กฎกติกาทั้งเรื่องการส่งออกและเรื่องภาษี
  8. มีไฟล์ราคาสินค้าที่ชัดเจน และสามารถส่งให้ลูกค้าดูได้ทันที เพื่อช่วยให้เกิดการตัดสินใจ
  9. การขายปลีกหรือขายส่ง ต้องพิจารณาให้ทำราคาได้ดี และควรต้องยืนราคาเดิมอย่างต่ำ 3 ปี
 

การสร้างผลงานออกแบบพื้นบ้านที่เป็นเอกลักษณ์จำเป็นต้องผสมผสานความรู้ด้านการออกแบบร่วมสมัยและภูมิปัญญาท้องถิ่นให้ได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังต้องเข้าใจการสร้างธุรกิจเพื่ออยู่รอดและสร้างเครือข่ายฐานลูกค้าให้มั่นคง เพื่อเป็นต้นทุนในการขยายธุรกิจ และพัฒนาความคิดสร้างสรรค์เพื่อต่อยอดไปในอนาคต

เรื่อง : นพกร คนไว | ภาพ : ภีร์รา ดิษฐากรณ์