image

Product Design

ETHNICA ถอดรหัสชาติพันธุ์ในงานออกแบบแฟชั่นร่วมสมัย

Published Date : 18 ก.ค. 2562

Resource : TCDC CONNECT

1,090

“เอธนิกา” (ETHNICA) หนี่งแบรนด์แฟชั่นแฮนด์เมดสไตล์นิวโบโฮ (New BoHo) จากเมืองเชียงใหม่ เป็นผลงานสร้างสรรค์โดย ทอม - ชัยวัฒน์ เดชเกิด แบรนด์เล็กๆ นี้เคยร่วมกิจกรรมกับ CEA มาบ่อยครั้ง แต่วันนี้ TCDCCONNECT สบโอกาสได้พูดคุยกับผู้ก่อตั้งแบรนด์ตัวเป็นๆ และก็เป็นไปตามคาด เขามีเรื่องราวน่าติดตามมาเล่าสู่กันฟังอย่างมากมาย

“ย้อนความหลังกันหน่อยว่าที่มาที่ไปในการทำแบรนด์นี้เริ่มต้นจากความที่ผมชื่นชอบงานแฮนด์เมดของชาวเขา เช่นพวกผ้าทอมือ เครื่องประดับเงิน ฯลฯ โดยเฉพาะของเผ่ากะเหรี่ยง หรือชาวลัวะ ที่ผลงานเขามีเอกลักษณ์ต้องตาต้องใจ” ชัยวัฒน์เปิดประเด็นกับเราสั้นๆ และด้วยความที่เขามีประสบการณ์ค้าขายบนโลกออนไลน์มาก่อน เคยส่งออกเครื่องประดับเงินไปยังต่างประเทศ ทั้งทาง eBay และ etsy ชัยวัฒน์จึงรู้ถึง insight ความต้องการในสินค้าท้องถิ่นของชาวต่างชาติอยู่แล้ว “จริงๆ ตลาดต่างประเทศมีความสนใจงานหัตถกรรมอยู่มากครับ เพียงแต่เราต้องปรับรูปแบบสินค้าให้เข้ากับการใช้งาน และวิถีชีวิตของเขาให้ได้”

เมื่อไม่นานมานี้ ชัยวัฒน์ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์กับ CEA เพื่อผลิตสินค้าไลฟ์สไตล์จากวัตถุดิบของกลุ่มชาวเขา ผลงานครั้งนั้นคือการนำเสน่ห์ผ้าทอที่ชาวเขาใช้สื่อถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรม มานำเสนอเป็นผลิตภัณฑ์แฟชั่นที่มีความร่วมสมัย พร้อมยกระดับลายผ้าเหล่านั้นให้มีคุณค่าสูงขึ้น “ในที่สุดผมก็ตัดสินใจสร้างแบรนด์ใหม่ขึ้นมาในชื่อ ETHNICA ซึ่งมีนัยยะสื่อถึงความเป็นชาติพันธุ์หรือชนเผ่าในตัวเอง”

 

ดีเอ็นเอลูกผสม

ระยะเวลาการทำงานกว่า 4 เดือนในโครงการนั้น ทำให้ชัยวัฒน์ค้นพบไอเดียใหม่ๆ มากมายที่เขาอยากจะนำมาต่อยอด  ยิ่งเมื่อได้เข้าไปคลุกคลีกับช่างฝีมือชาวเขา ยิ่งทำให้เขาเข้าใจถึงวิถีชีวิตและกระบวนการในการนำ ‘ทุนทางวัฒนธรรม’ มาพัฒนาเป็นงานออกแบบ

ETHNICA ผลิตสินค้าคอลเล็กชั่นแรกเป็นกระเป๋าผ้าฝ้ายทอมือ ซึ่งได้ประยุกต์เอาวิธีการผลิตแบบดั้งเดิมในท้องถิ่น (คือการทอผ้าด้วยกี่เอว) มาสร้างสรรค์เป็นผ้าทอปักลายแบบผสมผสาน ทำให้ผลงานกระเป๋าในคอลเลคชั่น The Founder นี้มีลุคที่แตกต่างจากสินค้าชนเผ่าทั่วๆ ไป  “งานนั้นถือเป็นคอลเลคชั่นแรกที่เราทำงานร่วมกับกลุ่มชาวลัวะครับ ลวดลายบนกระเป๋าก็คือลายกระดูกงูของชาวลัวะนั่นเอง ซึ่งถือเป็นเสน่ห์ทำให้ลูกค้าจดจำเราได้อย่างรวดเร็ว”

สำหรับแนวคิดในการทำงาน ชัยวัฒน์เล่าว่ากระบวนการออกแบบสินค้าต่างๆ ของ ETHNICA จะต้องถ้อยทีถ้อยอาศัยไปกับวัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่น และวิถีการผลิตของชาวเขาแต่ละเผ่าเป็นหลัก อย่างไรก็ดี ในฐานะนักออกแบบชัยวัฒน์ก็จะหาวัตถุดิบใหม่ๆ เข้าไปเสริมเติมแต่งในงานบ้าง ทั้งนี้เพื่อจะสร้างความแตกต่างทั้งในเชิงภาพลักษณ์และการใช้งานให้มีความร่วมสมัยยิ่งขึ้น

“เราจ้างงานกลุ่มชาติพันธุ์ให้เขาเป็นผู้ผลิตผ้าให้กับแบรนด์ครับ หลังจากนั้นจึงค่อยส่งผ้าทอที่รับซื้อไปยังโรงงาน  เพื่อขึ้นรูปผลิตเป็นสินค้าในขั้นต่อไป ซึ่งแน่นอนว่าในกระบวนการนี้มันก็มีอุปสรรคบ้าง เช่นในช่วงแรกวัตถุดิบจากชาวเขาอาจจะมีข้อผิดพลาด ไม่ได้ตรงกับรูปแบบที่เราต้องการ แต่ยังไงเสียเราก็ตัดสินใจรับซื้อไว้ทั้งหมด เพื่อแสดงถึงน้ำใจ และผูกสัมพันธ์ให้เขามั่นใจที่จะทำงานกับเราก่อน ไม่อย่างนั้นต่อไปเขาจะไม่กล้าผลิตให้ครับ”

 

“ในการทำงานกับชาวเขา ก่อนที่เราจะได้งาน เราต้องได้ใจเขาก่อน ถ้าได้ใจแล้ว เรื่องงานก็เป็นเรื่องเล็กไปโดยปริยาย”

 

ชัยวัฒน์นำประสบการณ์ในช่วงแรกๆ มาปรับจูนวิธีการสั่งผลิตผ้าจากกลุ่มชาวเขา โดยเขาเองได้คอยสังเกต พูดคุย และจัดหาอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ที่จะช่วยสนับสนุนกลุ่มผู้ผลิตให้ทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้น จนในที่สุด ETHNICA ก็ได้รับชิ้นงานที่ออกมาตรงโจทย์ตรงใจได้เป็นผลสำเร็จ

 

สื่อสารงานหัตถศิลป์ ต้องมีเสน่ห์ และเข้าใจง่าย

ในส่วนของการทำตลาด ที่ผ่านมา ETHNICA เน้นกระจายสินค้าไปวางจำหน่ายในหลายๆ ที่ผ่านรูปแบบการฝากขาย (Consignment) เช่นตามร้านที่รวมงานฝีมือของฝากจากชุมชน ในห้างสรรพสินค้า ในโรงแรม ฯลฯ รวมถึงขายเองผ่านทางเว็บเพจและเฟสบุ๊คของแบรนด์ด้วย

“คอลเลคชั่นล่าสุดของเราใช้ชื่อว่า วิถีแห่งข้าว - RICE CYCLE Collection ครับ โดยเรานำแรงบันดาลใจมาจากวิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยงที่ผูกพันกับการทำนาเป็นอย่างมาก คุณจะได้เห็นถึงสีสันของนาข้าวที่แตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล เช่นในฤดูดำนาที่ท้องนาเป็นสีโคลนดำเข้ม ในฤดูฝนที่ข้าวเติบโตเป็นสีเขียวชอุ่มสดใส เรื่อยไปจนถึงฤดูเก็บเกี่ยวที่ท้องทุ่งกลายเป็นสีทองอร่าม รายล้อมไปด้วยความชุ่มฉ่ำของสายน้ำและความพลิ้วไหวของดอกหญ้าหางกระรอก”  


นี่เองคือที่มาของกลุ่มสีสันทั้งห้าในคอลเลคชั่น RICE CYCLE อันได้แก่
สีดำโคลน - ตัวแทนแห่งท้องทุ่งในฤดูดำนา ที่ให้ลุคความแกร่งกล้าพร้อมเผชิญทุกสถานการณ์
สีเขียว - ตัวแทนของความสดชื่นงในฤดูที่ข้าวงอกงาม ทำให้นึกถึงวันชิลๆ และสัมผัสผ่อนคลาย
สีน้ำตาล - ตัวแทนของความอุดมสมบูรณ์ก่อนฤดูเก็บเกี่ยว ช่วยแต่งเติมอารมณ์คลาสสิกและความรุ่มรวย
สีน้ำเงิน - ตัวแทนแห่งสายน้ำที่หล่อเลี้ยงต้นข้าวในท้องนา เป็นโทนสีที่เข้ากับทุกลุค เหมาะกับทุกวัน
สีชมพู - ตัวแทนความงดงามพลิ้วไหวของหญ้าดอกแดง เหมาะสำหรับวันพิเศษที่สาวๆ ต้องการความเป็นเลดี้

ชัยวัฒน์เล่าว่าในคอลเล็กชั่นนี้ เขาได้ทำงานร่วมกับชุมชนชาวกะเหรี่ยงในจังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ทอผ้าด้วยกี่แบบมีเอกลักษณ์เฉพาะ นอกจากนั้นยังได้นำเส้นใยฝ้ายมาทอผสมกับเส้นใยกัญชง ทำให้ได้ผ้าทอที่มีมิติและสัมผัสที่คล้ายกับฟางข้าวมากยิ่งขึ้น

 

พลิกแพลงการผลิต เพื่อตอบโจทย์การตลาด

“ในช่วงแรกที่เริ่มทำตลาด เราวางกลุ่มเป้าหมายไว้เป็นนักท่องเที่ยวชาวตะวันตกครับ แต่หลังจากการเข้าร่วมงาน Chiangmai Design Week ปี 2016 ทำให้เราพบว่ากลุ่มคนไทยก็ให้ความสนใจกับงานของเราไม่น้อยไปกว่ากัน แต่ติดที่ราคาขายเราค่อนข้างสูงจึงเข้าถึงยาก ต่อมาเราจึงพัฒนางานคอลเลคชั่นใหม่ๆ ให้เหมาะกับตลาดคนไทยด้วย ซึ่งสามารถทำได้ด้วยการปรับกระบวนการผลิต ทำให้สินค้ามีราคาขายที่ต่ำลงได้ เพื่อจะนำไปวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าที่กรุงเทพ”  

 

“แบรนด์ที่มีชีวิตคือแบรนด์ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง เราต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ”

 

สำหรับในคอลเลคชั่นต่อไป ชัยวัฒน์กล่าวว่า ETHNICA กำลังทำงานร่วมกับชาวเขาเผ่าอาข่าที่ถนัดงานปักเป็นอย่างมาก ซึ่งเขาเองมีแผนที่จะขยายไลน์สินค้าไปสู่ตลาดใหม่เช่นในกลุ่มของตกแต่งบ้าน ของขวัญ และของที่ระลึก นอกจากนั้นก็จะให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายและพันธมิตรมากยิ่งขึ้น “ผมเชื่อว่าการเชื่อมโยงจะทำให้เกิดการแชร์ประสบการณ์ครับ ผู้ประกอบการแต่ละคนก็เจอปัญหามาไม่เหมือนกัน เรามีวิธีการแก้ที่ต่างกัน บางทีปัญหาที่เราเจอมีคนอื่นเคยแก้ไว้แล้ว เราก็นำประสบการณ์ตรงนั้นมาปรับใช้ได้”

 

เกร็ดคิดปิดท้าย

- โอกาสเป็นของคนที่ไขว่คว้าเสมอ
- การทำงานระหว่างนักออกแบบกับชุมชนต้องอาศัยความจริงใจเป็นที่ตั้ง ความเชื่อใจซึ่งกันและกันคือหนทางสู่ความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมที่สุด

 

คุณสามารถติดต่อกับนักออกแบบได้โดยตรง  
คลิก view profile เพื่อเชื่อมต่อกับ ETHNICA

 

เรื่อง : ณัฐสุภา  เจริญยิ่งวัฒนา