image

Technology & Innovation

ดึกแค่ไหนก็ไดร์ผมได้ด้วยเสียงเงียบ

Published Date : 6 พ.ย. 2562

Resource : Creative Thailand

119

ไดสัน (Dyson) คือแบรนด์อันต้น ๆ ในใจของคนรักงานดีไซน์ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มาพร้อมฟังก์ชันและราคาที่เหนือกว่าคู่แข่งอย่างมีนัยสำคัญ แต่อะไรที่ทำให้ผู้คนยอมจ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งข้าวของเครื่องใช้ฟังก์ชันเดิม แต่เพิ่มเติมคือความพิเศษที่
มากกว่า 

ไดสันเพิ่งเปิดตัวศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ขนาดมหึมาที่สิงคโปร์และมาเลเซีย โดยมีห้องแล็บสำหรับทดสอบสินค้าที่แตกต่างกันมากกว่า 22 ห้อง ด้วยเงินลงทุนกว่า 2.5 พันล้านปอนด์ “ถ้าเราทำเหมือนที่คนอื่นทำ เราก็ย่อมได้ผลลัพธ์ไม่ต่างจากเดิม” แซม เบอร์นาร์ด (Sam Bernard) ผู้อำนวยการ Dyson Global Category บอกกับสื่อมวลชนถึงเหตุที่แบรนด์สัญชาติอังกฤษรายนี้ต้องลงทุนมหาศาลในการตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างความต่างที่เรียกว่านวัตกรรม

“ไดสันเป็นแบรนด์ของคน ๆ เดียว และเขาคือเจมส์ ไดสัน (James Dyson) ผมเชื่อว่าถ้าเขาต้องการเงินมาก ๆ เขาคงเลือกจะผลิตเครื่องปิ้งขนมปัง กาน้ำ หรือหม้อหุงข้าวที่ขายดีทำเงินหลายล้านทุก ๆ ปี แต่สิ่งที่เขาอยากจะทำก็คือ การสร้างความต่างที่ไม่ใช่แค่ไม่เหมือน แต่มันต้องดีกว่า” เบอร์นาร์ดกล่าว และการทำสิ่งที่ต่างและดีกว่าคนอื่นนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย นั่นจึงทำให้ไดสันเลือกลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค 

ย้อนหลังไปเมื่อปี 1991 ที่บริษัทก่อตั้ง ไดสันเริ่มเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจากเทคโนโลยีมอเตอร์พลังสูงในเครื่องดูดฝุ่น เครื่องกรองอากาศ และไดร์เป่าผม โดยเฉพาะไดร์เป่าผมที่สาว ๆ ทั่วโลกเทใจให้กับประสิทธิภาพแบบไร้เสียงรบกวน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นผลงานจากศูนย์วิจัยและพัฒนาของแบรนด์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ชิ้นเอกโดยเฉพาะ 

"เรื่องของเสียงนั้นค่อนข้างซับซ้อน แต่ก็น่าสนใจเสมอ” พีท ดักเก็ตต์ (Pete Duckett) ผู้จัดการฝ่ายวิศวกรรมของไดสันกล่าว “เราไม่ได้มองแค่เรื่องพลังเสียง แต่เราออกแบบให้ผลิตภัณฑ์ของเรามีระดับเสียงที่สมเหตุสมผล และเหมาะกับระดับการได้ยินของมนุษย์ ที่สำคัญมันต้องเป็นเสียงคุณภาพที่นำมาสู่การตัดสินใจซื้อสินค้า”  

ในแล็บเสียงของไดสันมีไมค์รับเสียงแบบคาร์ดิออยด์ (Cardioid Microphone) ซึ่งเน้นรูปแบบการรับเสียงแบบเฉพาะด้านหน้า วางเรียงกันมากกว่า 10 ตัวเพื่อรับและวัดระดับเสียงจากการทำงานของมอเตอร์ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งผลิตภัณฑ์ของบริษัทและแบรนด์คู่แข่งเพื่อประเมินคุณภาพเสียงให้ดีที่สุดและส่งเสียงรบกวนน้อยที่สุด โดยการทดสอบเรื่องเสียงนี้จะมีการทำกันตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ยังเป็นชิ้นต้นแบบจนถึงผลิตภัณฑ์สุดท้าย 

ไดร์เป่าผมรุ่น Supersonic Hairdryer ของไดสันได้รับการยอมรับว่าเป็นไดร์เป่าผมที่มีเสียงเงียบที่สุด โดยการเติมใบพัดพิเศษเพิ่มเข้าไปเป็น 13 ใบพัด จากปกติ 11 ใบพัดในมอเตอร์ เพื่อสร้างคลื่นความถี่เสียงที่สูงเกินกว่าที่มนุษย์จะได้ยิน 

ความหลงใหลในการสร้างเสียงของไดสันยังไปไกลถึงขั้นการประกวดไอเดียที่ในการใช้ผลิตภัณฑ์และมอเตอร์ของไดสันมาเป็นเครื่องดนตรีเพื่อบรรเลงร่วมกับวงออร์เคสตรา ซึ่งแม้จะเป็นเพียงการทดลอง แต่ก็แสดงให้เห็นถึงการก้าวไปอีกขั้นของจินตนาการที่เทคโนโลยีสุดล้ำจะมาอยู่ร่วมกับเสียงดนตรีคลาสสิกของมนุษยชาติ 

เคล็ดลับความสำเร็จของแบรนด์ นอกจากการลงลึกในรายละเอียดเรื่องเสียงแล้ว ไดสันยังให้การสนับสนุนภาคการศึกษาอย่างมหาวิทยาลัยอ็อกซฟอร์ด เคมบริดจ์ และคิงส์คอลเลจ เพื่อวิจัยและพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ กับแบรนด์เสมอ สิ่งนี้เองที่ทำให้สินค้าของแบรนด์มีราคาสูงกว่าคู่แข่ง “เราไม่ต้องการแค่ทำให้ดี แต่เราจะทำให้ดีที่สุด นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เราลงทุนกับผลิตภัณฑ์ของเรา เพราะเราไม่ต้องการที่จะประนีประนอมกับความไม่สมบูรณ์แบบใด ๆ” 

ที่มาภาพ : dyson.com

ที่มา : 
บทความ “Dyson's first hairdryer emits a sound "beyond the audible range for humans" (27 เมษายน 2016) โดย Alice Morby จาก dezeen.com 
บทความ “Not Just Design and Function, Dyson Even Obsesses About How Its Appliances Sound to Your Ear” (19 ธันวาคม 2018) โดย Jagmeet Singh จาก gadgets.ndtv.com
บทความ “The Dyson Symphony — A song of sound and science” (23 เมษายน 2018) จาก medium.com

เรื่อง : พัชรินทร์ พัฒนาบุญไพบูลย์