image

Design & Creativity

DIP2017: Final Review นำเสนอความเป็นไปได้ใหม่จากข้อจำกัดของทีม Primary Workshop

Published Date : 10 เม.ย. 2561

Resource : Creative Thailand

144

ผลลัพธ์จากโปรเจ็กต์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายใต้โครงการ Designing Impact Program 2017 นั้นเป็นไปเพื่อความต้องการในการสร้างความตระหนักรู้และการร่วมแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมผู้สูงอายุ เกิดเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ขับเคลื่อนสังคม จากการเข้าร่วมของทั้ง 4 ทีมตั้งแต่วันแรกจนถึง Final Review ซึ่งเป็นการนำเสนอผลงานที่ได้พัฒนาจากกระบวนการบ่มเพาะต่อทีมคณะกรรมการ Jury ทีม Facilitator และผู้เชี่ยวชาญรับเชิญจาก ChangeFusion ในวันที่ 21 ธันวาคม 2560 

ระบบออนไลน์ที่จับคู่ผู้เช่าและเจ้าของบ้านจากพื้นฐานความสนใจและรูปแบบการใช้ชีวิตที่คล้ายคลึงกัน การออกแบบพื้นที่ใช้งานในบ้านที่การันตีความสัมพันธ์ของคนในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใช้งานหลัก เช่น ห้องอาหาร ห้องน้ำ ส่วนซักล้าง สวน ห้องสมุด จนถึงห้องออกกำลังกาย ที่สามารถปรับมาเป็นพื้นที่ส่วนรวมและพื้นที่ส่วนตัวได้ โคแฮบิทจึงทำการออกแบบพื้นที่ 4 ส่วนให้สามารถมีฟังก์ชั่นการใช้งานร่วม ได้แก่ ห้องครัว ห้องน้ำ ห้องสมุด และผนังอินเตอร์แอ็คทีฟ ด้วยระบบส่วนกลางที่แชร์น้ำ ไฟฟ้า อินเทอร์เน็ตร่วมกัน โดยเป็นระบบที่สามารถใช้ได้ทั้งกับที่อยู่อาศัยในรูปแบบบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ และบ้านต่อเติม พร้อมให้บริการให้คำปรึกษาสำหรับเจ้าของบ้านที่ต้องการต่อเติมหรือปรับปรุงพื้นที่บ้านเพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ในพื้นที่ได้สูงที่สุดอีกด้วย นอกจากนี้ โคแฮบิท ยังการันตีเรื่องการปฏิบัติการและเชิงเทคนิค เช่น การซ่อมแซมสิ่งของ หรือเรื่องระบบสาธารณูปโภคที่อาจเกิดปัญหาระหว่างการอยู่อาศัย

ระบบการจับคู่บ้านที่ประเมินจากลักษณะบุคคล เช่น อายุ อาชีพ สถานะ ความสนใจ รูปแบบการใช้ชีวิต เพื่อนำข้อมูลไปวิเคราะห์ได้อย่างแม่นยำมากที่สุด โดยทางผู้เช่าก็เป็นได้ทั้งคนที่มองหาพื้นที่อยู่อาศัยหรือพื้นที่สำนักงาน อาจเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความต้องการพื้นที่ใช้งานและการเปิดใจพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จากผู้สูงอายุที่อยู่ร่วมกัน ระบบออนไลน์นี้ยังสามารถเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อยอดเพื่อใช้งานจริงได้ในประเทศอื่นๆ ทั่วโลกอีกด้วย 

Recommendation

 
  • เป้าหมายในการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนต่างวัยนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่มีข้อควรระวังเรื่องเส้นแบ่งระหว่างความเป็นส่วนตัวและความเป็นส่วนรวมเมื่อต้องอาศัยอยู่ร่วมกันจริงๆ เพราะประเทศไทยไม่ได้โครงสร้างวิธีคิดที่เข้าใจเรื่องการใช้พื้นที่สาธารณะหรือการอยู่ร่วมอาศัยกับผู้อื่นเหมือนในหลายประเทศ โครงการนี้จึงมีศักยภาพในการสร้างมุมมองหรือปรับทัศนคติใหม่เกี่ยวกับการสนับสนุนการใช้พื้นที่สาธารณะของคนไทยได้อย่างแท้จริง 
  • ควรกำหนดทิศทางว่าเป็นการออกแบบ Inclusive Design เพื่อสร้างความชัดเจนว่าเป็นการออกแบบบเพื่อทุกคน มากกว่าเป็นการออกแบบเพื่อผู้สูงอายุฝ่ายเดียว เป็นช่องทางในการเสริมสร้างสังคมที่ทำให้คนทุกกลุ่มอยู่ร่วมกันได้อย่างดีขึ้น จนสามารถเป็น Inclusive Community ได้ต่อไป
  • การอยู่ร่วมกันภายใต้การทำความเข้าใจในเงื่อนไขที่กำหนดไว้แล้ว แต่ก็จำเป็นต้องมีทางเลือกในการเข้า-ออกพื้นที่ โดยไม่เป็นการบังคับให้มีปฏิสัมพันธ์กันทุกคนเวลา เช่น สามารถเข้าใช้พื้นที่ส่วนกลางได้โดยมีระบบการแจ้งเตือนว่าพื้นที่นั้นมีคนใช้งานอยู่หรือไม่ อาจเป็นในลักษณะป้าย available
  • ข้อดีของโปรเจ็กต์นี้คือความสามารถในการสร้างความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจได้จริง เพราะเกิดการแบ่งปันเมื่อไหร ค่าใช้จ่ายก็จะลดลงตาม เช่น การแบ่งค่าทำสวนร่วมกัน ทำให้ผู้อยู่อาศัยร่วมเหลือเงินไปทำอย่างอื่น โปรเจ็กต์นี้ยังมีศักยภาพในอีกหลายด้าน เช่น การฝากบ้านในช่วงที่ไม่อยู่หรือการแชร์เมนูอาหารร่วมกัน
  • ในระยะแรกโครงการควรจะเริ่มจากการพัฒนาระบบให้มีความน่าเชื่อถือก่อนแล้วจึงไปพัฒนาส่วนกายภาพอื่นๆ ต่อไป

เวิร์กช็อปนี้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบ่มเพาะในโครงการ Designing Impact Program 2017 สามารถติดตามชมและทดลองผลงานต้นแบบของผู้เข้าร่วมโครงการ Designing Impact Program 2017 ได้ที่นิทรรศการ “Dear Elders, สวัสดีตัวฉันในอนาคต” ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม – 29 เมษายน 2561 (ปิดวันจันทร์) เวลา 10.30-21.00 น. ณ ห้องแกลลอรี ชั้น 1 อาคารส่วนหลัง TCDC
ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.zipeventapp.com/e/dear-elders-exhibition
FB: https://www.facebook.com/DesigningImpactProgram/
Website: https://dip.tcdc.or.th/th/