image

Design & Creativity

จากญี่ปุ่น 'ใช้เก่ง' สู่ญี่ปุ่น 'ใช้เป็น'

Published Date : 3 ก.ค. 2562

Resource : Creative Thailand

1,621

จากญี่ปุ่น 'ใช้เก่ง' สู่ญี่ปุ่น 'ใช้เป็น'

เรียนรู้ทัศนะญี่ปุ่น 6 ศตวรรษ ที่เปลี่ยนวิถีบริโภคให้ยั่งยืนตลอดกาล ด้วย Long Live Design กับ Yuki Aima, President of D&Department Japan

จะเห็นได้ว่ามีเพียงข้อเดียวในกฎแห่งการออกแบบอย่างยั่งยืนที่เกี่ยวกับการออกแบบรูปลักษณ์ภายนอก นั่นคือ "สวยงาม" แล้วแท้จริง การจะออกแบบให้ยั่งยืน ต้องใช้อะไร?

ก่อนที่จะรู้ว่าเราจะใช้อะไรในการออกแบบสิ่งที่ไม่เป็น 'ของเหลือ' แต่เป็น 'ของดีที่มีอายุการใช้งานยาวนาน' เราต้องทำความรู้จักกับทัศนะแบบญี่ปุ่นเสียก่อน

ยุค 1960 เศรษฐกิจญี่ปุ่นเติบโตอย่างก้าวกระโดด การจัดงานโตเกียวโอลิมปิก ในปี 1964 คือสัญลักษณ์ของการเฉลิมฉลองการกลับมายิ่งใหญ่ของดินแดนอาทิตย์อุทัยหลังสงครามโลก ญี่ปุ่นมี "ชิงกันเซ็น" อันเป็นสัญลักษณ์ของการพัฒนาเครือข่ายการคมนาคมที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ยุค 1980 ญี่ปุ่นก้าวสู่ยุคแห่งการ ผลิตมาก - บริโภคมาก และการเปิดรับกระแสโลกาภิวัฒน์ ยุคนี้นับเป็นช่วงพีคที่สุดของญี่ปุ่น โรงงานอุตสาหกรรมเต็มไปด้วยออเดอร์สั่งผลิต ผู้คนก้าวสู่ยุคแห่งการบริโภคนิคมอย่างเต็มตัว ร้านค้าเฟื่องฟู ชั้นวางของเต็มไปด้วยสินค้าจำนวนมากมาย (หากนึกภาพไม่ออก ให้นึกถึงร้านดองกี้มอลล์หรือไดโซะที่เต็มไปด้วยสินค้าแทบทุกประเภทที่เราจะนึกถึงได้) 

แต่บรรดาข้าวของเต็มร้าน ของที่ดีคืออะไร และยุคบริโภคนิยมยังทำให้ชาวญี่ปุ่นต้องเผชิญหน้ากับปัญหาขยะจำนวนมากในประเทศ ซึ่งพบว่าในบรรดาข้าวของที่ถูกโยนทิ้งนั้น หลายชิ้นยังสามารถนำมาใช้ต่อได้

ยุค 2000 ยุคที่ทั่วโลกพบกับภาวะ "ฟองสบู่แตก" เศรษฐกิจชะลอการเติบโต วิกฤติหุ้น บรรดานักออกแบบถูกลดบทบาทลงอย่างชัดเจน โรงงานผลิตของออกน้อยลง แล้วนักออกแบบจะทำหน้าที่อะไร หรือมีบทบาทอย่างไรในโลกที่เปลี่ยนแปลง

ยุค 2010 ยุคแห่งการปรับแนวคิด "สร้างของดี ใช้ได้ยาวนาน" นักออกแบบชาวญี่ปุ่นจำนวนมาก ปรับเปลี่ยนทัศนคติ จากการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้จำนวนมากๆ กลับสู่ข้าวของที่ผลิตในท้องถิ่น เริ่มมีการจัดนิทรรศการที่แสดงเฉพาะ "ของดี" ในแบบญี่ปุ่นมากขึ้น และทั่วโลกก็เริ่มยอมรับของดีที่ผลิตขึ้นที่ญี่ปุ่นเช่นกัน

ปี 2019 กลับสู่ชนบท เป็นเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก เข้าหาชุมชน นี่คือเทรนด์ใหม่ล่าสุดของคนญี่ปุ่นในวันนี้ พวกเขาโหยหาวิถีชีวิตแบบท้องถิ่น หวงแหนและอนุรักษ์สิ่งที่เป็นมรดกตกทอดทางวัฒนธรรมและการดำเนินชีวิต คนรุ่นใหม่สนใจปรับปรุงบ้านเก่า อาคารร้าง ให้กลายเป็นที่อยู่หรือร้านรวงเพื่อต้อนรับคนรุ่นใหม่มากขึ้น

เมื่อยุคเฟื่องฟูแบบบริโภคนิยมจบลง แนวคิดการสร้าง Lifetime Product / Long-Seller / Classic Item จึงเริ่มต้นขึ้น ด้วยการค้นหา "อัตลักษณ์" และตัวตนที่แท้จริงมาใส่ในงานออกแบบ

60 vision
©d-department.com

D&Department Japan ค้นหา "อัตลักษณ์" ของญี่ปุ่นผ่านโครงการที่น่าสนใจหลากหลายโครงการ เช่น 

  1. 60 vision เป็นการนำแนวคิดพัฒนาแบรนด์ด้วย core product ของบริษัทเก่าแก่ต่างๆ มาผลิตใหม่ มีการย้อนไปดูโปรดักส์ที่เป็นชิ้นคลาสสิกซึ่งเคยผลิตในยุค 1960 มาปรับให้เข้ากับวิถีชีวิตปัจจุบัน ที่นอกจากจะเป็นการสร้างโปรดักส์ใหม่แล้ว สินค้าเหล่านี้ยังได้พัฒนาตลาดใหม่ให้เป็นของตัวเองได้อีกครั้ง เช่น ชุดโซฟาหนังแบบดึงดุมซึ่งเคยเห็นกันในห้องผอ. รร. มัธยม แต่ปัจจุบันโซฟาเหล่านั้นถูกผลิตขึ้นใหม่เพื่อใช้ในคาเฟ่สุดฮิปใจกลางเมือง เป็นต้น 
     
  2. d47 Museum พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดง ณ ตึกฮิคาริเอะ ย่านชิบูย่า นำเสนอการเรียนรู้อัตลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่นที่มีทั้งหมด 47 จังหวัด ผ่านการเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์เดิมกับผลิตภัณฑ์ใหม่ในแต่ละจังหวัดในธีมต่างๆ กัน เช่น Gift, Supermarket product, Brewery, Craft, Food ฯลฯ
     
  3. ร้าน D&Department ร้านค้าจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของแต่ละจังหวัดที่มีการออกแบบให้เข้ากับอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ เช่น ร้านที่สาขา Tokyo จะมีคาเฟ่ที่ใช้วัตถุดิบเฉพาะที่มีในโตเกียวเท่านั้น หรือร้านสาขาโอกินาว่า มีเป็นคาเฟ่ร้านชาในท้องถิ่นตั้งอยู่ริมชายหาดอันโด่งดังของเมืองโอกินาว่า 

  4. dshool คอร์สอบรมเพื่อสร้างความยั่งยืนต่างๆ ให้เกิดขึ้นได้จริง เช่น การนำเสื้อผ้าที่ถูกทิ้งกว่าล้านตันในแต่ละปี มาย้อมสีที่เป็นเทรนด์ล่าสุดเพื่อนำกลับมาจำหน่ายใหม่ รวมถึงยังเปิดให้ได้เรียนรู้เรื่องราวทางศิลปวัฒนธรรมต่างๆ ของประเทศด้วย
     
  5. d Design travel นิตยสารที่นำเสนอเรื่องราวการออกแบบอย่างยั่งยืน หรือ Long Life Design เพื่อเน้นย้ำถึงความสำคัญของการนำวัตถุดิบและความเป็นท้องถิ่นขึ้นมาพัฒนา ด้วยมุมมองของการสร้างแบรนด์ และการสื่อสารกับผู้คนในวงกว้างมากขึ้น ผลงานการผลิตจากทีมงานที่ลงไปร่วมกับคนในท้องถิ่น บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางไปใน 47 จังหวัดของญี่ปุ่น เพื่อคัดสรรสินค้าท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ก่อนนำมาจัดทำเป็นข้อมูลเผยแพร่ทั้งทางออนไลน์และตีพิมพ์ออกมาในรูปแบบนิตยสาร 

ทั้งหมดนี้ พิสูจน์แล้วว่าแนวคิด Long Live Design นั้นอาจจะยาก แต่หากเราทำได้ ก็คือการสกัดเข้าไปถึง Core Idea ในการบริโภคของมนุษย์ยุคใหม่ที่จะยั่งยืน และส่งผลกระทบทางลบทั้งต่อเรา ต่อชุมชน และต่อโลกน้อยที่สุดนั่นเอง :)

ที่มาภาพ : D&Department

ผู้เขียน : กองบรรณาธิการ