image

Workshop & Training

เรียนรู้เคล็ดลับการถ่ายภาพแบบ Creative Photography ด้วยสมาร์ทโฟนของคุณ

Published Date : 4 มี.ค. 2562

Resource : TCDC CONNECT

801

เพราะเราเชื่อว่าทุกคนสามารถถ่ายรูปสวยๆ ได้ เพียงแค่คุณรู้เคล็ดลับและเทคนิกต่างๆ คุณก็จะถ่ายรูปได้ดีขึ้น และสนุกขึ้นได้เหมือนมืออาชีพ บริษัท Apple Thailand เชื่อเช่นนี้จึงได้เชิญช่างภาพมืออาชีพ ตี๋ - สันต์ทัศน์ บุญสรรค์สร้าง มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์และจัดเวิร์คช็อปสอนเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในการถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟน (ยี่ห้อใดก็ได้) เพื่อให้ผู้ประกอบการและนักออกแบบที่เข้าร่วมแสดงงานในเทศกาลออกแบบกรุงเทพ (Bangkok Design Week 2019) ได้นำไปประยุกต์ใช้กับการนำเสนอผลงานของตนเองอย่างมั่นใจ

สำหรับเวิร์คช็อปนี้สันต์ทัศน์กล่าวว่าประเด็นหลักที่เขาตั้งใจนำมาแบ่งปันคือเทคนิกการทำงานกับภาพถ่ายบนมือถือเพื่อดึง ‘จุดขาย’ ของสินค้า เริ่มตั้งแต่การจัดองค์ประกอบภาพ การสร้างแสงเงาและบรรยากาศ การใช้แอพและฟิลเตอร์ต่างๆ เพื่อสร้างอารมณ์ของภาพ ไปจนถึงกฎควรรู้และเทคนิกพื้นฐานในการถ่ายรูปสินค้าให้ ‘สวยปัง’ แบบไม่ต้องเครียด

 

How to Design Final Image - พื้นฐานที่ดีจะนำไปสู่การพลิกแพลงผลลัพธ์ที่ดีได้

สันต์ทัศน์กล่าวว่าแม้คุณจะไม่ได้เป็นช่างภาพมืออาชีพ แต่ในการถ่ายรูปทุกครั้งก็มีสิ่งที่คุณต้องคิดพิจารณาถึงเสมอ 3 เรื่อง นั่นก็คือ 

  1. เทคนิกการถ่ายภาพที่จะใช้
  2. องค์ประกอบและอารมณ์ของภาพที่ต้องการ
  3. วิธีที่จะปรับแต่งภาพในตอนท้าย
     

เทคนิกการถ่ายภาพ

ในข้อแรกนี้ สันต์ทัศน์หมายถึงการที่เราต้องทำความรู้จักอุปกรณ์ที่เราจะใช้ในการถ่ายภาพก่อน เช่น จะใช้กล้องอะไร ใช้เลนส์แบบไหน หรือถ่ายผ่านมือถือด้วยแอพพลิเคชั่นใด ฯลฯ รวมไปถึงต้องเรียนรู้หลักการพื้นฐานเกี่ยวกับชัตเตอร์สปีด  การเปิดรูรับแสง การตั้งค่า ISO และอุปกรณ์ต่อพ่วงสำหรับมือถือด้วย (ถ้ามี) 

- ในเวิร์คช็อปที่เจาะลึกเรื่องการถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟนนี้ เขาได้อธิบายถึงจุดเด่นและคุณลักษณะของกล้องมือถือให้ผู้ร่วมเวิร์คช็อปเข้าใจพอสังเขป พร้อมทั้งยกตัวอย่างการใช้งานแอพที่น่าสนใจจำนวนหนึ่ง เช่น VSCO, ProCam และ NightCap

- ในส่วนของเลนส์มือถือ ข้อแนะนำเบื้องต้นคือหากสามารถเลือกใช้กล้อง 2 เลนส์ได้ ก็จะเป็นข้อได้เปรียบในการถ่ายภาพสินค้าอย่างมาก

- โดยปกติแล้วการตั้งค่ารูรับแสงในกล้อง DSLR จะส่งผลต่อระยะชัดตื้น-ชัดลึก แต่การถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟนมีข้อจำกัดตรงนี้ เพราะมีค่ารูรับแสงแบบเดียว

- กฎง่ายๆ เรื่องการตั้งค่า ISO คือ ถ้า ISO น้อย ภาพจะมืด ถ้า ISO มาก ภาพจะสว่าง

- ชัตเตอร์สปีด กับ ISO มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันแบบไม้กระดก (ถ้าตัวหนึ่งขึ้นสูง อีกตัวหนึ่งจะลงต่ำ) สันต์ทัศน์แนะนำว่าเวลาตั้งค่าให้เริ่มจาก ISO ก่อน แล้วค่อยปรับชัตเตอร์สปีดขึ้นลงตามหลัง โดยในส่วนนี้ให้สังเกตว่าภาพมี noise เกิดขึ้นมากเกินไปหรือไม่ หรือเรายังสามารถถือกล้องให้นิ่งได้หรือไม่ (มือไม่สั่น)

- ในส่วนของ White Balance (W/B) ถ้าถ่ายภาพมาแล้วพบว่า W/B ไม่โอเค เราสามารถใช้แอพชื่อ Snapseed ช่วยปรับตามหลังได้ ซึ่งเป็นแอพที่ใช้ง่ายมาก แม้ไม่ใช่มืออาชีพก็สามารถทำให้ภาพสวยได้

 

องค์ประกอบและอารมณ์ของภาพที่ต้องการ

ในข้อสอง สันต์ทัศน์แนะให้ผู้ร่วมเวิร์คช็อปลองพิจารณาถึงทางเลือกและอุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่จะช่วยให้สมาร์ทโฟนถ่ายภาพได้สวยขึ้น อาทิ
 

- ให้มองแสง’ เป็นอุปกรณ์เสริมอย่างหนึ่งด้วย ในปัจจุบันมีอุปกรณ์เสริมที่ช่วยแก้ไขเรื่องแสงสว่างโดยเฉพาะหลายตัว ยกตัวอย่างเช่น อุปกรณ์ที่ช่วยแก้เรื่องแสงกระพริบ (ไฟสั่น) เอาไว้ใช้กับการถ่ายภาพแบบ slow motion ได้ดีมาก

- ระหว่าง เต๊นท์’ กับ ‘โต๊ะถ่ายภาพ’ จะเลือกใช้อะไรดี? ข้อนี้ให้คิดง่ายๆ ว่าจุดเด่นของเต๊นท์คือภาพสินค้าจะไม่มีเงาเกิดขึ้นเมื่อใช้แฟลช (เพราะแสงจะเด้งไปมาในเต๊นท์จนตัวสินค้าสว่างทั้งชิ้น) ในทางตรงกันข้าม การถ่ายบนโต๊ะจะทำให้เกิดแสงเงาขึ้น ดังนั้นตัวเลือกจึงขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการมู้ดภาพแบบไหนสำหรับแบรนด์ของเรา

- การใช้ แผ่นอะคริลิกใส’ รองด้านใต้ตัวสินค้าจะช่วยให้เกิดเงาสะท้อนขึ้นมาได้

- แต่หากต้องการตัดแสงสะท้อนออกจากภาพ การใช้ ฟิลเตอร์’ เข้าช่วยเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด

- แอพพลิเคชั่นแนะนำสำหรับทั้งการถ่ายภาพและถ่ายวิดีโอ ได้แก่ ProCam, FiLMiC Pro

- เฉพาะในมือถือยังมีอุปกรณ์เสริมเพื่อการถ่ายภาพอีกมากมาย เช่น การถ่ายวิดิโอแบบ time-lapse หรือแบบ slow motion