image

Business & Industrial

Creative Economy Agency

Published Date : 1 ก.ย. 2561

Resource : Creative Thailand

510

จากนโยบายผลักดันให้ไทยก้าวสู่การเป็น ‘เสือตัวที่ 5 แห่งเอเชีย’ ในช่วงทศวรรษ 2530 ต่อด้วยการพัฒนาเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจก้าวหน้าและรายได้สูงจากภาคอุตสาหกรรมที่เรียกว่า ‘นิกส์’ (NICS: New Industry countries) หรือประเทศอุตสาหกรรมใหม่ จนกระทั่งถึงยุคแห่งการพัฒนาเศรษฐกิจบนฐานรากความรู้และความคิดสร้างสรรค์ (Creative Economy) ในยุคแห่งเทคโนโลยีดิจิทัลตามนโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0” เราต่างต้องฝ่าฟันความท้าทายมาแล้วมากมาย ต้องใช้เวลาเยียวยาบาดแผลทางเศรษฐกิจยาวนาน และได้เรียนรู้บทเรียนสำคัญที่จะนำพาประเทศให้ก้าวต่อได้อยู่เสมอ

ในวันนี้ ไทยยังคงไม่ได้เป็นเจ้าของทรัพยากรธรรมชาติอันมีค่ามหาศาลอย่างน้ำมันหรือเทคโนโลยีชั้นสูงที่จะขยับจีดีพีได้อย่างก้าวกระโดด ขณะที่สถานการณ์โลกซึ่งเครื่องจักรกำลังเข้ามาแทนที่แรงงานมนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆ ก็กำลังเขม็งเกลียวให้ต้องเร่งปรับตัว เราไม่อาจปฏิเสธว่าประเทศไทยที่รุ่มรวยไปด้วย ‘ทรัพยากรทางวัฒนธรรม’ และ ‘ความคิดสร้างสรรค์’ ซึ่งไม่เคยขาดแคลนนั้น สามารถเป็นต้นทุนสำคัญที่แปลงสู่การสร้างคุณค่าและมูลค่าได้อย่างไม่น้อยหน้าทรัพยากรอื่นๆ และเป็นอีกหนึ่ง “ทางรอด” สำคัญของไทยภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2561 ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) จึงได้รับการยกระดับและจัดตั้งตามพระราชกฤษฎีกาเป็นสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ สศส. ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า Creative Economy Agency (Public Organization) เรียกโดยย่อว่า CEA เพื่อทำหน้าที่ส่งเสริมให้เศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจ และสนับสนุนให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตสินค้าและบริการที่มีมูลค่าสูงบนพื้นฐานแนวคิดสร้างสรรค์ในทุกๆ ภาคส่วน ด้วยการลดข้อจำกัดต่างๆ ที่เคยมี พร้อมพัฒนากระบวนการใหม่ๆ บนพื้นฐานขององค์ความรู้ ทรัพย์สินทางปัญญา และการศึกษาวิจัยซึ่งเชื่อมโยงกับวัฒนธรรม ไปจนถึงการปรับเปลี่ยนและสนับสนุนให้เกิดระบบนิเวศสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ที่นำไปสู่การหลุดจากกรอบกับดักรายได้ปานกลาง และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชากร

การที่รัฐบาลเล็งเห็นถึงความสำคัญในการขับเคลื่อน “เศรษฐกิจสร้างสรรค์” อย่างจริงจัง ซึ่งเป็นระบบเศรษฐกิจที่ไม่ได้พึ่งพาเพียงความสามารถทางการผลิต การเป็นเจ้าของทรัพยากรธรรมชาติ หรือแรงงานราคาถูกที่ผันผวนไปตามราคาสินค้าในตลาดโลก และเสี่ยงต่อการถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ ในครั้งนี้ นับเป็นการลงทุนครั้งสำคัญที่ต้องแบกรับความเสี่ยงครั้งใหญ่ เพื่อสร้างโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าแบบที่เรียกว่า High risk, High return ตามธรรมชาติของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ผ่านการทำงานร่วมกันแบบบูรณาการของหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรัฐบาลไม่ได้คาดหวังเพียงการสร้างผลกระทบเชิงบวกในภาคเศรษฐกิจของประเทศเท่านั้น แต่คือการสร้างวัฒนธรรมการทำงานอย่างสร้างสรรค์ (Creative Work Culture) ร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ทั้ง 12* สาขา1  ที่ทุกภาคส่วนจะ ‘เปิดใจ’ ในการประสานพลังความร่วมมือ เพื่อสร้างสรรค์โอกาสใหม่ๆ ให้กับประเทศอย่างแท้จริง

__________________
* อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ 12 สาขา ตามนิยามของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้แก่ 1) กลุ่มอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย 2) กลุ่มอุตสาหกรรมโฆษณาไทย 3) กลุ่มธุรกิจการให้บริการด้านสถาปัตยกรรมไทย 4) กลุ่มอุตสาหกรรมซอฟท์แวร์ไทย 5) กลุ่มธุรกิจการแพร่ภาพและกระจายเสียงไทย 6) กลุ่มอุตสาหกรรมการพิมพ์ไทย 7) กลุ่มอุตสาหกรรมการออกแบบไทย 8) กลุ่มอุตสาหกรรมดนตรีของไทย 9) กลุ่มอุตสาหกรรมทัศนศิลป์ไทย 10) กลุ่มอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย 11) กลุ่มอุตสาหกรรมศิลปะการแสดงไทย และ 12) กลุ่มอุตสาหกรรมหัตถกรรมไทย

ที่มาภาพ: Unsplash.com/David Iskander

กิตติรัตน์ ปิติพานิช
บรรณาธิการอำนวยการ