image

Handicraft

Clay – more มากกว่าดินคือวัฒนธรรมถิ่นอีสานในงานเซรามิค

Published Date : 3 พ.ค. 2562

Resource : TCDC CONNECT

1,874

ในงาน ISAN Creative Festival ที่ขอนแก่นนอกจากโชว์เคสงานศิลปะและดีไซน์ที่เกี่ยวกับภูมิปัญญาอีสานแล้ว ยังมีการออกร้านผลิตภัณฑ์ที่หยิบอัตลักษณ์ถิ่นอีสานมาสร้างเป็นสินค้าร่วมสมัยมากมาย นอกจากจะทำให้คนต่างภาคได้เห็นว่าอีสานมีดีอะไร คนอีสานเองก็สามารถมองถิ่นเกิดในมุมที่ต่างออกไป ใช้ไอเดียมาพัฒนาเป็นธุรกิจ โดยที่ไม่ต้องจากบ้านไปไหนไกล

หนึ่งในนั้นคืองานปั้นกระถางของ Clay–More Studio ซึ่งริเริ่มขึ้นมาจากความชอบในงานปั้นดินและความรักธรรมชาติของอ.เปิ้ล – ดร.ณัฏฐพงศ์ พรหมพงศธร อาจารย์ด้าน Industrial Ceramic Design สาขาวิชาการออกแบบอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

อาจารย์หนุ่มคนตรัง เดินทางมาเป็นอาจารย์สอนเซรามิคที่ขอนแก่นเมื่อ 9 ปีที่แล้ว ช่วงเริ่มทำงานใหม่ๆ เขาพอมีเวลาว่าง จึงใช้ไปกับงานอดิเรกคือการปลูกต้นไม้ และลองทำกระถางเอง ช่วงแรกก็ทำเล่นๆ โพสต์ภาพกระถางในเพจ จนมีคนเห็นและขอซื้อ เขาจึงขายบ้าง แต่ไม่ได้เน้นขาย พอเห็นว่าคนสนใจจึงทำเพจที่ชื่อว่า Clay-More Studio ขึ้นมา “ผมใช้ดินแบบหนึ่งทำกระถาง ดินปลูกต้นไม้ก็อีกแบบหนึ่ง ผสมดินผสมปุ๋ยเอง สำหรับผมดินจึงมีความหมายมากกว่าดิน”

 

อัตลักษณ์อีสานในงานเซรามิค

เพราะเป็นคนใต้ที่มาอยู่อีสาน ช่วงแรกอ.เปิ้ลก็ไม่ค่อยเข้าใจวัฒนธรรมอีสานเท่าไร แต่มีจุดเปลี่ยนจากการสอนนักศึกษาซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวอีสาน ไม่ค่อยมีเด็กจากภาคอื่นมาเรียนมาก แต่เขาสังเกตว่าในยุคนั้น งานออกแบบที่ใช้แรงบันดาลใจจากท้องถิ่นแทบไม่มีเลย

“ผมมาสอนที่อีสาน ผมได้เดินทางไปในหลายจังหวัดผ่านการไปทำโครงการต่างๆ ไปดูผลิตภัณฑ์หัตถกรรมพื้นบ้านในพื้นที่อีสาน พบว่ามีศิลปวัฒนธรรมซ่อนอยู่เต็มไปหมด ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถนำมาสร้างสรรค์เป็นรูปแบบใหม่ที่ทำให้คนเมืองหรือต่างชาติมาซื้อได้ แต่ปรากฏว่าในระดับมหาวิทยาลัย นักศึกษากลับไม่ได้แรงบันดาลใจเหล่านี้มาทำงานเลย เขาก็ไปตามกระแสในโลกอินเตอร์เน็ท ทำงานออกแบบเหมือนงานต่างชาติซึ่งเป็นดีไซน์กระแสหลัก”

แต่เขาคิดว่าภูมิปัญญาอีสานมีดีน่านำมาทำงาน ก็เป็นช่วงจังหวะที่เขาเรียนต่อปริญญาเอก ในคณะศิลปกรรมศาสตร์ เขาเลือกศิลปวัฒนธรรมโดยตรง จึงเดินทางเก็บข้อมูลวัฒนธรรมอีสาน ศึกษาถึงรากเหง้า และนำมาสร้างงาน

งานชุดแรกๆ  อ.เปิ้ลหยิบจับลวดลายไม่ว่าจะเป็น ‘ฮูปแต้ม’ จิตรกรรมฝาผนังของอีสาน หรือลวดลายในลายผ้าอีสาน เช่น ผ้าขิด มาทำงานดีไซน์ ซึ่งทำออกมาได้ดี เช่น เอาลายของฮูปแต้มมาผนวกกับเซรามิคและนำไปเผาแบบ ‘รากุ’ ซึ่งเป็นเทคนิคเผาจากต่างชาติ  ออกมาเป็นงานคราฟต์ร่วมสมัย ที่มีความเฉพาะตัว

ผลงานดีก็ได้เดินทางต่อ เมื่อผลงานชุดนั้นซึ่งแสดงในหอศิลป์ของม.ขอนแก่น ได้ไปสะดุดตาศิลปินเกาหลี อ.เปิ้ลจึงได้รับเชิญไปแสดงงานร่วมกับกลุ่มศิลปินเกาหลี ที่หอศิลป์จามจุรี เมื่อปี 2014 ในชื่องานที่เกี่ยวกับความแตกต่างหลากหลาย

จากนั้นอ.เปิ้ลก็ได้ออกแบบงานส่งเข้าประกวดผลิตภัณฑ์เชิงวัฒนธรรมและภูมิปัญญา ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ปี 2015 เขาส่งงานแจกันลวดลายฮูปแต้มเข้ารอบ 40 คนสุดท้าย แต่ยังไม่ได้รับรางวัล

ปีต่อมา 2016 ในงานประกวดเดียวกัน ภายใต้โจทย์ผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกไม่จำกัดวัสดุ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถซื้อและนำขึ้นเครื่องบินได้ เขาได้ส่งผลงานชุดที่พัฒนาจากลายขิดอีสานมาเป็นจานรองแก้ว และชุดกำยานเทียนหอม ซึ่งสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศไปได้