image

Business & Industrial

Chva ชวา คุณค่าใหม่ของผักตบชวา

Published Date : 28 ต.ค. 2563

Resource : TCDC CONNECT

8,815

ในยุคที่การสั่งซื้อสินค้าออนไลน์เติบโตแบบทวีคูณ จะดีกว่าไหมถ้ามีทางเลือกให้การบรรจุหีบห่อเพื่อจัดส่งสินค้าอย่างปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เปิดโอกาสให้ผลิตภัณฑ์กันกระแทกจากวัสดุธรรมชาติที่เกิดจากความสามารถของคนไทยในกระบวนการผลิตที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เป็นผลิตภัณฑ์ทางเลือกให้ธุรกิจทุกประเภทเพื่อใช้ในการขนส่ง ไม่จำเป็นต้องเป็นธรุกิจเพื่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น 

การซื้อสินค้าออนไลน์กลายเป็นช่องทางจับจ่ายใช้สอยสะดวกของผู้บริโภคในยุคนี้ สินค้าหลากหลายชนิดจากคนละพื้นที่ส่งถึงกันได้ด้วยปลายนิ้ว ผ่านบริษัทขนส่งหลากหลายบริษัทให้เลือก ช่วงต้นปีที่ผ่านมาเกิดสถานการณ์ล็อคดาวน์เมือง ทำให้เกิดการขนส่งสินค้าจำนวนมหาศาลและตามมาด้วยปัญหาขยะพลาสติก ถึงแม้ก่อนหน้านี้ประเทศไทยเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในเรื่องขยะพลาสติกที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ปรับพฤติกรรมการใช้ถุงพลาสติกเกินความจำเป็น ทำให้เกิดประกาศดีเดย์เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2563 งดให้บริการถุงพลาสติกสำหรับลูกค้า การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นได้เพราะมีความร่วมมือจากภาครัฐและเอกชนรายใหญ่อย่างห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ มาตรการนี้ ทำให้สังคมไทยเกิดความตระหนัก และตื่นตัวไม่น้อยกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เกิดขึ้น แน่นอนว่าเรื่องนี่อาจจะเป็นการจุดประกายเล็กๆ ในการใช้ทรัพยากรต่างๆ ให้คุ้มค่าที่ส่งข้อความไปยังกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ของประเทศ

 

เส้นทางจากน้ำ สู้แดด ของผักตบชวา

หลังจากที่งดให้บริการถุงพลาสติกได้ไม่นาน เราอาจต้องกุมขมับกับปัญหานี้อีกครั้ง เพราะช่วงล็อกดาวน์ประเทศ ปัญหาขยะพลาสติกกลับมีสถิติพุ่งไม่หยุดฉุดไม่อยู่ เพราะทุกคนไม่สามารถพบปะเพื่อซื้อสินค้าได้ด้วยตนเอง แต่ต้องอาศัยโลกออนไลน์ ซื้อ-ขาย รับ-ส่ง ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์ Chva (ชวา) อย่างเป็นทางการ หลังจากผ่านการทดลองใช้ในชุมชนเล็ก ๆ ที่จังหวัดเพชรบุรี โดยคุณฐิติมา พิมพามา กับ คุณแม่ เริ่มต้นทดลองภายในครอบครัว ด้วยความตั้งใจมองหาวัสดุธรรมชาติมาเป็นตัวช่วยกันกระแทกในกล่องพัสดุ เมื่อนึกย้อนกลับไปในวัยเด็กที่เคยทดลองโครงงานวิทยาศาสตร์ด้วยการใช้ผักตบชวาหุ้มไข่ไก่ไว้ ทดลองโยนลงมาจากที่สูงปรากฎว่าผักตบชวาสามารถป้องกันไข่ไก่จากแรงกระแทกได้ จึงชวนคุณแม่ทดลองนำผักตบชวาแปลงร่างเป็นวัสดุกันกระแทก ซึ่งกว่าจะได้มาเป็นผักตบชวากันกระแทกลักษณะเป็นท่อนๆ แห้งและเบาขนาดนี้ ได้ผ่านช่วงลองผิดลองถูก ทดลองพืชหลายชนิด คิดไปถึงแหล่งที่มาตั้งต้นของพืชนั้นๆ ทั้งขนาดที่หลากหลาย ความแห้งที่เพียงพอ น้ำหนัก ปริมาณการใช้งาน ซึ่งผักตบชวาเป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับโจทย์ในทุกข้อ ซึ่งคุณฐิติมาใช้เวลาทดลองต่างๆ กว่า 4 เดือน จนมั่นใจก่อนตัดสินใจเปิดเพจและจำหน่ายอย่างเป็นทางการในแบรนด์ที่ชื่อว่า Chva ชวา

ผักตบชวาเป็นพืชที่มีความสูงได้เกือบ 90 ซม. เมื่อตากแห้งและตัดเป็นท่อนจะมีประสิทธิภาพคล้ายโฟมตัวหนอนกันกระแทก ด้วยโครงสร้างเส้นใยผักตบชวามีความยืดหยุ่นมาก คุณฐิติมา ทดลองนำแก้ว บรรจุลงกล่องและใช้ผักตบชวาใส่ไว้เต็มกล่อง จากนั้นโยนลงมาจากชั้น 2 ของบ้าน และผลลัพธ์ที่ได้ก็เป็นที่พอใจ ผักตบชวาสามารถเป็นตัวกันกระแทกได้อย่างดี เธอจึงโพสการทดลองนี้ลงในเฟสบุ๊คส่วนตัว ได้รับผลตอบรับกระแสชื่นชมที่ดีมาก จนเพื่อนๆ หลายคนเรียกร้องให้นำมาจำหน่าย เป็นจังหวะดีที่คุณฐิติมาได้ลองแจกจ่ายให้คนรู้จักทดลองใช้ส่งสินค้า และเก็บข้อมูลการใช้งาน เพื่อให้ได้ความมั่นใจก่อนที่จะยอมทำตามคำเรียกร้องของหลายๆ คน รวมทั้งชาวบ้านในพื้นที่ ที่รบเร้าให้ทำจำหน่าย เพื่อชาวบ้านเพชรบุรีได้มีรายได้เพิ่ม อีกทั้งยังเป็นวิธีกำจัดวัชพืช

โดยวิธีการทำที่เป็นกระบวนการทำมือไร้สารเคมีทั้งหมด คุณฐิติมาตั้งใจให้เป็นวัสดุที่หากกลับคืนสู่ธรรมชาติจะไม่ก่อนให้เกิดผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมอีก ด้วยการเลือกใช้ผักตบจากแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อให้ห่างไกลจากโลหะหนัก นำมาทำความสะอาด หันเป็นท่อนๆ และตากแดดทิ้งไว้ 5-7 วัน ให้แห้งสนิทได้มากที่สุด ป้องกันการเกิดเชื้อรา ซึ่งหากผักตบชวาสามารถแห้งได้สนิทก็ไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีร่วม สามารถใช้กับสินค้าอาหาร ผัก ผลไม้ได้ ปลายทางหลังจากที่สินค้าส่งถึงมือผู้รับแล้ว ชวายังสามารถนำกลับคือสู่ธรรมชาติ นำไปคลุมหน้าดิน โดยไม่โตเป็นวัชพืชที่เกินจำเป็นอีก หรือจะนำไปรองกรงสัตว์เลี้ยงก็ทำได้เช่นกัน

 

เพราะเป็นเอเลี่ยน จึงเจ็บปวด

ผักตบชวา เป็นเอเลี่ยน สปีชี่ส์ (Alien Species) คือพืชพันธุ์ต่างถิ่นที่เข้ามาระบาดจนรุกรานระบบนิเวศ การเริ่มต้นของผักตบชวามาจากการเติบโตภายในอ่างวังสระปทุม ที่ทำให้พืชต่างถิ่นจากอินโดนีเซียสามารถขยายพันธุ์ได้ไปทั่วประเทศไทย เมื่อเกิดน้ำท่วมวังสระปทุม ผักตบชวาได้เล็ดลอดออกจากอ่างสู่แม่น้ำ และการขยายพันธุ์ที่รวดเร็วภายใน 1 เดือน ผักตบชวาหนึ่งต้นอาจขยายพันธุ์ได้มากถึง 1,000 ต้น ซึ่งสิ่งสำคัญอยู่ที่การอยู่รอดของเมล็ด ถึงแม้ต้นจะแห้งตายแล้ว แต่เมล็ดผักตบชวาสามารถมีชีวิตรอดอยู่ได้ถึง 15 ปี และสามารถเติบโตได้ทันทีหากเมล็ดสัมผัสน้ำอีกครั้ง

เมื่อผักตบชวาหลงทางไปยังแม่น้ำที่ไหลไปสู่พื้นที่ต่าง ๆ สู่ประชาชนทั่วไป ยิ่งทำให้การขยายตัวเกิดขึ้นได้ง่ายเกินความต้องการ จนในอดีตเมื่อปี พ.ศ. 2456 สมัยรัชกาลที่ 6 การกำจัดผักตบชวาเป็นปัญหาระดับชาติ มีพระราชบัญญัติสำหรับการกำจัดผักตบชวา ห้ามมิให้ผู้ใดบรรทุกผักตบชวาไปในรถไฟ นอกจากผลเสียที่ทำลายระบบนิเวศของสัตว์และพืชท้องถิ่น กีดขวางทางเดินน้ำแล้ว ข้อดีของผักตบชวายังคงมีอยู่ไม่น้อย ทั้งเป็นอาหารสัตว์ หรือแม้แต่ยอดอ่อนก็สามารถนำมาทานได้ นอกจากนั้นยังแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จักสานผักตบชวาได้หลากหลาย เช่น ตะกร้า กระเป๋า รองเท้า เป็นต้น ซึ่งแบรนด์ชวา ได้สร้างผลิตภัณฑ์คุณค่าใหม่ให้เกิดขึ้นกับผักตบชวา

 

ถ้าไม่ปรับ ปัญหาสิ่งแวดล้อมอาจไม่เปลี่ยน

ตลาดออนไลน์ของไทยเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ผลพวงจากสถานกาณ์การล็อกดาวน์เมือง ทำให้ห้างร้าน ผู้ประกอบการน้อยใหญ่ปิดทำการหน้าร้านชั่วคราว ส่งผลให้ธุรกิจ E-Commerce เติบโตเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 35 จากปี พ.ศ. 2562 ธุรกิจขนส่งสินค้าในประเทศหลายบริษัทเกิดภาวะพัสดุล้นคลังไม่สามารถจ่ายออกได้ทัน เพราะจำนวนของพัสดุที่เพิ่มขึ้นและขาดแคลนพนักงาน

นอกจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับบริษัทขนส่งแล้ว เพื่อยืนยันความยิ่งใหญ่ของปริมาณการส่งซื้อสินค้าสามารถวัดได้จากปริมาณของขยะ ทั้งบริการส่งอาหาร (Food Delivery) และสินค้าพัสดุ ผู้บริโภคมักคาดหวังการหุ้มห่อสินค้าที่ปลอดภัย ทำให้ขยะพลาสติก เช่น ถุง กล่องพลาสติก พลาสติกกันกระแทกต่าง ๆ หลังจากถูกแกะออกแล้ว จุดจบคงอยู่ไม่ไกลไปกว่าถังขยะ ปริมาณขยะพลาสติกในช่วงเดือนเมษายน 2563 มีปริมาณเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 60 เมื่อเทียบกับเดือนเมษายนในปีก่อนหน้า ซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงการขนส่งสินค้าที่เกิดขึ้นได้ ในขณะที่ทุกคนกักตัวอยู่บ้านไม่สามารถออกมาจับจ่ายใช้สอยได้ด้วยตัวเอง การเลือกซื้อสินค้าภายในบ้านมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น ร้านค้าออนไลน์หลายร้านจำเป็นต้องแพ็กสินค้าด้วยความระมัดระวัง ใช้พลาสติกกันกระแทกจำนวนมากเพื่อให้สินค้าปลอดภัย และคงเป็นเรื่องย้อนแย้งสำหรับร้านค้าจำหน่ายสินค้ารักษ์โลก “Chva” (ชวา) จึงตอบโจทย์และแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างดี “ผักตบชวากันกระแทก” น่าจะเป็นสิ่งจำเป็นสิ่งใหม่ที่ควรเติบโตควบคู่ไปกับการขนส่งในทุกรูปแบบไม่จำกัดเฉพาะสินค้าหรือธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น

 

ช่องทางธุรกิจจากการแก้ปัญหาเรื่องใกล้ตัว

การเกิดขึ้นของ ชวา ถือเป็นการสร้างประโยชน์ได้หลายทางทั้งเพิ่มคุณค่า เปลี่ยนสิ่งเหลือใช้ (waste) เป็นวัสดุทดแทนใหม่เพื่อลดการใช้พลาสติกหรือโฟมกันกระแทก ทั้งยังช่วยกำจัดและควบคุมปริมาณวัชพืช ซึ่งความตั้งใจพัฒนาต่อไปเพื่อให้ชวาเป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติอย่างยั่งยืน สามารถสร้างวัสดุหรือบรรจุภัณฑ์ทางเลือกชนิดอื่นๆ สู่เป้าหมายในการใช้วัสดุธรรมชาติที่แพร่หลายมากขึ้น  ชวาจึงเป็นตัวอย่างของธุรกิจเล็กๆ ที่สามารถสร้างประโยชน์จากต้นทุนที่มีอยู่มาประยุกต์ให้เกิดประโยชน์ใหม่ที่ล้ำค่าได้เป็นอย่างดี

เรียบเรียงโดย พัทธ์ธีรา จตุรงศรีพัฒน์

ขอบคุณภาพจาก คุณฐิติมา พิมพามา facebook.com/Chva.Brand

ช่องทางติดต่อ ชวา 
https://facebook.com/Chva.Brand
Line @chva
089 690 4299