image

Design & Creativity

CHANGE

Published Date : 3 ม.ค. 2563

Resource : Creative Thailand

1,924

ขณะที่ร้านค้าออนไลน์มียอดขายโตวันโตคืน และสินค้าประเภทเวชสำอางก็เข้ามาแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดด้วยราคาที่ถูกกว่า แต่ Sephora ยังคงเป็นหนึ่งในแบรนด์ทำเงินสำหรับ LVMH อาณาจักรแบรนด์แฟชั่นไฮเอ็นด์ระดับโลก คาราลีน สมิธ (Karalyn Smith) ผู้บริหารกลุ่มทรัพยากรบุคคล (Chief People Officer) ของ Sephora กล่าวว่า ความสำเร็จของแบรนด์ไม่ได้เกิดจากแค่การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลใหม่ ๆ มาเพื่อสร้างบริการที่แปลกใหม่สำหรับลูกค้าเท่านั้น แต่เป็นเพราะการตัดสินใจครั้งใหญ่ของผู้บริหารที่มองว่า การสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้ากับพนักงานนั้นเป็นเรื่องเดียวกัน พนักงาน 38,000 คนที่กระจายอยู่ในร้านค้าทั่วโลกจึงเป็นเหมือนแหล่งข้อมูลชั้นดี ในการเก็บเกี่ยว เพื่อแปรผลไปสู่การทำให้เรื่องช้อปปิ้งของลูกค้าและการทำงานของพนักงานเป็นเรื่องง่ายและน่าประทับใจ มากกว่าการทำเพื่อสร้างกำไรอย่างเดียว จนส่งผลให้ทั้งลูกค้าและคนเก่งยังคงอยู่กับแบรนด์และองค์กร 

การดึงดูดหรือรักษาพนักงานที่มีความสามารถท่ามกลางความเย้ายวนของสังคมฟรีแลนซ์ที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ กำลังเป็นโจทย์ใหญ่สำหรับองค์กรในยุคปัจจุบัน ที่นอกจากจะต้องเฟ้นหาคนมีทักษะสำหรับโลกใหม่แล้ว ก็ยังต้องหาทางดึงศักยภาพของพวกเขาออกมาใช้งานได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้องค์กรสามารถสร้างนวัตกรรมที่เอาชนะใจลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์

โครงสร้างและระบบการจัดการองค์กรที่ไม่เพียงจะปราศจากลำดับชั้น แต่ยังต้องพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนเพื่อรวมกันเฉพาะกิจ หรือที่เรียกว่า อไจล์ (Agile) จึงถูกพูดถึงบ่อยครั้งในการบริหารองค์กรยุคนี้ แต่ทว่าการทำให้เกิดขึ้นกลับไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องเริ่มจากการเปลี่ยนกระบวนความคิดของผู้บริหารไปจนถึงระดับผู้จัดการ ในแบบที่อดีตซีอีโอของบริษัทที่ปรึกษาระดับโลก BGC เคยเปรียบเทียบว่า เป็นการเปลี่ยนจากผู้ควบคุมวงดนตรีคลาสสิกที่ต้องการความเนี้๊ยบและแม่นยำไปเป็นผู้คุมวงดนตรีแจ๊สที่ต้องด้นสด เพราะทั้งโจทย์และพนักงานก็พร้อมที่จะสดใหม่ไปด้วยกัน

ในปีต่อ ๆ ไป เทคโนโลยีใหม่อย่างเช่นเอไอจะถูกพัฒนาให้ฉลาดขึ้นจนมาแทนที่การทำงานในหลายตำแหน่ง คนรุ่นใหม่ทั่วโลกที่นิยมทำงานแบบอิสระภายใต้เศรษฐกิจเสรี (Gig Economy) จะเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาที่คาดว่าในปี 2023 คนทำงานในกลุ่มนี้จะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 52 ของกำลังแรงงานทั้งหมด พนักงานที่เคยทำงานด้วยความทุ่มเทในรุ่นก่อน จะทยอยกลายไปเป็นลูกค้าผู้สูงอายุที่มีความต้องการเฉพาะตัว ตลาดจะทวีความซับซ้อนจากกลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลายและมีส่วนร่วมในการผลิต การสร้างความร่วมมือแบบข้ามชาติข้ามวัฒนธรรมก็ไม่ใช่เรื่องยาก สำหรับธุรกิจที่จะก้าวต่อไป การทำความเข้าใจตลาดเพื่อปรับปรุงผลิตภัณฑ์อย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ แต่จะต้องทะลุไปถึงการเปลี่ยนวิธีคิดเพื่อปรับโครงสร้างองค์กร ซึ่งบริษัทที่ปรึกษาด้านองค์กรส่วนใหญ่ระบุว่าร้อยละ 70 มักจะล้มเหลวเพราะความดื้อดึงของทีมผู้บริหารเอง 

สำหรับประเทศไทยที่แม้ว่าแรงกดดันหลายอย่างอาจจะไม่เข้มข้นเท่าอีกหลายประเทศ แต่ในปี 2020 เราก็มาไกลเกินกว่าจะอยู่นิ่ง ๆ แล้วค่อยเปลี่ยนเมื่อถึงเวลาได้

ที่มาภาพ : Kevin Bhagat/Unsplash

มนฑิณี ยงวิกุล
บรรณาธิการอำนวยการ