image

Business & Industrial

ออกแบบธรรมชาติอย่างไรให้ “ธรรมชาติบำบัด (Biophilic Design)”

Published Date : 14 ต.ค. 2563

Resource : TCDC CONNECT

1,661

 
ที่มา: Yaya’s pot plants. Source: Instagram @urassayas and @yayaandbarrysplants
 
ทำไมต้นไม้ที่ญาญ่าแตะทุกต้นจึงราคาแพง ทำไมการปลูกต้นไม้จึงกลายเป็นเทรนด์และสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน 
 
ความน่าสนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงการกักตัวจากไวรัสโควิด-19 นอกจากผู้คนจะไม่สามารถเดินทางไปไหนต่อไหนได้และยังต้องติดอยู่ในพื้นที่ขนาดจำกัดเป็นระยะเวลานาน ทำให้ผู้คนหันมาสนใจที่จะเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงคุณภาพที่อยู่อาศัยของตนเองให้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมแซมจุดต่างๆ ของบ้าน ที่จากเดิมเคยทำหน้าที่เป็นที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว ให้สามารถปรับเปลี่ยนกลายมาเป็นพื้นที่ทำงาน (work from home) ทำงานจากที่บ้านได้ อีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่น่าสนใจคือการที่ทุกคนพร้อมใจกันซื้อต้นไม้มาปลูกภายในบริเวณบ้าน
 
ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะดาราสาวอย่างญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ นำต้นไม้ในร่มประเภทต่างๆ มาถ่ายรูปลงอินสตราแกรม (Instagram) เพียงอย่างเดียวและเทรนด์นี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทยประเทศเดียวเช่นกัน หากแต่ปรากฏการณ์นี้ยังเกิดขึ้นกับผู้คนทั่วโลกที่ร่วมชะตากรรมการกักตัวอยู่ในบ้านอย่างพร้อมเพียงกัน อะไรเป็นสาเหตุให้การปลูกต้นไม้กลายมาเป็นเทรนด์ที่เพิ่มรายได้ห้กับชาวสวนอย่างไม่น่าเชื่อ คำตอบก็คือ เพราะการปลูกต้นไม้ช่วยบรรเทาความเครียดสะสมที่อยู่ภายในจิตใจของผู้คนจากการติดอยู่ในที่ใดที่หนึ่งเป็นระยะเวลานาน และการที่มีต้นไม้เป็นส่วนประกอบในชีวิตประจำวันยังสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่มีอยู่ลึกลงไปภายในจิตใจของมนุษย์กับสิ่งที่เรียกว่าธรรมชาติอีกด้วย
 
ภาพถ่ายโดย RF._.studio จาก Pexels
 

ธรรมชาติช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจได้อย่างไร

มีการศึกษาและการวิจัยต่างๆ มากมายที่แสดงให้เห็นว่า การสัมผัสคลุกคลีกับธรรมชาติมีผลดีต่อร่างกายและจิตใจอย่างไร ตัวอย่างแรก งานวิจัยของศาสตราจารย์โรเจอร์ อัลริช (Roger Ulrich) จากมหาวิทยาลัยเท็กซัส เอแอนด์เอ็ม ที่ได้ทำการทดสอบว่า การสัมผัสธรรมชาติมีผลต่อการฟื้นฟูร่างกายของผู้ป่วยได้อย่างไร โดยศาสตราจารย์ได้ทำการวิเคราะห์ห้องพักของผู้ป่วยในโรงพยาบาลย่านชานเมืองของรัฐเพนน์ซิลเวเนียที่สิ่งแวดล้อมมีลักษณะต่างกันถึง 2 แบบ แบบแรกเป็นห้องผู้ป่วยที่มีหน้าต่างเปิดออกสู่สวนเขียวชอุ่ม และ แบบที่สองเป็นห้องผู้ป่วยที่เปิดหน้าต่างไปเจอกำแพงทึบ
 
ปรากฏว่าผู้ป่วยที่ทำการพักฟื้นหลังจากการผ่าตัดที่พักอยู่ห้องแบบแรกจะสามารถฟื้นตัวจากการผ่าตัดได้รวดเร็วกว่า มีโรคข้างเคียงแทรกซ้อนหลังผ่าตัดน้อยกว่า และต้องพึ่งยาแก้ปวดเป็นจำนวนน้อยกว่าผู้ป่วยอีกห้อง หลังจากผลงานวิจัยของศาสตราจารย์อัลริชได้เผยแพร่ออกไป มีนักวิจัยท่านอื่นได้ทำการศึกษาในลักษณะเดียวกันผ่านทั้งมุมมองในด้านสังคมวิทยาและวิทยาศาสตร์การแพทย์ ทุกรายงานการวิจัยได้ผลตอบกลับมามีลักษณะเดียวกันทั้งสิ้น การศึกษาในครั้งนี้ทำให้เราต้องกลับมาย้อนมองถึงเรื่องการออกแบบสถาปัตยกรรม ซึ่งแม้ว่าจะเป็นเพียงรายละเอียดด้านการออกแบบเพียงเล็กๆ น้อยๆ แต่ส่งผลต่อร่างกายผู้อยู่อาศัยอย่างใหญ่หลวงได้ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบโรงพยาบาลหรือบ้านที่พักอาศัยเองก็ตาม
 
ที่มา: Ulrich’s study “[V]iew through a window may influence recovery from surgery” (1984). Source: University of Washington’s BE220 class materials
 
ตัวอย่างที่สอง เป็นการศึกษาว่าการคลุกคลีกับธรรมชาติมีผลกับสุขภาพจิตของผู้อาศัยโดยรอบอย่างไรบ้าง โดยงานวิจัยในครั้งนี้เป็นการศึกษาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างของผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่ใกล้กับพื้นที่สีเขียว ว่ามีผลสัมพันธ์กับความสามารถในการแก้ปัญหาต่างๆ ในชีวิตของพวกเขาอย่างไรบ้าง การศึกษาครั้งนี้ได้จัดทำขึ้นในบริเวณย่านที่เสื่อมโทรมของเมืองชิคาโก โดยทางเมืองได้สร้างอพาร์ทเมนต์ให้เป็นที่อยู่อาศัยทางเลือกของผู้ที่มีรายได้จำกัดและได้ส่งคนเข้าไปพักโดยการสุ่มเลือกให้ผู้พักไปอยู่ในตึกที่มีสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน โดยบางอาคารมีสภาพแวดล้อมที่รายล้อมไปด้วยพื้นที่เทคอนกรีตหรือยางมะตอยโดยรอบ และบางอาคารรายล้อมไปด้วยพื้นที่สีเขียวที่มีลักษณะเป็นหญ้าเขียวและต้นไม้ใหญ่
 
ผลจากการวิจัยแสดงให้เห็นว่า ผู้ที่พักในอาคารที่มีลักษณะเป็นคอนกรีตโดยรอบ มีโอกาสที่จะผลักปัญหาออกไป โดยมักมีลักษณะนิสัยผลัดวันประกันพรุ่ง เมื่อเจอกับปัญหาใหญ่ๆ ในชีวิต พวกเขาประเมินว่าปัญหาของตัวเองเป็นปัญหาที่ยากและไม่สามารถแก้ไขได้ อีกทั้งยังใช้เวลาในการแก้ปัญหานานกว่ากลุ่มผู้ที่อยู่อาศัยในอาคารที่รายล้อมไปด้วยพื้นที่สีเขียว นี่ยังไม่รวมไปถึงผลจากการวิจัยอื่นๆ มีมนุษย์ได้รับผลกระทบจากธรรมขาติ เช่น การอยู่อาศัยใกล้กับพื้นที่สีเขียวทำให้เด็กมีพัฒนาการด้านความจำที่ดีขึ้น และพื้นที่สีเขียวยังเป็นพื้นที่ใช้สำหรับการออกกำลังกายสำหรับเด็ก หรือผู้ใหญ่ให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นอีกด้วย
 
ที่มา: Kuo’s study, “[C]oping with poverty impacts of environment and attention in the inner city” (2001)]. Source: University of Washington’s BE220 class materials
 

แรงดึงดูดของธรรมชาติ: Biophilia คืออะไร

จากผลงานวิจัยหลากหลายสาขาจึงถูกรวบรวมและสรุปโดยนักชีววิทยาที่ชื่อ เอ็ดเวิร์ด วิลสัน (Edward Wilson) มาเป็นทฤษฎีที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ เรียกว่า “ไบโอฟีเลีย (Biophilia)” ซึ่ง ไบโอ หมายถึง ชีวิตและฟีเลีย หมายถึง การดึงดูด ซึ่งเขาได้สรุปทฤษฎีนี้ออกมาเป็นใจความที่ว่า ไบโอฟีเลีย คือ ความรู้สึกในส่วนลึกของจิตใจมนุษย์ที่รู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง มีแรงดึงดูด และมีความผูกพันกับสิ่งมีชีวิตที่เป็นธรรมชาติประเภทอื่นๆ ดังนั้นพฤติกรรมของมนุษย์จึงมีการโหยหาความเป็นธรรมชาติมากเท่ากับความต้องการที่จะต้องกินอาหารที่มีคุณภาพดีในชีวิตประจำวันและต้องมีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เมื่อเราปฏิบัติครบในสามอย่างข้างต้น จึงไม่น่าแปลกใจที่จะส่งผลให้เราจะมีสุขภาพกายและใจดีขึ้นเป็นลำดับ
 

ธรรมชาติบำบัดหรือ Biophilic Design

การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสภาพร่างกายและจิตใจของมนุษย์กับธรรมขาติในข้างต้น จึงถูกแปลงมาเป็นทฤษฎีที่น่าสนใจหลากหลายอย่าง เช่น ทฤษฎีการฟื้นฟูความสนใจ (Attention Restoration Theory: ART) นำเสนอโดยสตีเฟนและราเชล แคปแลนด์ (Stephen and Rachel Kaplan) ซึ่งอธิบายว่า การที่เรามีความสนใจและมีจิตใจจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเกินไปเป็นเวลาต่อเนื่องกัน ทำให้เกิดผลเสียต่อจิตใจ โดยจะมีผลทำให้จิตใจรู้สึกเหนื่อยล้าและอ่อนแอได้ เช่น การอ่านหนังสือสอบ การขับรถเป็นระยะทางไกลๆ หรือการจดจ่ออยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นระยะเวลานาน เป็นต้น ดังนั้นการฟื้นฟูสภาพจิตใจที่เหนื่อยล้าและฟื้นฟูสมาธิจึงมีความจำเป็นอย่างมากต่อการฟื้นฟูสภาพร่างกายโดยรวม ธรรมชาติบำบัดจึงกลายมาเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะสามารถช่วยฟื้นฟูในส่วนนี้ได้ ทางทฤษฎีจึงให้คำแนะนำว่า ถ้าเราจำเป็นต้องทำงานต่อเนื่องกันหรือมีสมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นเวลานาน การพักเบรคโดยออกไปเดินเล่นในสวนหรือพื้นที่สีเขียวเป็นเวลาเพียงไม่กี่นาทีทุกๆ สองถึงสามชั่วโมงนั้น จะสามารถช่วยให้คุณฟื้นฟูร่างกายและจิตใจให้กลับมาอยู่ในสภาพปกติได้อีกครั้งหนึ่ง
 
ที่มา: Kuo’s study, “[C]oping with poverty impacts of environment and attention in the inner city” (2001)]. Source: Attention Restoration Theory (ART). Source: University of Washington’s BE220 class materials
 
อีกหนึ่งทฤษฎีที่น่าสนใจคือ ทฤษฎีธรรมชาติบำบัดสามารถช่วยลดความเครียด (Stress Reduction Theory: STR) และสร้างความผ่อนคลายในส่วนลึกของจิตใจมนุษย์ได้ ตัวอย่าง งานวิจัยของนักวิจัยชาวเกาหลีและคณะชื่อ Byoung-Suk Kweon ที่ศึกษาเรื่องของการแขวนรูปภาพธรรมชาติไว้ในสำนักงาน โดยทางหัวหน้างานได้มีการสุ่มเลือกให้พนักงานได้ตำแหน่งที่นั่งแตกต่างกันออกไป โดยมีพนักงานที่ได้ที่นั่งหันเข้าผนังที่ว่างเปล่ากับพนักงานที่ได้ที่นั่งหันหน้าเข้ากรอบรูปแขวนเป็นรูปบรรยากาศธรรมชาติ เมื่อให้พนักงานทั้งหมดได้ทำการทดสอบผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่สามารถสร้างความโกรธและหัวเสียแก่พนักงาน ผลปรากฏว่าพนักงานที่นั่งหันหน้าเข้าสู่ผนังเปล่ามีความโกรธอยู่ในระดับที่รุนแรงกว่าพนักงานที่นั่งอยู่ใกล้กับกรอบรูปธรรมชาติ เป็นต้น 
 
ธรรมชาติบำบัด ไม่ได้อยู่ไกลตัวเราและเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เราอาจเคยได้ยิน ได้เรียนกันมาในตำราเรียนสมัยประถม เช่น การมองออกไปยังต้นไม้หรือสิ่งที่มีสีเขียวจะช่วยผ่อนคลายความเครียดได้ หรือการถอดรองเท้าและออกไปเหยียบหญ้าด้วยเท้าเปล่าจะทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายได้ โปรแกรมธรรมชาติบำบัดอีกโปรแกรมหนึ่งที่น่าสนใจที่เกิดขึ้นมาเป็นระยะเวลายาวนานในประเทศแถบเอเซียตะวันออก และกลายมาเป็นที่นิยมอีกครั้งในประเทศญี่ปุ่น มีชื่อเรียกว่า การอาบป่า (Forest-bathing) หรือในภาษาญี่ปุ่นคือ Shinrin-yoku โดยธรรมชาติบำบัดวิธีนี้ คือการปล่อยให้ผู้ที่เข้าร่วมในโปรแกรมเข้าไปเดินในเขตพื้นที่ที่มีต้นไม้สูง หนาแน่น และสามารถซึมซับบรรยากาศของธรรมชาติได้เป็นเวลายาวนาน ประสบการณ์จากการอาบป่านี้ไม่ได้แค่เพียงสายตาจะได้รับรู้ถึงบรรยากาศสีเขียวเท่านั้น เซ้นท์การรับรู้ความรู้สึกต่างๆ ของร่างกายก็จะได้รับการบำบัดไม่ว่าจะเป็นในด้านรูป รส กลิ่น เสียงอีกด้วย
 
ที่มา: Forest Bathing or Shinrin-yoku. Source: University of Washington’s BE220 class materials
 

ตัวอย่างของผนวกพื้นที่สีเขียวไว้ในพื้นที่สเกลเล็กอย่างสำนักงานและพื้นที่สเกลใหญ่อย่างชุมชนเมือง

 
ด้วยสภาพการทำงานในปัจจุบันที่สำนักงานมักตั้งอยู่ในเขตเมืองอย่างหนาแน่นและประกอบกับสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 การโหยหาธรรมชาติภายในจิตใจมนุษย์จึงปรากฏออกมาในรูปแบบการซื้อต้นไม้มาปลูกไว้ให้ใกล้กับตัวมากที่สุด การนำธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการออกแบบสถาปัตยกรรมนั้น จึงไม่จำเป็นต้องออกมาในรูปแบบของการสร้างสวนหรือพื้นที่ป่าไว้รอบๆ อาคารเพียงอย่างเดียว หากแต่สามารถใช้วิธีต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นการปลูกไม้ร่มไม้กระถาง การสร้างสวนแนวตั้ง (vertical garden หรือ green wall) การเปิดรับแสงธรรมชาติมากกว่าใช้แสงประดิษฐ์ (artificial light) ในอาคาร การสร้างสวนในเมือง (urban farm) เพื่อสร้างให้เกิดกิจกรรมระหว่างคนในชุมชน ถ้าในสเกลที่ใหญ่ระดับเมือง ตัวอย่างสวนที่จะสามารถทำได้ คือ การสร้างสวนหย่อมและสวนสาธารณะไว้ในทุกๆ ชุมชน เป็นต้น
 
ที่มา: Vertical Garden by Patrick Blanc. Source: University of Washington’s BE220 class materials
 
เรียบเรียงโดย ศุภาศัย วงศ์กุลพิศาล
บทความอ้างอิง
Avik Basu, Jason Duvall, and Rachel Kaplan, “Attention Restoration Theory: Exploring the Role of Soft Fascination 
and Mental Bandwidth,” in SAGE Publications: Environment and Behavior 51, no. 9-10 (2018): 1055-1081.
Byoung-Suk Kweon, Roger S. Ulrich, Verrick D. Walker, and Louis G. Tassinary, “Anger and Stress: The Role of 
Landscape Posters in an Office Setting,” in SAGE Publications: Environment and Behavior 40, no. 3 (2008): 355-381.
Edward O. Wilson. Biophilia (Cambridge, MA: Harvard University Press, 1984).
Judith Heerwagen, “Biophilia, Health, and Well-being,” in Restorative Commons: Creating Heath and Well-being 
Through Urban Landscapes, eds. Lindsay Campbell and Anne Wiesen (Newtown Square, PA: United States Department of Agriculture, Forest Service, Research Station, 2011), 39-57.
Frances E. Kuo, “Coping with Poverty,” SAGE Publications: Environment and Behavior 33, no. 1 (2016): 5-34.
Object label for Biophilic Design, in exhibition “Treat Me Tender” at Thailand Creative and Design Center, 
Bangkok, Thailand. Seen on: August 5, 2020.
Roger S. Ulrich, “View Through a Window may Influence Recovery from Surgery,” United States: American 
Association for the Advancement of Science (AAAS) 224 (1984): 420-421