image

Business & Industrial

ร้านกาแฟ 2499: Don’t Dream, Just Make It Happen (TH/EN)

Published Date : 15 ต.ค. 2562

Resource : Creative Thailand

361

เชื่อว่าความฝันของหนุ่มสาวยุค Gen Y หรือ Gen Millennium หรือคนรุ่นใหม่หลาย ๆ คนคือการได้เป็นนายตัวเอง ได้ทำงานอิสระ หลายคนฝันถึงการได้เป็นเจ้าของธุรกิจเล็ก ๆ ที่สร้างขึ้นเอง ได้ทำงานอยู่ที่บ้านหรือที่ไหน ๆ ที่ตัวเองเลือกได้ โดยไม่มีข้อผูกมัดทางด้านเวลาเข้าทำงาน ไม่ต้องทำงานตามคำสั่งของสังกัดหรือเจ้านายและวางแผนงานทุกอย่างด้วยตัวเองได้ ฟังดูเป็นภาพฝันที่สวยงาม... จนบางคนอาจจะคิดว่าเกินจริง จนปรามาสได้ว่านี่เป็นเพียงภาพความฝันสวยหรู ชีวิตจริงมันไม่ได้ง่ายและไม่ควรจะง่ายขนาดนั้น

ท่ามกลางความไม่แน่ใจ ความลังเลเรื่องความมั่นคงในชีวิต ทำให้มีหนุ่มสาวหลายคนยอมชะลอความฝันของตนไว้ และเลือกที่จะทำงานต่อไปในระบบ รอสักวันที่ “ความพร้อม” จะมาถึง แต่วันนี้เราได้พบกับคู่สามีภรรยาหนุ่มสาว เจ้าของร้านกาแฟสไตล์ย้อนยุคเก๋ไก๋ใจกลางเมืองขอนแก่น คุณอาทิตย์ และคุณแป้ง ธิดาลักษ์ ตันเจริญ เจ้าของร้านกาแฟ 2499 ย่านศรีจันทร์ ขอนแก่น สองหนุ่มสาวรุ่นใหม่ที่เลือกใช้ชีวิตดำเนินรอยตามความฝันนั้นอย่างไม่ลังเล แม้ว่าเส้นทางในการสร้างธุรกิจของตัวเอง จะไม่ได้สวยงามราบรื่นโรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ด้วยสองมือที่จับกันไว้อย่างแน่นแฟ้น กำลังใจที่มีให้กันและกันเสมอ ความกล้าที่จะทดลองสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่อสร้างเอกลักษณ์และความแตกต่างของร้าน และการเรียนรู้จากข้อผิดพลาดที่ผ่านมา ก็เป็นวิถีการสร้างธุรกิจที่ทำให้ก้าวแต่ละก้าวของ 2499 มั่นคงขึ้นอย่างน่าจับตามอง

“ตั้งแต่เด็ก ๆ มา ก็อยากเปิดร้านกาแฟนี่ล่ะค่ะ” คุณแป้งยิ้มสดใส เมื่อเราถามว่าความฝันวัยเด็กที่อยากทำคืออะไร  น่าทึ่งที่ความฝันของเธอเป็นจริงเร็วกว่าที่คาดไว้

หลังจากเรียนจบปริญญาตรี สาขา คอมพิวเตอร์ธุรกิจ คุณอาทิตย์และคุณแป้งได้เริ่มเส้นทางความรักจากการเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนและต่อมาได้จับมือกันสร้างครอบครัวจนได้มีพยานรัก น้องอชิ หนุ่มน้อยน่ารักดวงตาใสแจ๋ววัยสองขวบ ทั้งสองเห็นพ้องต้องกันว่าสิ่งที่ดีที่สุดในการได้สร้างธุรกิจเป็นของตัวเอง โดยเฉพาะการได้สร้างธุรกิจอยู่กับบ้าน คือความคุ้มค่าในแง่ของเวลา

“เรามีเวลาอยู่กับครอบครัว มีเวลาอยู่กับตัวเอง ที่คุ้มที่สุดคือเรามีเวลาเลี้ยงลูกเอง”

เมื่อถามว่าเคยคิดอยากทำงานประจำบ้างไหม ทั้งสองก็มีความเห็นคล้ายๆ กันว่า

“เรามองว่าทำงานบริษัทเหมือนเราไม่ได้เหนื่อยเพื่อตัวเอง แต่เหนื่อยเพื่อคนอื่น เราพยายามให้คนอื่น เลยคุยกันว่าเราทำงานของตัวเองดีกว่าจะได้มีเวลาอยู่ด้วยกันด้วย มีเวลาอยู่กับลูกด้วย”

ร้านกาแฟ 2499 เป็นอาคารครึ่งปูนครึ่งไม้สไตล์วินเทจสีสองชั้นด้านในทาสีเขียวไข่กา ประดับตกแต่งด้วยกระถางต้นไม้สีเขียวรอบร้าน ดูร่มรื่นน่านั่ง ตกแต่งในบรรยากาศแนวย้อนยุค เป็นความที่ตั้งใจจะอนุรักษ์บ้านเก่าหลังนี้ไว้และนำมาดัดแปลงสภาพให้สวยงาม ที่มาของการที่ตั้งชื่อร้านว่า 2499  ก็เนื่องมาจากในโฉนดที่ดินของทางร้านนั้นได้รับลงทะเบียนการเป็นเจ้าของไว้ในปี 2499 ตัวอาคารเดิมนั้นปลูกไว้เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายายมาจนรุ่นพ่อแม่ ตัวคุณอาทิตย์เองก็เติบโตมาในบ้านหลังนี้ จนต่อมาเมื่อได้สร้างครอบครัวเล็ก ๆ ของตัวเองกับภรรยาและจึงได้คิดหาหนทางสร้างธุรกิจของตัวเองขึ้นมา โดยได้คำแนะนำและการสนับสนุนให้เปิดบ้านเป็นร้านกาแฟ  โดยได้เปิดร้านครั้งแรกวันที่ 31 สิงหาคม 2561 มาจนถึงวันนี้ก็เปิดร้านมาได้ครบหนึ่งปีพอดี

สูตรกาแฟต่าง ๆ เป็นสูตรที่ทางร้านคิดค้นกันเองและปรับปรุงมาเรื่อย ๆ ตามคำแนะนำของลูกค้า  โดยในปัจจุบันมีกาแฟสูตรใหม่ที่คิดค้นและสร้างสรรค์ขึ้นมาเอง จนถือว่าเป็นลายเซ็นของทางร้านอยู่สามเมนูด้วยกัน ชื่อว่า แดงไบเล่ ดำเอสโซ่ และปุ๊ระเบิดขวด ซึ่งทั้งหมดเป็นชื่อที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากตัวละครชื่อดังในภาพยนตร์เรื่อง 2499 อันธพาลครองเมือง ซึ่งคล้องกับชื่อร้านพอดี

“เป็นเมนูที่เราคิดเองหมด ทดลองทำกินเองบ่อย เราชอบกินกาแฟกันอยู่แล้ว สูตรพวกนี้ไม่ใช่สูตรสำเร็จรูป เราลองกันเองทุกเมนู และพัฒนาจาก feedback ลูกค้าด้วย และหาจุดตรงกลางของเราจนเจอ

อย่างแดงไบเล่ เราใช้น้ำแดงมาผสมกับกาแฟและท็อปอัพด้วยโฟมนมจะได้ฟีลกินกาแฟบวกนมเย็นไปด้วย กว่าจะเป็นแดงไบเล่ได้ พวกเราก็เมากาแฟกันไป (หัวเราะ)

และเมนูปุ๊ระเบิดขวด เราก็ใส่ขนมผงระเบิดไว้ในหลอด พอดูดเข้าไปก็จะไประเบิดได้ในปาก เราเคยลองทั้งแบบชาเขียว กาแฟ  โค้ก กาแฟโซดา จนมาลงตัวที่ชาไทยกับโซดาที่รู้สึกว่าจะเข้ากันที่สุด”

นอกจากกาแฟและเครื่องดื่มในเมนูสร้างสรรค์ต่างๆ เหล่านี้จะนับว่าเป็นพระเอกของร้านแล้ว ทางร้านยังมีอาหารตามสั่งเมนูสะดวกรวดเร็วไว้บริการกลุ่มคนทำงานที่ต้องการอาหารเที่ยงจานด่วนอีกด้วย โดยเมนูยอดนิยมก็ไม่พ้นผัดกระเพรา สุกี้ และมาม่าผัดขี้เมา ซึ่งทุกจานนั้นทำกันสดๆ ออกจากเตามาหอมกรุ่นกันเลยทีเดียว ด้วยฝีมือของพ่อครัวคนเก่ง ซึ่งได้ทักษะการทำอาหารอร่อยนี้มาจากคุณแม่และอาเหลาม่าซึ่งเคยทำข้าวแกงขายกันมาโดยตลอด

คุณแป้งเสริมว่า “ตอนนี้ทางร้านยังขาดขนมอยู่ ยังอยากทำขนมเพิ่ม เพราะตอนเย็นๆ จะมีลูกค้าเป็นนักเรียนมานั่งหลังเลิกเรียน ถ้ามีขนมก็คงจะดีขึ้นอีกค่ะ ใกล้ๆ นี้ก็อาจจะใส่ขนมง่ายๆ อย่างขนมปังปิ้ง หรือขนมปังสังขยาไว้ในเมนูด้วยค่ะ”

การสร้างธุรกิจของตัวเองแม้ว่าจะมีข้อดีคือความเป็นอิสระในการสร้างและเลือกสรรสิ่งที่เหมาะกับร้านได้ด้วยตัวเอง แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นงานที่ปราศจากอุปสรรค โดยเฉพาะในความเป็นจริงก็ต้องยอมรับว่า ธุรกิจร้านกาแฟในยุคนี้นับว่าเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันที่สูงมาก และจากประสบการณ์ที่เคยทำธุรกิจแรกเป็นร้านขนมจีนบุฟเฟ่ต์มาก่อน และไม่ได้ประสบความสำเร็จมากนัก สองสามีภรรยาได้เรียนรู้ถึงข้อควรระวังในการสร้างธุรกิจมาไม่น้อย

“สิ่งที่ต้องระวังคือต้นทุนและทำเล” คุณอาทิตย์อธิบาย

“เรื่องค่าใช้จ่ายต้นทุนต่าง ๆ สิ่งที่ต้องทำทุกวันเลยคือทำบัญชีให้ชัดเจน ถ้าเราลืมจด เราจะไม่รู้ว่าค่าใช้จ่ายมันหายไปไหน และการทำบัญชีจะช่วยให้เรารู้ว่าวัตถุดิบต้นทุนรายวันแต่ละวันเท่าไหร่ เพราะเรามีของสดต้องซื้อทุกวัน เราเก็บข้อมูลอยู่หลายเดือนเลย จนพอจะเข้าใจธรรมชาติของลูกค้า จนค่อนข้างลงตัว และมันจะมีช่วงเงียบอย่างช่วงปิดเทอม ซึ่งเราต้องบริหารรายรับรายจ่ายให้ละเอียดขึ้น ต้องกำหนดงบให้ชัดเจน

ส่วนเรื่องทำเล จริง ๆ ที่ที่ทำเลดีจะดูจากสถานที่ทำงานและก็โรงเรียน สองอย่างนี่ล่ะ เพราะลูกค้าประจำเราจันทร์ถึงศุกร์ก็จะเป็นคนทำงาน เอาจริง ๆ ที่ตรงนี้ทำเลไม่ได้อะไรสักอย่าง ที่ทำงานก็ไม่มีเลย ส่วนใหญ่จะเป็นบ้านพักอาศัย แต่เราก็พยายามใส่ใจลูกค้าประจำ ให้บริการเหมือนกับเป็นครอบครัวของเรา เราจะจำได้เลยว่าเค้ากินอะไรเป็นประจำ”

ในการต่อยอดธุรกิจและการสร้างไอเดียใหม่ ๆ ให้กับธุรกิจของตัวเอง คนที่จะให้ไอเดียได้ดีที่สุดที่เราไม่ควรมองข้าม นั่นก็คือลูกค้าโดยตรง

“ลูกค้าบางคนก็อยากให้เปิดเป็นร้านขายเบียร์ตอนเย็น คนมาถามเยอะมากเลยเรื่องขายเบียร์ บอกว่าบรรยากาศน่านั่ง บางทีมีฝรั่งเดินเข้ามาในร้านก็ถามหาเบียร์ก่อนเลย แต่ตอนนี้เรายังไม่มีคน และคิดว่าเปิดทั้งวันไปจนดึกเราอาจจะยังไม่ไหว

เราก็อยากสร้างแบรนด์ของตัวอง อยากทำเป็นแฟรนไชส์ มีคนมาถามเยอะเหมือนกันเรื่องแฟรนไชส์ แต่ตอนนี้ยังไม่แข็งแรงเท่าไหร่ วิ่งกันอยู่สองคนมันก็เหนื่อย และพอดีร้านเราเปิดค่อนข้างสายไป แต่คนส่วนใหญ่ชอบกินกาแฟตอนเช้า เราเลยอยากเริ่มเปิด 6 โมงเช้า อาจจะต้องรอสักพักให้เราคล่องตัวกว่านี้ก่อน แล้วจะเริ่มจากลองเปิดตอนเช้าให้ได้ก่อน”

ความฝันในการเปิดร้านกาแฟเล็กๆ แม้จะดูสวยงาม แต่ก็ไม่ง่าย และต้องยอมแลกด้วยความเหน็ดเหนื่อย

“เราทำเองหมดทุกอย่างตั้งแต่กวาดร้านยันล้างถ้วยเลยค่ะ” คุณแป้งเล่ายิ้มๆ

“มันเหนื่อยนะคะ เราเคยคิดจะล้มเลิกตั้งหลายครั้ง บางทีก็รู้สึกว่าซื้อของมาเยอะเหลือเยอะจัง มันขาดทุน แต่ถ้าเราเลิกก็เหมือนกับว่าเราต้องเริ่มต้นใหม่อยู่เรื่อยๆ เหมือนเริ่มนับหนึ่งไปถึงแค่สิบก็รู้สึกว่าเหนื่อยแล้ว แต่มันยังไม่ไปถึงร้อยเลย ถ้าเลิกก็ต้องกลับมาเริ่มนับหนึ่งใหม่อีก แต่ถ้าเราเหนื่อยเราก็แค่พัก แล้วค่อยนับกันต่อ ร้านนี้ก็เคยทำให้เราท้อเหมือนกัน มันเหนื่อยมาก แต่มันก็คุ้มที่สู้ อย่างน้อยก็ได้อยู่บ้านตัวเอง

ทำงานอยู่บ้านมันดี มันสบายใจกว่า เราควบคุมได้ เราคุ้นเคย ถ้าเบื่อก็ปิดร้านแล้วไปเที่ยวของเราได้ ไม่ต้องไปนั่งอยู่ในห้องสี่เหลี่ยม ที่บางทีอาจจะต้องนั่งอยู่กับคนที่ไม่ชอบหน้ากันด้วย ....”

เมื่อเราขอให้ทางร้านช่วยสาธิตชงกาแฟสูตรเฉพาะของทางร้านให้ลองชิมหน่อย ทั้งคุณอาทิตย์และคุณแป้งก็กระตือรือร้นจัดทั้ง แดงไบเล่ ปุ๊ระเบิดขวด และเครื่องดื่มใหม่ที่เพิ่งคิดค้นล่าสุด “ค๊อฟฟี่ขี้เก๊ก” ที่เป็นกาแฟผสมกับน้ำเก๊กฮวยหอมสดชื่น เป็นเครื่องดื่มใหม่ล่าสุดจริงๆ เพราะยังไม่ได้บรรจุชื่อลงในเล่มเมนูด้วยซ้ำ ทีมงานนักชิมของเราชิมแล้วทุกคนยกนิ้วให้พร้อมเพรียงกันว่า ผ่านฉลุย!

เรานั่งมองสองสามีภรรยาวัยหนุ่มสาวช่วยกันทำงานชงกาแฟมือเป็นระวิงกันอยู่หลังเคาท์เตอร์ มีเจ้าตัวเล็กแสนซนวัยสองขวบวิ่งวนให้คุณพ่อคุณแม่คอยชะเง้อดูอยู่ไม่ห่าง ก็ได้แต่แต่ยิ้มกับตัวเอง รู้สึกได้จริงๆ ถึงกระแสความสุขที่อวลอุ่นอยู่ในร้าน เป็นเหมือนภาพ picture perfect ที่ไม่ใช่เพียงแค่ภาพฝันแต่เป็นความจริงที่ปรากฏให้เห็นอยู่ตรงหน้า ร้านนี้อาจจะเป็นแค่ร้านกาแฟเล็กๆ อีกหนึ่งร้าน แต่สิ่งที่ไม่ธรรมดาเลย คือ ความพยายาม ความตั้งใจ ความมุ่งมั่น และที่สำคัญที่สุดคือ “ความรัก” ของเจ้าของธุรกิจที่อยากจะสร้างธุรกิจเล็กๆ ของตนให้เติบโตไปพร้อมๆ กับความมั่นคงของครอบครัว 

ใครที่มองหาร้านกาแฟนั่งพักขายามบ่ายคลายร้อน ลองแวะมาชิมกาแฟรสชาติดีที่นี่ได้ (มีอาหารตามสั่งด้วย) ร้านเปิดให้บริการทุกวัน ปิดเฉพาะวันอังคาร ตั้งแต่ 10.00 – 20.00 น. ค่ะ

เรื่อง : ภารดี ตั้งแต่ง
แปล : ภารดี ตั้งแต่ง
ภาพ : ฐิติพัฒน์ พัฒนวิจิตร (ROUGE Studio)