image

Business & Industrial

อยู่อย่างไรให้รอด...หลังจากสูญเสีย

Published Date : 5 มิ.ย. 2562

Resource : Creative Thailand

1,268

“เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นกลางดึกในคืนวันเสาร์อันเงียบสงบ เสียงในสายดูร้อนรนก่อนที่จะส่งข่าวร้าย เพื่อนที่พบเจอและพูดคุยหยอกล้อกันเป็นประจำได้ปลิดชีวิตตัวเองเสียแล้วที่ห้องพักของเธอ หัวสมองและสองเท้าสั่งการให้รีบปรี่ไปที่นั่นทันทีภาพเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังนำร่างของเธอที่ถูกห่อหุ้มไว้ออกมาจากอาคาร... “มันเกิดขึ้นจริง ๆ หรือนี่” คำถามที่ผุดขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถึงแม้สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าจะเป็นคำตอบ 

อารมณ์และความรู้สึกในขณะนั้นช่างปั่นป่วนไร้ทิศทาง ความรู้สึกผิด เสียใจ รวมไปถึงความโกรธ ต่างถาโถมเข้ามาราวกับคลื่นยักษ์ การสูญเสียคนใกล้ชิดอย่างไม่คาดฝัน มีผลต่ออารมณ์และจิตใจของผู้ที่อยู่เบื้องหลังอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การสูญเสียจากการฆ่าตัวตายนั้นอาจส่งผลกระทบที่แตกต่างไปจากการสูญเสียทั่ว ๆ ไป 

พญ. ศุภรา เชาว์ปรีชา จิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการบำบัดทางความคิดและพฤติกรรมที่ Mind and Mood Clinic ให้คำแนะนำแก่ผู้ที่สูญเสียคนใกล้ตัวจากการฆ่าตัวตายไว้ว่า “อันดับแรกคือการพยายามเข้าใจความรู้สึกของตัวเองให้มากที่สุด ต้องรับรู้ว่าเรากำลังรู้สึกอย่างไร” ซึ่ง Elisabeth Kübler-Ross จิตแพทย์ชื่อดังชาวสวิตเซอร์แลนด์ ได้เสนอแนวคิดเกี่ยวลำดับขั้นของความรู้สึกที่ผู้สูญเสียอาจพบเจอไว้ดังนี้
 

  1. ปฏิเสธไม่ยอมรับ กลไกขั้นที่หนึ่ง ที่ช่วยเยียวยาให้เรารับมือกับความสูญเสียที่ไม่คาดคิด
     
  2. ความโกรธ กระบวนการที่สำคัญในช่วงแห่งความโศกเศร้า ทำให้เรารู้สึกไม่โดดเดี่ยว มีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ ถึงแม้จะเป็นความรู้สึกในทางลบก็ตาม 
     
  3. ต่อรอง เป็นความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต  
     
  4. ซึมเศร้า ลำดับขั้นของความรู้สึกนี้เกิดขึ้นเป็นปกติเมื่อเกิดการสูญเสีย ไม่ได้เป็นอาการหรือปัญหาทางจิต ในขั้นนี้ผู้สูญเสียอาจมีความอ้างว้างหรือรู้สึกว่าชีวิตไม่มีความหมาย 
     
  5. ยอมรับ ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่ารู้สึก ‘โอเค’ หรือเอาชนะความเศร้าโศกได้แล้ว แต่เป็นขั้นที่ผู้สูญเสียยอมรับสภาพความเป็นจริงที่ว่า ไม่มีอะไรสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เกิดขึ้นได้ 

ห้าลำดับขั้นที่กล่าวมา อาจไม่ได้เกิดขึ้นตามลำดับเสมอไป บางครั้งสถานการณ์หนึ่งอาจกระตุ้นให้เรากลับไปประสบความรู้สึกขั้นใดขั้นหนึ่งขึ้นมาอีกก็ได้  คุณหมอศุภรา กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการรับรู้อารมณ์ของตัวเองแล้ว “ผู้สูญเสียควรพยายามที่จะดำเนินชีวิตประจำวันของตนเองต่อไปและรักษาจิตใจของตัวเองให้ดีที่สุด ซึ่งอาจรวมถึงการหลีกเลี่ยงสิ่งที่มีแนวโน้มที่จะกระตุ้นความรู้สึกโศกเศร้า เช่น สิ่งของหรือสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับผู้เสียชีวิต”

ในแต่ละปีมีคนฆ่าตัวตายทั่วโลกประมาณ 800,000 คน1 จริงอยู่เราต้องป้องกันและช่วยเหลือคนจำนวนมากเหล่านี้ แต่ในขณะเดียวกันอย่าลืมว่าทุกๆหนึ่งชีวิตที่สูญเสียไปจากการฆ่าตัวตายยังมีอีกหลายชีวิตที่อยู่เบื้องหลัง และบุคคลเหล่านี้ต่างต้องการความเข้าใจและการเยียวยาเช่นกัน ผู้มีชีวิตอยู่ที่ได้รับผลกระทบจากการฆ่าตัวตายหลาย ๆ คน ไม่เพียงแค่ต้องเผชิญหน้ากับเศร้าโศกเท่านั้น แต่ยังมีความรู้สึกผิด ความอับอายและความคิดว่าสิ่งนี้เป็นตราบาปของชีวิต ดังนั้นหากคุณบังเอิญรู้จักใครสักคนที่กำลังอยู่ในช่วงโศกเศร้าจากการสูญเสียคนในครอบครัวหรือคนใกล้ชิดจากการฆ่าตัวตาย ได้โปรดเปิดใจให้กว้าง รับฟังโดยไม่ตัดสิน ไม่กดดัน คอยแสดงความห่วงใย และดูแลพวกเขาอย่างใกล้ชิด 

ทุกคนต่างรู้ดีว่า เราไม่สามารถกลับไปแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตได้ แต่อย่างน้อย ปัจจุบันเราทุกคนสามารถช่วยคนใกล้ตัวที่ยังมีชีวิตอยู่ได้ คำถามคือ เราควรจะทำอย่างไรถ้าคนใกล้ชิดมีพฤติกรรมที่มีแนวโน้มที่จะฆ่าตัวตาย 

คุณหมอศุภรา แนะนำว่า “หากบุคคลนั้นมีความเสี่ยงสูงควรพบและได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญทันที แต่หากประเมินความเสี่ยงแล้วไม่สูงมาก เพื่อนหรือญาติพี่น้องควรระวังไม่ให้บุคคลที่มีความเสี่ยงอยู่ตามลำพัง เก็บของที่อาจนำมาใช้ทำร้ายตัวเองให้พ้นสายตา รวมถึงพยายามรับฟังและพูดคุยเพื่อเสนอแนะทางออกที่เหมาะสม” จริงอยู่ถึงแม้เราจะทำทุกอย่างแล้ว ก็ไม่มีสิ่งใดที่จะมายืนยันได้ว่า การสูญเสียจะไม่เกิดขึ้นอีก ไม่มีใครรู้ว่าเราจะต้องพบกับความสูญเสียอีกกี่ครั้งในชีวิต 

จริง ๆ แล้วความเสียใจมิใช่สิ่งที่น่ารังเกียจหรือต้องคอยหลีกเลี่ยง แต่เป็นสิ่งที่เราจะต้องรู้เท่าทันและหากลวิธีในการรับมือกับมันได้อย่างมีประสิทธิภาพต่างหาก 

ใช่ว่า มันทำให้เราทุกคนเจ็บปวด แต่เพราะความโศกเศร้าไม่ใช่หรือที่ทำให้เราเรียนรู้และแข็งแกร่งขึ้น 

“Grief does not change you, Hazel. It reveals you.”  (ความเศร้าโศกไม่ได้เปลี่ยนเธอหรอกฮาเซล มันเปิดเผยตัวเธอต่างหาก) ― John Green, The Fault in Our Stars 

1who.int

ที่มาภาพเปิด : Unsplash/Cristian Newman

เรื่อง : ณฐภัทร อุรุพงศา