image

Business & Industrial

สลัมบังตา วัฒนธรรมเปิดใจ

Published Date : 2 ก.ย. 2561

Resource : Creative Thailand

522

พื้นที่ชุมชนแออัดอย่าง “คลองเตย” เป็นเหมือนพื้นที่ดำมืดใจกลางกรุงเทพฯ ทั้งๆ ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากย่านสุขุมวิท แหล่งความเจริญแทบทุกด้านของเมืองหลวง รวมถึงท่าเรือคลองเตยอันเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าที่สำคัญ แต่ถึงอย่างนั้น ชุมชนแห่งนี้กลับคล้ายมีกรอบบางอย่างที่ขวางกั้นความเจริญรอบข้างไม่ให้เข้าถึงภายใน และชุมชนคลองเตยก็ยังคงเต็มไปด้วยปัญหาที่เรื้อรังแก้ยาก จนทำให้ “มูลนิธิสิกขาเอเชีย” ได้เริ่มต้นเข้ามาดูแลชุมชนแห่งนี้ในประเด็นที่น่าห่วงใยอย่างเรื่องการศึกษาของเด็กๆ ภายในชุมชน ตลอดจนการช่วยสนับสนุนด้านอาชีพให้กับกลุ่มแม่บ้าน

©facebook.com/feemue.klongtoey

ภายใต้กรอบอันคับแคบและวงจรของปัญหาที่สะสมมาอย่างยาวนานภายในชุมชนคลองเตย กลายเป็นแรงผลักดันชั้นดีที่ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์สุดสร้างสรรค์ที่ชื่อว่า “FEEMUE (ฝีมือ)” ซึ่งเป็นความร่วมมือจากมูลนิธิสิกขาเอเชีย ชาวบ้านในชุมชนคลองเตย และ “ฟูจิตะ” ดีไซเนอร์จิตอาสาชาวญี่ปุ่นที่เข้ามามีส่วนช่วยในการออกแบบผลิตภัณฑ์ FEEMUE ให้สะท้อนคุณค่าจากอัตลักษณ์ของความเป็นชุมชนคลองเตย “ดีไซเนอร์เขามาจากญี่ปุ่น เขาเห็นว่าความคิดของคนทั่วไปที่มีต่อชุมชนคลองเตย กับสิ่งที่เขาเห็น มันไม่เหมือนกัน เขาเห็นความร่มรื่น ชีวิตชาวบ้าน การมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับเขา ซึ่งคนที่ไม่ได้เข้ามาในชุมชนคลองเตย ก็จะไม่ได้คิดเหมือนเขา เขาก็เลยคิดว่าผลิตภัณฑ์ที่เขาออกแบบ จะทำให้คนเห็นภาพของสลัมคลองเตยอีกแบบ” คุณนารีรัตน์ ตั้งเจริญบำรุงสุข ผู้จัดการมูลนิธิสิกขาเอเชียกล่าวถึงจุดเริ่มต้นในการทำงานครั้งนี้

จากภาพของชุมชนแออัดที่เต็มไปด้วยปัญหา แต่ดีไซเนอร์ชาวญี่ปุ่นกลับมองเห็นสิ่งดีๆ ที่สังคมเมืองไม่มี ทั้งยังเห็นคุณค่าทางวัฒนธรรมที่คนไทยเองมองไม่เห็นจากวิถีชีวิตแบบชาวบ้านในชุมชนแบบไทยๆ  “ดีไซเนอร์เขาเห็นกระสอบข้าวสารที่ชาวบ้านเอามาบังแดด เอามากันฝน เขาเห็นชุมชนใช้กันเยอะ เขาก็เลยเอามาทำกระเป๋า อย่างพวงมาลัยที่เขาเห็นตามศาลพระภูมิ ก็เอามาทำเป็นสร้อย ต่างหู เวลาเขาไปดูตามฝาบ้าน เขาเห็นเราเอาฝาเบียร์มา แล้วเอาตะปูตอก เขาก็เลยออกแบบเป็นโลโก้กระดุม สินค้า FEEMUE จึงเป็นการสะท้อนวิถีชีวิตของคนในสลัมคลองเตยในแต่ละรายละเอียด” คุณนารีรัตน์กล่าวเสริม ขณะที่คุณนริศรา พิลึก เจ้าหน้าที่ฝ่ายหัตถกรรมมูลนิธิสิกขาเอเชียได้บอกเล่าถึงแนวทางในการสร้างสรรค์ธุรกิจเพื่อสังคม จากวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของคนในชุมชนไว้อย่างน่าสนใจว่า “รายได้จาก FEEMUE เราก็ให้กับกลุ่มแม่บ้านที่ทำหัตถกรรม เราคาดหวังว่าจะให้มีงานเยอะขึ้น เพื่อนำเอารายได้มาช่วยในส่วนของมูลนิธิด้านอื่นๆ นอกจากนี้ เราก็ยังทำโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่เพื่อสนับสนุนการศึกษาให้กับเยาวชนในชุมชนอีกด้วย”

©facebook.com/feemue.klongtoey

แม้ว่าในวันนี้ ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการออกแบบและพัฒนาขึ้นมากมายของ “FEEMUE (ฝีมือ)” จะยังไม่เป็นที่ต้องใจในกลุ่มลูกค้าคนไทยอันเนื่องมาจากความชินตาในวัสดุที่อยู่ใกล้ตัวมากนาน แต่สินค้าหลายชิ้นของแบรนด์กลับเป็นที่ชื่นชอบอย่างมากของลูกค้าชาวญี่ปุ่น จน FEEMUE ได้มีโอกาสนำสินค้าไปจำหน่ายในงานแสดงสินค้าที่ประเทศญี่ปุ่น กระทั่งผลิตภัณฑ์ได้รับคัดเลือกให้ได้รับรางวัล “Good Design Award 2017” ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเครื่องการันตีอย่างดีว่าต้นทุนวัฒนธรรมแบบไทยๆ ก็สามารถสร้างคุณค่าจนเป็นที่รับรู้ได้ในเวทีสากล

ไม่แปลกนักที่หลายต่อหลายครั้ง ต้นทุนทางศิลปะวัฒนธรรมของไทยอย่างมวยไทย หรือการรำไทยจะไม่ถูกหยิบยกมาพูดถึงหรือต่อยอดเพื่อเพิ่มคุณค่าของสิ่งเหล่านั้นให้ดียิ่งขึ้นจากฝีมือของคนไทยด้วยกัน แต่แบรนด์อย่าง FEEMUE กลับแสดงให้เห็นว่าการตระหนักและใส่ใจกับการเปลี่ยนแปลงต้นทุนทางวัฒนธรรมด้วยความคิดสร้างสรรค์นั้น สามารถเป็นจุดเริ่มต้นที่ท้าทายต่อวัฒนธรรมไทยได้เป็นอย่างดี เพราะภายใต้สินค้า FEEMUE ได้รวมเอาความเป็นไทยของพื้นที่ที่เป็นแหล่งชุมชนแออัดอย่างคลองเตยกับความเป็นสากลแบบญี่ปุ่น ได้ก้าวขึ้นมาท้าทายและเรียกร้องให้คนไทยหันกลับมามองคุณค่าความเป็นไทยที่แท้จริง ซึ่งนั่นอาจเป็นต้นทุนทางความคิดที่ดีที่สุดในการสร้างธุรกิจให้สร้างสรรค์และยั่งยืนก็เป็นได้
 
พบกับสินค้าของ FEEMUE (ฝีมือ) ได้ที่มูลนิธิสิกขาเอเชีย 100/14-20 เคหะคลองเตย 4 ถนนอาจณรงค์ แขวงคลองเตย เขตตลองเตย กรุงเทพฯ 10110, Happening Shop BACC และ FB: FEEMUE KLONG TOEY
 
ที่มา: บทสัมภาษณ์ นารีรัตน์ ตั้งเจริญบำรุงสุข ผู้จัดการมูลนิธิสิกขาเอเชีย และ นริศรา พิลึก เจ้าหน้าที่ฝ่ายหัตถกรรมมูลนิธิสิกขาเอเชีย วันที่ 8 สิงหาคม 2561 โดยนิตยสาร “คิด” (Creative Thailand)
เรื่อง : พฤฒ มิ่งศุภกุล