image

Design & Creativity

เปิดตู้เสื้อผ้าองค์กรยุคใหม่

Published Date : 3 Jan 2020

Resource : Creative Thailand

12,999

วันนี้จะแต่งตัวแบบไหนไปทำงาน อาจเป็นปัญหาใหญ่ของใครบางคน ขณะที่หลายคนกลับไม่เคยมีปัญหานี้ โดยเฉพาะพนักงานที่มีชุดยูนิฟอร์มของบริษัท หรือบางอาชีพที่มีเครื่องแต่งกายเฉพาะเพื่อระบุถึงหน้าที่การงานที่ทำประจำวัน 

แม้จะเป็นแค่เรื่องภายนอก แต่การแต่งกายก็เป็นหนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจในชีวิตการทำงาน เพราะนอกจากเสื้อผ้าจะตอบสนองความต้องการพื้นฐานในด้านต่าง ๆ ของเราแล้ว เครื่องแต่งกายก็ยังแสดงออกถึงวัฒนธรรม สภาพสังคม และรสนิยมของแต่ละบุคคลที่แตกต่างกันออกไป ขณะที่เครื่องแบบหรือยูนิฟอร์มขององค์กรก็เป็นเครื่องสะท้อนภาพลักษณ์ขององค์กรนั้น ๆ ได้อย่างดีเช่นกัน

Payscale เว็บไซต์ที่นำเสนอข้อมูลอันเป็นประโยชน์กับผู้ว่าจ้างและพนักงาน ได้รวบรวมข้อมูลจากพนักงานกว่า 34,000 คนทั่วสหรัฐอเมริกาในประเด็นเครื่องแต่งกายในการทำงาน โดยพบว่า อุตสาหกรรมที่จะยังคงมีการใส่ชุดเครื่องแบบในอนาคต ได้แก่ 

  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและบริการลาดตระเวน - 67.9%
  • สัตวแพทย์ - 78%
  • ทันตแพทย์และบุคลากรผู้ให้บริการทางทันตกรรม – 68.9% 
  • โรงแรมคาสิโน – 61.9% 

ส่วนอุตสาหกรรมที่จะยังคงมีการใส่ชุดที่เป็นทางการอยู่เสมอ ได้แก่ 

  • ผู้ให้บริการเกี่ยวกับงานศพ - 77.8%
  • ธนาคารพาณิชย์ - 36.6%
  • พนักงานบริษัทวางแผนการลงทุน - 22% 

ขณะที่อุตสาหกรรมซึ่งกำลังจะเปลี่ยนแปลงไปสู่แต่งกายแบบสบาย ๆ โดยไร้เครื่องแบบและชุดยูนิฟอร์ม ได้แก่ 

  • บริษัทโฆษณา – 74.2%
  • บริการด้านการออกแบบต่าง ๆ – 77.8%
  • บริการสำรวจและทำแผนที่ – 78.3% 

จะเห็นว่า หลายอุตสาหกรรมเริ่มผ่อนคลายเรื่องการแต่งกายของพนักงาน แม้จะเป็นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมที่ค่อนข้างจริงจัง เมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา แบรนด์ใหญ่อย่างสตาร์บักส์ก็เพิ่งประกาศลดหย่อนกฎระเบียบด้านการแต่งกาย ให้พนักงานได้ยืดหยุ่นและเป็นตัวเองมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นที่พอใจสำหรับพนักงานอย่างมาก 

การที่ชุดสูทกำลังถูกแทนที่ด้วยเสื้อฮู้ด รองเท้าคัทชูถูกแทนที่ด้วยรองเท้าผ้าใบ และสถานที่ทำงานยุคใหม่กำลังเปลี่ยนแปลงสู่สภาพแวดล้อมที่เป็นกันเองนี้ อาจส่งสัญญาณว่าเสื้อผ้าไม่ได้เป็นสิ่งกำหนดประสิทธิภาพของงานที่ทำ แต่เมื่อคนทำงานมีความสุขก็จะช่วยให้พนักงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และหนึ่งในมิตินั้นก็คือ การให้ความสำคัญกับประเด็นเรื่องการแต่งกายที่ตอบโจทย์ผู้สวมใส่มากยิ่งขึ้นนั่นเอง

ที่มาภาพเปิด : Banter Snaps/Unsplash

ที่มา : 
บทความ “How Will Company Dress Codes Change In The Future?” (2017) จาก payscale.com
บทความ “Starbucks Is Changing Its Employee Dress Code For The First Time In Years” (2019) จาก aol.com 

เรื่อง : มนันญา ใจมงคล