image

Design & Creativity

Truman Syndrome เมื่อโลกทั้งใบ(ไม่)คอยจ้องมองเรา

Published Date : 12 Jun 2019

Resource : Creative Thailand

4,895

เดอะ ทรูแมน โชว์ (The Truman Show) หนังดังแห่งปี 1998 เล่าเรื่องของทรูแมน ชายผู้ไม่เคยรู้มาก่อนว่าชีวิตตลอด 24 ชั่วโมงของเขาถูกถ่ายทอดสดให้ผู้ชมทั้งโลกชมในฐานะรายการเรียลลิตียอดนิยม ทุกคนในชีวิตทรูแมนตั้งแต่ภรรยา เพื่อนซี้ เพื่อนบ้าน เจ้านาย คนกวาดถนน คนขายหนังสือพิมพ์ คนขับรถเมล์ ล้วนเป็นนักแสดงที่รับค่าตัวในรายการนี้ 

ดร.โจเอล โกลด์ ( Dr.Joel Gold) จิตแพทย์จากนิวยอร์กสังเกตเห็นว่า เริ่มมีคนไข้จำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่เชื่อว่าชีวิตตนเองถูก ‘จัดฉาก’ และทุกอย่างถูกบันทึกไว้สำหรับเผยแพร่เพื่อความบันเทิง คนไข้หลายคนใช้ชื่อหนัง เดอะ ทรูแมน โชว์ เพื่ออธิบายให้ ดร.โกลด์ เข้าใจว่าตนรู้สึกอย่างไร ดร.โกลด์และนักปรัชญา เอียน โกลด์ (Ian Gold) ผู้เป็นน้องชาย จึงร่วมกันให้ชื่ออาการทางจิตเภทนี้ว่า The Truman Show Delusion หรือ Truman Syndrome

ความทุกข์ของผู้มีอาการนี้คือรู้สึกว่าไม่มีอะไรจริงเลยในชีวิต ไว้ใจใครไม่ได้ จะขยับตัวทำอะไรที ทั้งโลกก็กำลังจ้องมองอยู่จนไม่มั่นใจ

©Unsplash/Claudio Schwarz Purzlbaum

คนไข้คนแรกที่มีอาการนี้และมาให้ ดร.โกลด์ รักษา คือชายคนหนึ่งที่เชื่อว่าเขามีชีวิตอยู่ในรายการเรียลลิตี เขาเชื่อว่าเหตุการณ์ 9/11 (ที่ผู้ก่อการร้ายจี้เครื่องบินชนตึกแฝดในนครนิวยอร์ก) เป็นการจัดฉากเพื่อให้เขากลัวการบิน เพื่อจะได้ไม่พยายามหนีออกจากสตูดิโอที่ถ่ายทำชีวิตเขา เขาจึงบินไปนิวยอร์กเพื่อดูว่าตึกแฝดยังอยู่หรือไม่ และพยายามบุกเข้าไปในอาคารสำนักงานองค์การสหประชาชาติเพื่อหาที่ซ่อน จนถูกพนักงานรักษาความปลอดภัยควบคุมตัวไปส่งโรงพยาบาลจิตเภท และได้พบ ดร.โกลด์

ความจริงการเกิด Delusion หรืออาการหลงผิด ไม่ใช่เรื่องใหม่ ในอดีตก็เคยมีคนไข้ที่บอกหมอว่าตัวเองเป็นพระเยซู เป็นนโปเลียน โบนาปาร์ต (จักรพรรดิแห่งฝรั่งเศส) หรือเป็นเอลิซาเบธ เทย์เลอร์ (ดาราหญิงชาวอเมริกันผู้โด่งดัง) หรืออยู่ดีๆ ก็กระโดดออกจากตึกเพราะเชื่อว่าตัวเองบินได้ 

©KATE BROOKS/REDUX

Sergey Anatolyevitch Torop หรือ Vissarion ผู้นำลัทธิ Vissarion ในประเทศรัสเซีย ผู้เชื่อว่าตนเองคือพระเยซูกลับมาเกิดใหม่

อาการแบบนี้พบได้ในคนไข้ที่เป็นโรคอารมณ์แปรปรวนสองขั้ว (Bipolar Disorder) โรคจิตเภท (Schizophrenia) การใช้สารในทางที่ผิด (Substance Abuse) ภาวะสมองเสื่อม (Dementia) และคนไข้โรคจิต (Psychosis) 

เมื่อ ดร.โกลด์ ให้สัมภาษณ์แก่นิตยสาร The New Yorker เขากล่าวว่า จริงๆ อาการนี้ ‘มีมาทุกยุคทุกสมัย’ เรียกได้ว่าเป็นอาการที่มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ๆ หรือวัฒนธรรมป๊อปล่าสุดอยู่เสมอ อย่างเช่น ในอดีต ผู้คนเคยเชื่อว่าคลื่นวิทยุมีคุณสมบัติ ‘ควบคุมความคิดและจิตใจ’ ของคนได้ จึงอาจไม่น่าแปลกใจนักที่อาการ Truman Syndrome ปรากฏในยุคนี้ เพราะทุกกิจกรรมออนไลน์ของเราถูกบันทึกไว้โดยใครบางคน กล้องในคอมพิวเตอร์ถูกแฮ็กได้ไม่ยาก และมีกล้องวงจรปิดอยู่ทั่วไปในหลายเมืองใหญ่ของโลก ในยุคนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนจะเชื่อว่ามีคอมพิวเตอร์ชิปซ่อนอยู่ในกล้องขนาดจิ๋ว เพราะเทคโนโลยีปัจจุบันทำได้ อาการ Truman Syndrome นี้จึงสะท้อนสังคมได้มากกว่าสะท้อนความเป็นปัจเจกบุคคลเสียอีก 

เมื่อคนไข้บางคน ‘พร้อม’ จะเชื่อว่าตนเองอยู่ในโลกเรียลลิตีแบบทรูแมนแล้ว สภาพสังคมปัจจุบันของเราก็เอื้อให้เชื่อเช่นนั้น

©Unsplash/Matthew Henry

ข้อสังเกตจาก ดร.โกลด์ ก็คือ คนยุคมิลเลนเนียล (คนที่เกิดราวปี 1981-1996) และรุ่นถัดๆ มาจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะคนที่ใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ ต้องการการยอมรับและความสนใจอย่างต่อเนื่องต่อสิ่งต่างๆ ที่พวกเขาเลือกทำ 

วิธีได้รับการยอมรับและความสนใจก็คือ โพสต์กิจกรรมในชีวิตลงบนโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะคนที่ยังอายุไม่ถึง 20 ในปัจจุบัน เรียกได้ว่าถูกหล่อหลอมตั้งแต่เด็กว่าสิ่งใดจะได้รับ ‘ยอดไลก์’ เยอะบนโลกออนไลน์ จนกลายเป็นตัวชี้วัดคุณค่าของบุคคลผู้นั้นไปโดยปริยาย 

สิ่งสำคัญสุดๆ สำหรับวัยรุ่นและผู้ใหญ่ในยุคนี้คือ ต้องได้รับการยอมรับทั้งในชีวิตจริงและชีวิตออนไลน์ จึงจะรู้สึก ‘เต็ม’ ถ้ามีความสนใจในโลกไหนพร่องไป ก็อาจนำไปสู่อาการ Truman Syndrome เป็นวิธีที่บุคคลผู้นั้นใช้เยียวยาจิตใจตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ (ที่จะรู้สึกได้ง่ายว่าตัวเองช่างไม่มีความสำคัญ เทียบกับคนที่ใช้ชีวิตในชนบท) หรือเป็นคนเก็บตัวมากๆ จนเมื่อจะต้องออกงานที ก็รู้สึกว่าทุกคนกำลังจ้องมองอยู่ ชุดยับไปนิดก็ไม่มั่นใจ หรือเป็นคนที่ถ้าไม่ได้แต่งหน้า จะไม่ออกจากบ้าน พอเพื่อนบังเอิญเห็น ‘หน้าสด’ ก็กังวลกันไปใหญ่ว่าจะโดนวิจารณ์

แม้ใครมั่นใจว่ายังไม่มีอาการ Truman Syndrome แต่ควรตระหนักถึงผลของการใช้ชีวิตอยู่ในโลกออนไลน์และโลกจริง ต้องยอมรับว่าสำหรับวัยรุ่นและวัยทำงานในปัจจุบัน คงเป็นเรื่องยากที่จะบอกว่า ไม่ต้องสนใจชีวิตออนไลน์

การได้รับการยอมรับในโลกออนไลน์อาจเป็นความอบอุ่นทางใจอย่างหนึ่ง ใครชอบก็ไม่ว่ากัน แต่อย่าลืมว่า สิ่งสำคัญกว่าคือ การมีชีวิตจริงที่มีความสุขและความสงบทางจิตใจ ใช้ชีวิตโดยไม่ต้องพึ่งยอดไลก์ และภูมิใจที่ฉันเป็นฉันเอง

ที่มา
บทความ 10 Fascinating Facts About The Truman Show Delusion โดย Shannon Quinn จาก listverse.com 
บทความ The Truman Show Delusion: A brief look at those who think they are living their life in a TV reality show โดย Mark D. Griffiths Ph.D. จาก psychologytoday.com
บทความ Are All Eyes on You? The Truman Show Delusion โดย Sarah Newman จาก psychcentral.com

เรื่อง : กรณิศ รัตนมหัทธนะ